• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

พีเรลลี ฟื้นแบรนด์ ปักฐานจีนลุยเอเชีย

เริ่มโดย Danny, 14 กรกฎาคม 2008, 11:08:48 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Danny

"พีเรลลี" ยางสัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ในฐานะยางเกรดบน และแน่นอนว่าราคาก็สูงกว่ายางทั่วๆ ไป ซึ่งในต่างประเทศนั้น พีเรลลีมียางหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์นั่ง รถบรรทุก เอสยูวี หรือว่า จักรยานยนต์ แต่ในบ้านเราที่คุ้นเคยกันก็คือ ยางรถยนต์นั่งเป็นหลัก

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : พีเรลลีจัดว่าเป็นผู้ผลิตยางอันดับ 5 ของโลก มีเครือข่ายทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงงานผลิตทั้งสิ้น 26 แห่ง มีพนักงานรวม 3 หมื่นคน ยอดขายยางรถยนต์ 80% คือตลาดทดแทน (REM)

ทั้งนี้ในด้านการตลาดนั้น พีเรลลี มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ในตลาดรถจักรยานยนต์ มียอดขายอันดับ 1 ใน ยุโรป มียอดขายอันดับ 1 ในตลาดรถบรรทุกใหญ่ในยุโรปใต้ และในเดือนต.ค.2550 พีเรลลีเดินหน้าบุกตลาดเอเชีย โดยเลือกตลาดใหญ่อย่างจีนเป็นที่ตั้งโรงงานผลิต 2 แห่ง คือ ยางรถยนต์เล็ก และยางรถบรรทุก พร้อมกับตั้งสำนักงานอีก 2 แห่ง ในปักกิ่ง กับเซี่ยงไฮ้

ทั้งนี้ที่ผ่านมา พีเรลลีประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดยุโรป และกลุ่มละตินอเมริกา แต่กับตลาดเอเชีย อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ด้วยการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่โดดเด่น ประกอบฐานลูกค้ามีจำนวนมาก ลำพังแค่จีนประเทศเดียวก็มากกว่ายุโรป ทำให้พีเรลลีตัดสินใจเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจีนจะเป็นตลาดใหญ่ และมีแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์สูง แต่เป้าหมายของพีเรลลีไม่ได้มีเป้าหมายผลิตเพื่อรองรับตลาดจีนเพียงแห่งเดียว แต่ต้องการใช้จีนเป็นฐานส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในแถบเอเชียซึ่งรวมถึงไทยด้วย เป็นการทำตลาดแบบคู่ขนาน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็ช่วยให้โครงสร้างราคาต่ำลง ทำให้ง่ายต่อการทำงานยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม พีเรลลีอาจจะต้องตอบคำถามกับผู้บริโภคว่ามาตรฐานของสินค้าที่ผลิตจากยุโรป กับจีนนั้น ต่างกันหรือว่าเหมือนกัน เพราะเป็นที่เข้าใจได้ว่าเมื่อพูดถึงเมืองจีน มักจะมีคำถามตามมาอยู่เสมอว่า เป็นแหล่งผลิตสินค้า ราคาถูก ขณะเดียวกันคุณภาพก็ด้อยลงตามไปด้วย

เรื่องนี้ สเตฟาโน รางกีเอรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และขายปลีก พีเรลลี เซี่ยงไฮ้ บอกว่าแม้จะผลิตคนละภูมิภาค แต่ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน ดังนั้นคุณภาพของยางจะไม่แตกต่างกันอย่างใด ไม่ว่าจะเป็นยางจากโรงงานยุโรป หรือว่าโรงงานที่เหยียนโจ - ชางตง ก็ตาม

และเพื่อเป็นการยืนยันในเรื่องนี้ ล่าสุด พีเรลลีจัดให้มีการทดสอบยางที่ผลิตจากในจีนเป็นครั้งแรกหลังจากโรงงานเริ่มเดินสายการผลิต ที่สนามช่างไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หนึ่งในสนามที่ใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 เพราะเชื่อว่าเรื่องของสิ่งที่มองเห็นยากด้วยตาเปล่า วิธีการที่ดีสุดก็คือ ให้ทดลองกัน เป็นประสบการณ์ตรง โดยพีเรลลีเชิญตัวแทนสื่อจาก 8 ประเทศ ไม่รวมจีน ประเทศละ 1 คน ไปร่วมงานครั้งนี้

สำหรับพีเรลลีที่ผลิตในจีน และนำมาทดสอบครั้งนี้มี 2 รุ่น คือ พี 6 และพี 7 ซึ่งเป็นชื่อที่นำมาจากยางในอดีตที่เคยสร้างความสำเร็จให้กัลพีเรลลีมาแล้ว รวมถึงความสำเร็จจากรายการแข่งขันแรลลี่ ชิงแชมป์โลก เมื่อปี 2517  ซึ่งทั้ง 2 ตัวเป็นยางที่มีหลายขนาด และมีเป้าหมายการตลาดหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถยนต์นั่งระดับบน ไปจนถึงเอ็มพีวี และสปอร์ต ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักๆ เช่น ออดี้ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากัวร์ วอลโว่ เฟียต โอเปิล เปอโยต์ ฟอร์ด โฟล์คสวาเก้น เป็นต้น

ซึ่งพี 6 นั้น โรงงานในจีนผลิตออกมา 11 ขนาด เริ่มตั้งแต่ 175/65 R 14 ไปจนถึง 215/60 R16 XL (รองรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ)

ส่วนพี 7 มีทั้งสิ้น 22 ขนาด เริ่มจาก 195/65 R15 ไปจนถึง 225/60 R18

พี 6 ออกแบบมาให้เน้นความสะดวกสบายเป็นพิเศษ ส่วนพี 7 เน้นอารมณ์สปอร์ต โครงสร้างยางจึงแตกต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องของเนื้อยางและดอกยาง ซึ่งพีเรลลีบอกว่า พี 6 นั้นมีจุดเด่นคือ นุ่ม เงียบ แต่พี 7 นั้น รองรับการขับขี่ที่ความเร็ว และจัดการกับเส้นทางโค้ง การหักเลี้ยวกะทันหัน และเปียกลื่นได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นลูกค้าเป้าหมายหลักของพี 6 ก็คือ รถเอ็มพีวี รถสเตชั่น แวกอน และซาลูนระดับบน ประมาณว่ารถผู้บริหาร ส่วนพี 7 ก็คือ รถสปอร์ต หรือรถที่ผู้ขับขี่มีอารมณ์สปอร์ตอยู่ในหัวใจ

ทั้งนี้พีเรลลีบอกว่ายางทั้ง 2 ตัว เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมแล้ว ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่สัมผัสกับผิวถนนเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งในการช่วยให้การยึดเกาะถนนดีขึ้น

การรุกคืบของยางพีเรลลี ที่เป็นก้าวสำคัญและแน่นอน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเห็นว่าเกิดขึ้นในเมืองไทยด้วยเช่นกัน

http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/14/news_275773.php