• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

อีตันบุกตลาดเอ็นจีวี-ไฮบริด เจาะกลุ่มรถใหญ่ บรรทุก-บัส

เริ่มโดย Danny, 16 มิถุนายน 2008, 10:51:30 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 13 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Danny



อีตัน เทคโนโลยีส์ เจ้าตลาดระบบพลังงานไฮบริดสำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ สบโอกาสน้ำมันแพง ส่งรถไฮบริด เทคโนโลยีล่าสุดบุกตลาดทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร จับมือ ผู้ผลิต โฟตัน จากจีนส่งรถโดยสารนำร่อง ชูจุดขายประหยัดน้ำมัน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายอรรถสิทธิ์ สาธิตพิฐกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อีตัน เทคโนโลยีส์ จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ในภาวการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยังไม่แน่นอนว่าจะแพงขึ้นอีกหรือไม่ ทำให้ผู้บริโภคพยายามหาทางลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นบริษัทจึงเห็นช่องว่างทางการตลาด และตัดสินใจที่จะทำตลาดรถบัสโดยสาร ไฮบริด จากจีน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในปีนี้

สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์และรถโดยสารไฮบริด ที่บริษัททำตลาดครั้งนี้จะเป็นการนำเข้าเป็นรถสำเร็จรูป (CBU) จากจีน ภายใต้ยี่ห้อ FOTON

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ความพิเศษของ FOTON ก็คือเป็นไฮบริด เอ็นจีวี คือใช้เครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (CNG) เป็นเชื้อเพลิงทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นเจ้าแรกของจีน ซึ่งช่วยเพิ่มการประหยัดขึ้นไปอีก เมื่อเทียบกับไฮบริดเครื่องยนต์น้ำมัน

สำหรับ อีตัน เทคโนโลยีส์ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจทางด้านยานยนต์มากว่า 18 ปี โดยเน้นการทำตลาดชุดถ่ายทอดกำลังสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก แต่ภายหลังจากที่ภาวะราคาน้ำมันแพงขึ้น กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง มีความต้องการที่จะลดต้นทุนการขนส่ง บริษัทจึงได้ตัดสินใจนำเสนอเทคโนโลยีใหม่แก่ผู้ประกอบการ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม

"รถที่จะนำเข้ามาจำหน่าย ในช่วงแรกจะเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ใช้เครื่องยนต์ เอ็นจีวี-ไฮบริด และใช้เกียร์ ไฮบริด ที่ผลิตโดยบริษัทแม่ของอีตันที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้สูงสุด 30-50% โดยในขณะนี้รถโดยสารประจำทางในประเทศจีนถือเป็นประเทศแรกในโลก ที่ใช้ระบบเกียร์แบบไฮบริดของอีตัน ในเชิงพาณิชย์ โดยมีวิ่งอยู่ในจีน 237 คัน และมีการสั่งจองอีกมากกว่า 1,000 คัน"

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของรถโดยสาร โฟตัน ไฮบริด ในไทย คือ รถร่วม ขสมก. รถ ขสมก. และรถ บขส. ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่เหมาะจะใช้งานรถไฮบริด เนื่องจากสภาพจราจรแบบกรุงเทพฯ ชั้นใน ระบบกลไกของไฮบริดแทบจะทำให้ไม่มีการใช้น้ำมัน เนื่องจากกลไกของมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเป็นหลัก

ทั้งนี้ สำหรับขนาดของเครื่องยนต์ที่เสนอขายในตลาด จะมีกำลังตั้งแต่ 230 แรงม้าขึ้นไป ซึ่งเป็นรถที่ใช้อยู่ในตลาดการขนส่งขนาดกลางและขนาดใหญ่

สำหรับ โฟตัน เริ่มต้นทดลองการทำตลาดเครื่องยนต์ไฮบริด ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีน เนื่องจากทางการจีนต้องการรถโดยสารที่มีมลพิษน้อยที่สุดสำหรับการใช้งานขนส่งในกีฬาโอลิมปิก

"ความต้องการของรถไฮบริดในประเทศไทย เริ่มมีความต้องการมากขึ้น ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูง แม้ว่าราคาของรถจะมีราคาแพงกว่ารถทั่วไป แต่ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง สำหรับรถบรรทุกจะลดลง ผู้ประกอบการสามารถประหยัดได้ถึง 50% ซึ่งการลงทุนในรถ 1 คัน จะคุ้มทุนได้ใน 5 ปี ในขณะที่รถประจำทางและรถสาธารณะจะสามารถประหยัดเชื้อเพลิง ลดมลภาวะ ลดเสียง และมีผลตอบแทนการลงทุนที่ดี ซึ่งการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสามารถลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 20-37%"

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการในระยะยาวของ อีตัน คือ การนำเครื่องยนต์และแชสซีส์ เข้ามาประกอบในไทย (CKD) แทนการนำเข้ารถสำเร็จรูป หลังจากนั้นจะขยายตลาดสู่รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมกับการเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

สำหรับวงการรถบรรทุกและรถโดยสารในปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้หลายคนมองหาการใช้พลังงาน ทดแทนน้ำมัน โดยการหันไปใช้ก๊าซ ซีเอ็นจี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นคือต้นทุนในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ไปใช้ซีเอ็นจี มีค่าใช้จ่ายที่สูง ในขณะอู่ที่ดำเนินการติดตั้งมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอ

แหล่งข่าวจากวงการรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์กล่าวกับ "กรุงเทพธุกิจ" ว่า ปัจจุบันมีรถบรรทุกเข้าคิวเพื่อรอเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลมาเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้เอ็นจีวี อย่างเดียวเป็นจำนวนมาก จนทำให้อู่ที่ให้บริการติดตั้งไม่สามารถให้บริการได้ทัน เนื่องจากการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงอีกก็คือ ภายหลังจากที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นได้รับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ไปแล้ว โดยพื้นฐานของระบบจะต้องมีการปรับแต่ง (tune up) เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างสมบูรณ์ภายหลังการใช้ไปสักระยะหนึ่ง แต่ปรากฏว่ารถเหล่านี้ต้องหยุดขนส่ง เนื่องจากอู่ต่างๆ ไม่สามารถให้บริการรถที่ต้องการซ่อมบำรุงได้พอ จนรถต้องจอดรอเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ขาดรายได้

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าจากการที่ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นทำให้บริษัทขนส่งขนาดเล็ก ได้หยุดกิจการไปจำนวนมาก ส่วนบริษัทขนส่งขนาดกลางที่มีระบบการจัดการที่ไม่ดีก็กำลังจะได้รับผลกระทบ ยกเว้นผู้ประกอบขนาดใหญ่ ส่วนบริษัทขนส่งข้ามชาติซึ่งสามารถบริหารต้นทุนด้วยเทคโนโลยีการจัดการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/16/news_266976.php