• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

วิกฤติ จราจร ปี 53 ตำรวจ แก้ปัญหาได้แค่ไหน

เริ่มโดย Danny, 12 มกราคม 2010, 06:50:31 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 4 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Danny

เกริ่น : ผมต้องเดินทางผ่านเส้นวงศ์สว่างแล้วต้องข้ามประชานุกูลประจำ ตอนนี้ สะพานข้ามแยกตั้งแต่บิ๊กซีวงศ์สว่างไล่ไปประชานุกูล ประชาชื่น ประกาศปิดปรับปรุง 90 วัน นับตั้งแต่ วันที่ 8 ม.ค. 53 อยากบอกว่า แค่ปกติ ก็ติดจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ปิดสะพานอีก ผมต้องอ้อมไปเส้นพิบูลสงครามหรือไม่ก็ออกบางกรวยข้ามพระราม 5 แทนครับ ใครจะผ่านทางนี้ในช่วงเวลาเร่งด่วน แนะนำว่า โปรดเลี่ยงดีกว่านะครับ ไม่งั้น ได้ทำงานสายกันแน่ๆ

วิกฤติ จราจร ปี 53 ตำรวจ แก้ปัญหาได้แค่ไหน? (เดลินิวส์)



          จาก ที่มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2553 ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ จะยังอยู่ในขั้นวิกฤติไม่แพ้การจราจรในปี 2552 ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากโครงการก่อสร้างบนท้องถนน ทั้งโครงการถนน สะพาน อุโมงค์ และโครงการซ่อมแซม ที่ต้องปิดพื้นผิวจราจรซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ปัจจุบันโครงการหมู่บ้านจัดสรรต่าง ๆ ยังผุดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด โดยเฉพาะพื้นที่ย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ยิ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรให้มีสภาพติดขัดทวีคูณมากขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา จราจรเป็นอย่างมาก และผู้ที่คนทั่วไปมักนึกถึงเมื่อเกิดปัญหาการจราจรติดขัด คงหนีไม่พ้นตำรวจจราจร มาดูกันว่าในปี 2553 ตำรวจมีมาตรการในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ที่เป็นปัญหายอดฮิตของคนเมืองกรุงอย่างไร

          พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นปัญหาโลกแตกที่แก้ไขให้สำเร็จได้ยาก เนื่องจากระบบการขนส่งมวลชนยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถรองรับการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง ทำให้คนที่มีกำลังซื้อต้องออกรถใหม่มาใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ส่งผลให้มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ถนนที่ให้รถวิ่งได้มีเท่าเดิม หรือหากจะเพิ่มขึ้นก็มีอัตราเพิ่มที่ไม่มาก ไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถส่วนตัว ปัญหาการจราจรติดขัดจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้การวางผังเมืองยังไม่เป็นระบบ เป็นเพราะการออกกฎหมายผังเมืองทำได้ช้า ทำให้มีการปลูกบ้าน อาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ล้ำหน้าไปก่อนมีการออกกฎหมายควบคุม ทำให้เมืองมีสภาพสะเปะสะปะ เห็นได้จากพื้นที่ในเมืองมีการจราจรหนาแน่น แต่ไม่มีที่จอดรถทำให้ต้องแอบจอดริมถนน สร้างปัญหารถติดตามมาอีก

          แนวทางการปฏิบัติงานแก้ปัญหาของตำรวจจราจรในปี 2553 พล.ต.ต.ภาณุ แจงว่า ในระยะสั้น ต้องส่งกำลังไปแก้ปัญหาตรงสาเหตุหลักของปัญหา อาทิ ตรงจุดไหนที่มีโครงการก่อสร้างที่จำเป็นต้องปิดช่องจราจร หรือต้องใช้พื้นผิวจราจรบางส่วน ทางกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) หรือที่เรียกว่า จราจรกลาง ต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ลงช่วยเสริมกำลังของตำรวจจราจรท้องที่ ช่วยจัดการจราจรบริเวณสถานที่ก่อสร้าง จุดใดที่ขยายช่องจราจรได้ต้องทำเพิ่ม จุดใดไม่มีพื้นที่อาจต้องใช้วิธีเปิดช่องทางพิเศษระบายรถด้านที่มีปริมาณ มากกว่า สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องประสานงานกับผู้รับเหมาเพื่อให้ทราบข้อมูลการก่อสร้างทุกระยะ เพื่อนำข้อมูลต่าง ๆ มาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ว่า จุดใดที่มีการก่อสร้าง จุดใดมีการปิดถนน พร้อมแนะนำเส้นทางเลี่ยงต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบข้อมูลล่วงหน้า สามารถวางแผนการเดินทางได้

          นอก จากนี้ ตำรวจจะเข้มมาตรการจับกุม 10 ข้อหาหลัก ได้แก่ เมาไม่ขับ ขับรถเร็ว ย้อนศร ฝ่าไฟแดง แซงที่คับขัน โทรไม่ขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ความผิดเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบของรถ เพื่อลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต ส่วนการจับกุมในข้อหาที่เป็นการแก้ปัญหารถติด เช่น การจอดรถในที่ห้ามจอด หรือการขับขี่รถกีดขวางการจราจรนั้น ต้องเข้มงวดในจุดที่มีปัญหามาก เชื่อว่าเมื่อคนมีวินัยจราจรเพิ่มมากขึ้น ปัญหารถติดจะลดน้อยลง

          ส่วน การแก้ปัญหาระยะยาว ทางเดียวที่จะแก้ได้ดีที่สุด คือ ต้องมีโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่เป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น โดยจะเลือกก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนักแบบที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบัน หรือจะก่อสร้างเป็นแบบโมโนเรลก็ได้ เพราะรถไฟฟ้าสามารถขนส่งคนได้ครั้งละจำนวนมาก สามารถกะเวลาการเดินทางได้แน่นอน และไม่สร้างมลพิษ ทั้งนี้ตนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างทางยกระดับให้รถวิ่ง เพราะไม่ว่าจะซ้อนกันกี่ชั้นก็ตาม ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการจราจรได้มาก และอาจเป็นการสร้างปัญหาการจราจรให้มากขึ้นด้วยซ้ำ 

          "เวลาเกิดปัญหารถติด ใคร ๆ ก็นึกถึงแต่ตำรวจ ตำหนิแต่ตำรวจว่าทำไมไม่แก้ปัญหา ซึ่งจริง ๆ ตำรวจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง คนก็มองแค่ปลายทาง ตำหนิแต่ปลายทาง ทั้งที่ต้นทางยังมีหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่แก้ปัญหาอยู่หลายหน่วยงาน ที่ต้องทำงานประสานกัน หากการวางแผนแก้ปัญหาจราจรที่ต้นทางดี ก็จะสะท้อนภาพดี ๆ ให้เห็นที่ปลายทาง แต่ในปัจจุบันการร่วมมือกันเรื่องการแก้ปัญหาจราจรของหน่วยงานต่าง ๆ ยังมีน้อย ปัญหาการจราจรจึงค้างคาล่าช้า อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทั้งนี้จึงอยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างลุล่วงโดยเร็ว" พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวในตอนท้าย

          การแก้ปัญหารถติดให้สำเร็จ จะเป็นไปได้หรือไม่?

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเดลินิวส์