• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Danny

#481
รดน้ำศพรุจน์รณภพ เศร้าสลด จัดงานเรียบง่าย

'ทราย' เผย  พ่อสั่งให้จัดงานศพ เรียบง่าย ด้าน 'ใหม่' มีลางสังหรณ์ ก่อนพ่อเสีย ตี 3 ได้ยินเสียงกระซิบ หมอดูทักจะมีญาติผู้ใหญ่เสีย  มจ. ชาตรีเฉลิม ระบุ นับเป็นการสูญเสียยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิง  กำหนดฌาปนกิจ 6 ม.ค.ปีหน้า...

ภายหลังที่ รุจน์ รณภพ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ผู้สร้างตำนานภาพยนตร์เรื่อง บ้านทรายทอง เขาชื่อกานต์ ได้เสียชีวิตลง ที่บ้านพัก ย่านซอยเรวดี จังหวัดนนทบุรี ด้วยโรคชรา หลังป่วยด้วยโรคเบาหวานมานานกว่า 3 ปี เมื่อช่วงบ่ายของ วันที่ 27 ธ.ค. ญาติได้นำศพมาตั้งไว้ที่ ศาลา 8/1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ในเวลา 16.00 น.ได้มีพิธีรดน้ำศพ โดยมีเสี่ยเชน เจริญ เอี่ยมพึ่งพร ประธานบริษัทไฟว์สตาร์ จำกัด เป็นประธานรดน้ำศพ และ ทราย เจริญปุระ ใหม่ เจริญปุระ บุตรสาว พร้อมญาติ อยู่ในอาการเศร้าโศกตลอดเวลา

หลังจาก นั้น ทราย เจริญปุระ วัย 29 ปี เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า ตนดูแลพ่อหลังจากป่วยด้วยโรคเบาหวานมาได้ 3 ปี ทำใจไว้บ้างแล้วว่า พ่อต้องจากไป ปกติพ่อจะอยู่ที่บ้าน และออกไปพักร่างกายที่ จ.อ่างทอง บ้าง และ มี ทราย กับแม่ เป็นคนดูแลเรื่องหมอ และให้การรักษาที่ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ มาตลอด 3 ปี พ่อสั่งเอาไว้ก่อนเสียชีวิตว่า ต้องการให้งานศพเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตในตอนเช้า หลังจากอาบน้ำให้พ่อ และได้กินข้าวตอนเที่ยง กลับมาดูพ่ออีกในตอนบ่าย ก็หลับไปเลย ตนได้แต่ทำใจ คิดว่าท่านเสียไปด้วยโรคชรา

"สำหรับญาติฝั่งทรายที่มาร่วมงานศพ ได้แก่ ภวัฒน์ เจริญปุระ น้องชายวัย 27 ปี ส่วนน้องสาว ชื่อ ภรณ์รวี เจริญปุระ ทราบข่าวการเสียชีวิตของพ่อแล้วและกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ

ด้าน ใหม่ เจริญปุระ เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าพ่อเสียชีวิตตนเองตกใจมาก มาเยี่ยมพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนก่อน พ่อมีอาการไม่ค่อยดีนัก ได้คุยกับ แม่ของทรายแล้ว บอกว่าดูแลตลอด เมื่อทราบว่าพอไปพักผ่อนที่จังหวัดอ่างทอง ตนเองยังตามไปเยี่ยม ใหม่บอกว่า ได้คุยกันล่าสุด ใหม่บอกพ่อว่า อยากให้มาอยู่ด้วยกัน แต่พ่อบอกว่าไม่เป็นไร ใหม่บอกต่อไปอีกว่าหลายคืนก่อนพ่อเสีย ตนเองมีลางสังหรณ์ คือได้ยินเสียงคนมากระซิบตอนตีสาม คิดว่าเป็นเจ้าที่ จากนั้นลองไปดูหมอ หมอดูบอกว่า จะมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตในปีหน้า ก็ได้ทำใจมาแล้ว  สุดท้ายที่มาหาพ่อไม่ได้สั่งอะไรไว้ ก็กอดพ่อปกติ

สำหรับญาติฝั่ง ใหม่ เจริญปุระ ที่มาร่วมรดน้ำศพ ประกอบด้วยบ แม่วิภาพร สนธิกุล นางเวณิก เจริญปุระ วิภาวี เจริญปุระ พลอย เจริญภักดี ใหม่ เจริญปุระ และ หลานพิมมาลา เจริญภักดี

ด้าน มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่า รุจน์ รณภพ เสียชีวิต ตกใจมาก เพราะสนิทกันมาก เขาเคยเป็นผู้กำกับ ที่ทำงานที่บริษัท ละโว้ ถือว่าเป็นลูกหม้อของละโว้ก็ว่าได้แล้ว ลูกสาวทั้งสองคนของเขาคือ ทราย กับใหม่ ก็เป็นนางเอกภาพยนตร์ ที่ตนเองกำกับหลายเรื่อง การจากไปของรุจน์ รณภพ ถือว่าวงการภาพยนตร์ไทยสูญเสียมาก เพราะเขาคือผู้สร้างภาพยนตร์ ที่เป็นตำนานหลายเรื่องอาทิ เขาชื่อกานต์ บ้านทรายทอง และสร้างนักแสดงชื่อดังอาทิ โอ วรุต เป็นต้น

สำหรับบรรยากาศที่ ศาลาค/8/1มีดารา และ บุคคลในวงการบันเทิงมาร่วมสวดอภิธรรมศพเป็นจำนวนมาก อาทิ เสธ.เบิร์ด พ.ท วันชนะ สวัสดี เสธ.ต๊อด พ.ทวินธัย สุวารี นุ้ย เกศรินทร์ เอกธวัชกุล มานพ อัศวเทพ ยอดชาย เมฆสุวรรณ สำหรับวันนี้มี เสี่ยเชน เจริญ เอี่ยมพึ่งพร เป็นประธานสวดอภิธรรมศพ ส่วนวันที่ 29 ธ.ค. มจ. ชาตรีเฉลิม และหม่อมกมลา ยุคล เป็นเจ้าภาพงานศพ ส่วนกำหนดฌาปณกิจศพ คือวันที่ 6 มกราคม 2553 ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

ผมและทีมงาน Truck.in.th ขอไว้อาลัยด้วยครับ
ที่มาจากไทยรัฐออนไลน์
#482
สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎร ปี 52 "ถ่อย-เถื่อน-ถีบ" ส่วนวุฒิสภา เป็น "ตะแกรงก้นรั่ว" ด้าน"ชัย ชิดชอบ " ถูกยกให้เป็น "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์" ขณะที่ "เฉลิม" กลายเป็น "ดาวดับ"

ตาม ธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี ที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ร่วมกันระดมความเห็นในการตั้งฉายาผู้ที่ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งสองสภาคือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก และการทำงานของ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยในรอบปี 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา เล็งเห็นว่าผู้ที่ทำหน้าที่นี้มีความสำคัญ ต่อการเปลี่ยนผ่านการเมืองของประเทศ หลังจากเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จึงอาศัยเทศกาลปีใหม่นี้ ตั้งฉายาให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ตามผลงานที่ปรากฏออกมา ในมุมมองของสื่อมวลชน

สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ขอยืนยันว่า ในการตั้งฉายารัฐสภาทุกครั้งได้ใช้เหตุผล ความบริสุทธิ์ใจ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อคติ ปราศจากการแทรกแซงจากทุกฝ่าย สำหรับฉายาที่ตั้งขึ้นได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสื่อมวลชนประจำ รัฐสภา โดยผลการพิจารณามีดังต่อไปนี้

ฉายาสภาผู้แทนราษฎร -"ถ่อย-เถื่อน-ถีบ"

ตลอด หนึ่งปี ภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรตกต่ำอีกครั้งเพราะเต็มไปด้วยความมแตกแยกอย่าง หนักระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล จนเกือบมีการใช้ความรุนแรง ทั้งการเปิดศึกหวิดวางมวยกลางสภากันหลายครั้ง หรือมีการโต้เถียง ท้าทายการนับองค์ประชุมกันดุเดือด ด่ากันด้วยด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและบางครั้งถึงขั้นหยาบคายหลายคู่ ซึ่งพบถี่มากขึ้นแทบทุกเดือน เช่น กรณีนายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ที่ยั่วฝ่ายรัฐบาลด้วยการเดินตรวจการเสียบบัตรลงคะแนนของสมาชิกรอบห้อง ประชุม จนเกือบวางมวยกับนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรี่จะเข้ามาชกและยกเท้าเตรียมถีบ จนต้องเข้าห้ามกันชุลมุนท่ามกลางถ้อยคำผรุสวาทของสองฝ่าย

หรือกรณี ที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อนายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวคำหยาบคายถึงขั้นชูนิ้วกลางให้นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก่อนจะท้าไปดวลกันนอกห้องประชุม พฤติกรรมเหล่านี้ได้สร้างความเสื่อมทรามให้กับสภาผู้แทนราษฎรในยุคการเมือง ต่อสู้กันรุนแรง และดำเนินต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วถึงปัจจุบัน กรณีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย สร้างวีรกรรมกระโดดถีบทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จนศาลมีคำพิพากษาเมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ให้จำคุกนายการุณ1 เดือน รอลงอาญากำหนด 2 ปี ทั้งนี้พฤติกรรม สส.ที่ก้าวร้าวมากขึ้นนอกจากไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของสภาผู้ทรงเกียรติแล้ว ยังมีส่วนกระตุ้นให้สังคมแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง โดยไม่ใช้หลักเหตุผล

ฉายาวุฒิสภา-"ตะแกรงก้นรั่ว"

วุฒิสภา ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสภาสูง ที่คอยตรวจสอบและกลั่นกรองการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเข้ามาบริหารประเทศก็ตาม แต่หลังจากเกิดการสวิงสับขั้วทางการเมือง ภาพการตรวจสอบของวุฒิสภากลับไม่เข้มข้นเหมือนรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อครหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล จนทำให้สังคมผิดหวังกับบทบาทการตรวจสอบของวุฒิสภา เสมือนว่าทุกอย่างหยุดนิ่ง เสมอตัว เหมือนความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ ขณะเดียวกันภาพของวุฒิสภากลายเป็นองค์กรที่คอยตอบแทนบุญคุณกลุ่มคนที่อยู่ เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.สรรหา หรือ ส.ว.เลือกตั้ง จนทำให้พฤติกรรมของสภาสูง ไม่แตกต่างจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำให้การประชุมต้องล่มซ้ำซาก เพราะเกิดความขัดแย้งระหว่าง ส.ว.สรรหา กับส.ว.เลือกตั้ง ขณะเดียวกันยังมีการวิ่งเต้นล็อบบี้ ให้วุฒิสภาผ่านกฎหมายสำคัญของรัฐบาล

ล่าสุดนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา ได้ออกหนังสือเรื่อง "ความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาและสภาฯล่มซ้ำซาก" ระบุว่า มีการวิ่งเต้นของแกนนำกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้วุฒิผ่าน ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินโดยเร็ว จนทำให้บทบาทการตรวจสอบเหมือนกับตะแกรง ในการแยกสิ่งดีไม่ดีออกจากกัน ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงไม่ต่างจากตะแกรงก้นรั่วนั่นเอง

ฉายาประธานสภาผู้แทนราษฎร(นายชัย ชิดชอบ) - "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์"

ท่าม กลางสภาวะการเมืองสองขั้ว ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องรับบทหนักในการทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมสภาฯ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง รุนแรง วุ่นวาย ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่ด้วยชั้นเชิงที่คร่ำหวอดในสภามานาน ทำให้นายชัย ใช้บทร้อยเล่ห์ทั้งการประนีประนอม ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นวม กระทั่งใช้ความอาวุโสความเป็น "พ่อเฒ่า" หลอกล่อสมาชิกรุ่นลูก ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจนหัวหมุน หลงประเด็น โดยเฉพาะการปล่อยมุขขำขันออกมากลบประเด็นจนช่วยผ่อนคลาย บรรยากาศตรึงเครียดระหว่างการประชุม และประคองไม่ให้การประชุมล่มได้หลายครั้ง การทำหน้าที่ของนายชัยด้วยชั้นเชิงที่แพรวพราวดัง "ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์" นี่เอง จึงทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลส่วนใหญ่ต่างยอมรับกับบทบาทการทำหน้าที่ของนายชัยใน การทำหน้าที่ประธานการประชุม

ฉายาประธานวุฒิสภา(นายประสพสุข บุญเดช) "ประธานหลักเลื่อน"

ด้วย ต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่เดิม และส.ว.ส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของวุฒิสภา เพราะเคยเป็นถึงอดีตประธานศาลอุทธรณ์ ทุกฝ่ายจึงต่างคาดหวังว่าการทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาของนายประสพสุข บุญเดช จะสามารถเป็นเสาหลักให้กับสภาสูงได้ แต่บทบาทของประธานวุฒิสภาหลายครั้งได้สร้างความผิดหวังกับสังคม เช่น กรณีการเป็นตัวแทนของฝ่าย ส.ว.เข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกปัญหาความขัดแย้งในสังคม กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อถูกทักท้วงจากสมาชิกบางส่วน ว่าไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของวุฒิสภา ทำให้นายประสพสุข ไม่กล้าตัดสินใจใช้อำนาจในฐานประมุขของสภาสูงในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม และบ่อยครั้งมักจะโอนเอนไปตามแรงกดดันของสังคมหรือเกมการเมือง ทำให้เกิดภาวะเลื่อนลอย เปรียบเหมือนหลักยึดที่เลื่อนไป-มาตามแรงกดดัน จนขาดภาวะผู้นำของสภาสูง ขณะเดียวกันท่ามกลางประเทศประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ ประธานวุฒิสภา กลับพาสมาชิกไปดูงานต่างประเทศ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แทนที่จะทำเป็นตัวอย่าง กลับทำเสียเอง

ดาวเด่น "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย"

บทบาท ที่ผ่านมาของนพ.ชลน่าน ต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯถือว่ามีความโดดเด่น โดยเฉพาะการอภิปรายในสภาฯที่ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาฯมาเป็นเครื่องมือใน การแสดงความคิดเห็นเป็นหลัก ไม่มุ่งเน้นอภิปรายรัฐบาลด้วยการใช้วาทศิลป์เป็นสำคัญ ทำให้การประชุมไม่สามารถดำเนินการไปได้ ขณะเดียวกันแม้ว่าจะมีบางประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล อย่างเช่นการอภิปรายเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ซึ่งนพ.ชลน่านก็สามารถยกข้อเท็จจริงและประเด็นทางกฎหมายมาหักล้างได้ในหลาย ประเด็น โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณที่ผ่านมา

ดาวดับ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย"

เคย มีวลีที่รู้กันอยู่ในวงการเมืองว่า ถ้าไปทะเลเจอฉลาม แต่มาสภาฯเจอเฉลิม ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม เป็นบุคคลที่หากใครเป็นรัฐบาลแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม เป็นฝ่ายค้านจะมีการทำหน้าที่ทั้งในสภาฯและนอกสภาฯในการตรวจสอบการทำงานใน สภาฯอย่างเข้มข้น ด้วยข้อมูลที่สร้างความสั่นสะเทือนให้คนที่เป็นรัฐบาลได้พอสมควร แต่ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม ในวันนี้กลายเป็นดาวอับแสง ด้วยบทบาทการทำหน้าที่ของตนเองที่แทบจะหาสาระหลักไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายหรือการยื่นกระทู้ถามในสภาฯ กับไม่ได้แสดงความเป็นขุนศึกของฝ่ายค้านได้อย่างที่สมศักดิ์ศรี มีแต่วาทะที่เชือดเฉือนกระแนะกระแหนไปยังฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพุ่งเป้าไปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มุ่งไปที่เนื้อหาสาระของการอภิปรายที่เคยทำได้อย่างโดดเด่นเหมือนที่ ผ่านมา

เหตุการณ์เด่นแห่งปี "การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อหาทางออกกรณีวิกฤตการเมือง"

เหตุการณ์ แห่งปีต้องยกให้กับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 22-23 เม.ย.2552เพื่อพิจารณาญัตติด่วนที่รัฐบาลขอคำเสนอแนะจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อหา ทางออกในการแก้ไขวิกฤตการทางการเมืองหลังเกิดเหตุการณ์ "สงกรานต์จลาจล" หลายฝ่ายคาดหวังว่า การประชุมรัฐสภานัดนี้ จะช่วยให้ความตรึงเครียดทางการเมืองลดอุณหภูมิลง แต่ปรากฎว่า เวทีรัฐสภากลับไม่เป็นที่พึ่งหวังในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพราะไม่ได้เป็นการประชุมอย่างสร้างสรรค์ หลายประเด็นที่หยิบมาพูด และมีการถ่ายทอดสดด้วยนั้นถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูลและปลุกระดมซ้ำ ทั้งกรณีรถแก๊ส , การป่วนเมืองที่มาจากกลุ่มที่มีความขัดแย้งกันอยู่ เนื้อหาการอภิปรายมุ่งเอาชนคะคานกันด้วยคำพูด กล่าวหากันโดยไม่มีหลักฐานข้อพิสูจน์ ทำให้เกิดการประท้วงวุ่นวาย เพิ่มอุณหภูมิความขัดแย้งในสังคมมากขึ้นไปอีก และแม้ผลสรุปของการประชุมรัฐสภาจะมีการตั้งคณะกรรมการสองชุด คือ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุม แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีผลความคืบหน้าในการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ขณะที่ความรุนแรงทางสังคมยังคงอยู่

วาทะแห่งปี "พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม"

วา ทะดังกล่าวส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้หยิบมาพูดหลายครั้งเพื่อยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กระทำทุจริตหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุกพ.ต.ท.ทักษิณ 2 ปีในคดีทุจริตที่ดินรัชดา ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้หยิบวาทะนี้มาพูดในสภา ระหว่างตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ต.ค. เรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนโดยระบุว่า " พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยทำทุจริต ที่ถูกศาลตัดสินเป็นเรื่องทำสิ่งที่กฎหมายห้าม แต่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย " พร้อมทั้งท้าทายว่า หากเป็นเรื่องทุจริตจริงจะเอาปริญญาเอกนิติศาสตร์ไปคืนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่ง วาทะดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นเด่นชัดว่า เป็นการเลี่ยงบาลี บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสนในคำพิพากษาศาลฎีกา และเป็นการสะท้อนจุดยืนและบรรทัดฐานทางการเมือง ของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ไม่สมกับอวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่า จบด๊อกเตอร์ด้านกฎหมาย

คู่กัดแห่งปี "นายจตุพร พรหมพันธุ์ -นายวัชระ เพชรทอง"

นักการ เมืองคู่นี้เป็นศิษย์ร่วมสถาบันเดียวกัน แต่เมื่อมาอยู่ต่างพรรคต่างขั้ว ทำให้วิถีทางการต่อสู้ทางการเมืองต้องเข้าห้ำหั่นกัน ด้วยความที่รู้ไส้รู้พุงกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาทำให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ มักมีประเด็นวิวาทะกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันมาโดยตลอด บางจังหวะเลยเถิดไปถึงการพาดพิงบุพการี ทำให้อุณหภูมิในสภาเดือดดาลอยู่หลายครั้ง จนบางครั้งหวุดหวิดที่จะวางมวยกันในสภาฯ นอกจากนั้นไม่พอ นายจตุพรและนายวัชระยังออกมาท้าทายกันที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภาเป็นประจำ จึงทำให้ศึกสายเลือดระหว่าง ส.ส.หนุ่มคู่นี้จึงถกยกให้เป็นคู่กัดแห่งปี

คนดีศรีสภาฯ "นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์"

ปัญหา การทำงานของสภาฯในรอบปีที่ผ่านมาเรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือ สภาล่มบ่อยครั้ง 11 เดือน 11 ครั้ง เพราะส.ส.ไม่รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ไม่เข้าประชุมสภาฯทำให้งานสภาฯเดิน หน้าไปไม่ได้ แต่นายเจริญ ซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ขั้วตับ กลับเข้าประชุมสภาและร่วมลงมติผ่านกฎหมาย 88 ครั้งจากการประชุมสภา การลงมติ 100 ครั้ง และในช่วงก่อนปิดสมัยการประชุม ที่เกิดเหตุการณ์สภาล่มติดกันซ้ำซาก นายเจริญยังได้เข้าร่วมประชุมด้วยทั้งที่พึ่งเข้ารับการผ่าตัดโรคมะเร็งก่อน หน้านี้ 1 วัน จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นคนดีศรีสภา เพื่อเป็นตัวอย่างของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างสม ศักดิ์ศรี

ฉายาผู้น&#
#483
ห้องพูดคุย / ฉายาคนบันเทิงประจำปี 52
25 ธันวาคม 2009, 05:05:45 หลังเที่ยง








ฉายาคนบันเทิงประจำปี 52 (ข่าวสด)

เมื่อ วันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวสายบันเทิงทุกแขนง ได้เปิดฉายาคนในแวดวงบันเทิง โดยเน้นการตั้งขึ้นแบบหยิกแกมหยอกด้วยความรักและเอ็นดู ซึ่งในปีนี้ได้มีผู้สื่อข่าวตั้งฉายาดาราประจำปีมาเป็นจำนวนมาก หลังจากที่คณะกรรมการจากสมาคมนักข่าวบันเทิงได้ประชุมเพื่อคัดเลือกเมื่อวาน ที่ผ่านมา ได้มีการคัดเลือกจนได้ 10 อันดับท็อปฮิตแห่งปีดังต่อไปนี้


1. นาธาน โอมาน ได้ฉายา ลับ ลวง แหล

นาธาน โอมาน

เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมา "นาธาน โอมาน" ได้ก่อวีรกรรมมาหลายเรื่อง แต่ประเด็นที่ทำให้สังคมช่วยกันขุดคุ้ย คือกรณีออกมาให้ข่าวว่า ได้แสดงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ต่อมามีการแจ้งความเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ หลายกรณี ก่อนจะมาตกม้าตายด้วยหลักฐานของแม่บ้าน ที่นำสลิปธนาคารมายืนยันว่า "นาธาน โอมาน" โกงเงินไปหลายแสนบาท จนถูกรวบตัวได้ในที่สุด


2. แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ได้ฉายา แบ๊วตีนปลาย

สงกรานต์ เตชะณรงค์ - แอฟ ทักษอร

สำหรับฉายานี้เกิดจากว่าตอนเริ่มต้นเข้าวงการเป็นนางเอก วิก 3 พระราม 4  น้องแอฟ ทักษอร มีภาพลักษณ์เป็นสาวเรียบร้อย แต่พอประกาศตัวคบหากับไฮโซ "สงกรานต์ เตชะณรงค์" กลับมีภาพหลุดให้แฟนคลับแฟนละครได้ตะลึง เพราะอยู่ใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกับไฮโซหนุ่มแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน


3. ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ได้ฉายา อีหนูจูบสะท้าน

ปู ไปรยา สวนดอกไม้

ที่มาของฉายานี้ก็คือ ถึงจะบินไปเรียนต่อที่อังกฤษ แต่คนไทยก็ยังได้เห็นภาพหลุดสุดสยิว ขณะจูจุ๊บผู้ชาย จนกลายเป็นประเด็นร้อนข้ามทวีป แต่ที่ฮือฮาหนักเห็นจะเป็นการออกมายอมรับว่า ถ้าทำจะระวังไม่ให้มีภาพหลุดอีก


4. โดม ปกรณ์ ลัม ได้ฉายา ลัมมหาเสน่ห์

โดม ปกรณ์ ลัม

สำหรับฉายานี้มาจากว่าระยะหลังที่ผ่านมา "โดม ปกรณ์ ลัม" ไม่เคยหลุดโผหนุ่มหล่อหน้าใสของวงการบันเทิง พิสูจน์ได้จากการตกเป็นข่าวกับสาว ๆ หลายต่อหลายคน และยังติดโผดาราชายที่ใคร ๆ ก็อยากออกเดทด้วย ล่าสุดที่หนุ่มโดมยอมขึ้นสลิง กลางห้างดัง อวดหน้าใสและล่ำ สมชื่อก็ทำเอาสาว ๆ ในงานและผ่านไปมาหัวใจละลายไปตาม ๆ กัน


5. มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ ได้ฉายา มดคันจัง

มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ

ที่ได้ฉายานี้มาก็เนื่องจากว่า จากพฤติกรรมที่ตกเป็นข่าวฉาวเกินวัยทำให้ปีนี้นักข่าวบันเทิงยอมฉายานี้ให้ เพราะมีภาพหลุดแนบชิดกับหนุ่มออกมาตลอดทั้งปี แถมยังมีข่าวซุบซิบถึงพฤติกรรมแร๊ง...แรง


6. การ์ตูน อินทิรา เกตุวรสุนทร ฉายา ม่ายวัยทีน

การ์ตูน อินทิรา เกตุวรสุนทร

หลังถูกขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตว่า เคยแต่งงานผ่านการมีสามีมาแล้ว ในที่สุดเมื่อเดือนเมษายน สาวใสวัยทีน "การ์ตูน" ก็ออกมาร้องไห้ยอมรับว่า ไม่ได้คิดจะโกหก แต่เป็นเพราะผู้ใหญ่สั่งจึงจำใจปิดบัง แต่ที่สำคัญ ข่าวฉาวของเธอส่งผลให้งานแสดงที่กำลังรุ่งจากละครเมียหลวงก็หดหายเช่นเดียว กับความรักที่ถูก "โดม ปกรณ์" ออกมาตัดสัมพันธ์ตามคำสั่งแม่


7. แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ฉายา ม่ายลี้ภัย

แอน สิเรียม - น้องนนนี่

ที่มาของฉายานี้ก็เพราะว่า จนถึงตอนนี้ แฟนคลับของ "แอน สิเรียม" ก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่าเพราะเหตุใด เธอจึงด่วนหอบลูกหนีไปต่างประเทศแบบไม่มีใครทันตั้งตัว ท่ามกลางกระแสข่าวมากมาย จนไม่รู้ว่าเรื่องใดจริงและเท็จ เสมือนการลี้ภัยทางการเมือง


8. ต๊อป ปฏิญญา ควรตระกูล และ ปีใหม่ สุมนรัตน์ ได้ฉายา ฉิ่งฝั่งเพชร

ต๊อป ปฏิญญา - ปีใหม่ สุมนรัตน์

สำหรับฉายานี้มาจากด้วยความเป็นคู่รักหญิงรักหญิง และโชว์ความหวานไม่เลือกที่ ประกอบกับฝ่ายทอมไฮโซเป็นคนกระเป๋าหนัก ดูแลเอาใจใส่ทั้งหัวใจและทรัพย์สิน ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านอกจากจะซื้อรถหรูเกือบสิบล้านให้ใช้แล้ว "ป๋าต๊อบ" ยังดูแลไปถึงคนในครอบครัวของ "ปีใหม่" จนชนะใจ พ่อแม่ยอมยกลูกสาวให้ทอมรุ่นใหญ่คนนี้ดูแล


9. พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ได้ฉายา นางเอกร้อยเล่มเกวียน

พลอย เฌอมาลย์ - นาวิน ตาร์

นอกจากความสาวสวย เซ็กซี่ และมีวาทศิลป์เป็นเยี่ยมแล้ว หนุ่ม ๆ ในวงการยังจัดให้สาวพลอย เป็นนางเอกที่ทรงเสน่ห์ และล่าสุดก็ไปโดนตาต้องใจ..อาจารย์หนุ่ม "นาวิน ต้าร์" ถึงขั้นออกมายอมรับกับสังคม ว่ากำลังดูใจกันอยู่ผิดกับก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยหลุดปากมาสักคำว่า กำลังคบหาดูใจกับ "ได๋ ไดอาน่า" ทั้ง ๆ ที่สนิทสนมกับมานานหลายปี เช่นเดียวกับการไปออกงานร่วมกับ "หนุ่มโดม" สาว "พลอย" ก็ส่งสายตาแพรวพราวสมกับเป็นนางเอก...ดังของวงการ


10. เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ได้ฉายา นักฉกไร้ยางอาย

เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร

ที่มาของฉายานี้ก็เพราะว่า ที่ผ่านมา "เอ ศุภชัย" ถือเป็นนักปั้นหน้าใหม่ไฟแรงของวงการ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ อั้ม พัชราภา, ป๋อ ณัฐวุฒิ, เวียร์ และอีกมากมายก้าวขึ้นสู่ทำเนียบพระเอกนาเอก พร้อม ๆ กับมีข่าวมากวนใจเพราะถูกกล่าวหาจากรุ่นพี่ว่า แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นนักปั้นแต่เป็นนักฉก... โดยเฉพาะกรณี "มาริโอ้" ที่ปัจจุบัน เอ ศุภชัย เป็นผู้ดูแลคิวงานหลังจากฉีกสัญญากับ "โกโก้" ผู้จัดการคนเก่าของ "มาริโอ้" ในศาล


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สยามดารา, ข่าวสด, ดาราเดลี่, ไทยรัฐ
รวมรวมข่าวจาก kapook.com
#484
ห้องพูดคุย / หายประชวร ในหลวงฟื้นฟูวรกาย
22 ธันวาคม 2009, 09:26:31 หลังเที่ยง
แถลงการณ์ระบุ ยังประทับศิริราช ทำกายภาพบำบัด คณะแพทย์ถวาย กระยาหารบำรุง

เหล่า พสกนิกรปลื้มปีติทั่วประเทศ"ในหลวง" ทรงหายจากพระอา การประชวรมาระยะหนึ่งแล้ว สำนักพระ ราชวังออกแถลงการณ์ระบุ แต่ยังประทับพักฟื้นอยู่ที่ ร.พ.ศิริราช เพื่อให้คณะแพทย์ฯ ทำกายภาพ บำบัดฟื้นฟูพระวรกาย เพิ่มกำลังพระกล้ามเนื้อ ตลอดจนถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการ ขณะที่ตลอดทั้งวันประชาชนเข้าลงนามถวายพระพรกันไม่ขาดสาย มีสถานีโทร ทัศน์จากเยอรมัน เดินทางมาทำสารคดีความจงรักภักดี นำไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกรู้ว่า คนไทยรักพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน

เมื่อ วันที่ 21 ธ.ค. ที่ศาลาศิริราช 100 ปี ร.พ.ศิริราช ยังคงมีประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมาลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จพระราชดำเนินมาประทับรักษาพระวรกาย ที่ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระ เกียรติ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เดินทางมากันเป็นหมู่คณะ อาทิ ประมงชายฝั่งพื้นบ้าน อ.เมือง จ.เพชรบุรี, สมาคมสตรี นักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จ.ร้อยเอ็ด, คณะนักเรียนโรงเรียนบ้านซับไทร จ.ลพบุรี, กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ บรมราชินีนาถ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี, สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทาง การศึกษา จ.นครปฐม, คณะชมรมผู้สูงอายุ 4 อำเภอเขตใต้ จ.เพชรบูรณ์, โรงเรียนวิชากร ดินแดง และ วิทยาลัยรัชภาคย์ เป็นต้น

นางภาธิวี ตันติยานนท์ อายุ 60 ปี ชาว จ.ระยอง นำ ด.ช.เหมวิณญ์ ตันติยานนท์ อายุ 5 ขวบ หลานชาย มาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมทั้งกล่าวว่า ตั้งใจพาหลานมาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยตลอดไป ประทับใจในพระราชกรณียกิจ เพราะทรงงานหนักมาก ตั้งแต่สมัยที่ยังเด็กก็เห็นพระองค์ทรงงานแล้ว

ต่อมาในช่วงบ่ายก็ ยังคงมีเหล่าพสกนิกรเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ พระสงฆ์จากวัดมฤคทายวัน วัดไทรย้อย และวัดนายาง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, ชาวไทยทรงดำ พร้อมด้วยชาวไทยพวน ไทยเวียง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นำชมพู่เมืองเพชร ขนมหวาน และเครื่องบายศรีสู่ขวัญ มาทูลเกล้าฯ ถวาย, ศูนย์ทูบีนัมเบอร์วัน จ.ราช บุรี, สโมสรไลออนส์ภาค 3 เอ 2 กทม., ครูและนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา เขตพระนคร นำพานดอกไม้ทำจากกลีบดอกกล้วย ไม้ มาทูลเกล้าฯ ถวาย, นายพงศ์ศักดิ์ เกตุสวัสดิวงศ์ ประธานผู้พิพากษาสมทบ ศาลจังหวัดเพชรบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว นำคณะนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวาดภาพระบายสีหัวข้อ "รักพ่อ ทำความดีเพื่อพ่อ" จัดโดยผู้พิพากษาสมทบ มาทูลเกล้าฯ ถวายภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และลงนามถวายพระพร

ผู้สื่อข่าวรายงาน ด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีสถานีโทรทัศน์ดีดับเบิ้ลยู จากประเทศเยอรมนี เดินทางมาบันทึกภาพและรายงานข่าวความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย ที่เดินทางมาลงนามถวายพระพร เพื่อนำกลับไปเผยแพร่ในประเทศเยอรมนีและประเทศในทวีปยุโรป

นายฟราน ซิโก้ โลเปซ ชาวสเปน ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์จากประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้มาทำสารคดีเกี่ยวกับความหวังของคนไทยในปีค.ศ.2010 ว่าคนไทยหวัง หรืออยากได้อะไรในปีหน้านี้บ้าง จากการพูดคุยกับคนไทยระบุว่า ทุกคนต้องการให้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง จึงเดินทางมาทำสกู๊ปข่าวนำไปเผยแพร่ ให้ทั่วโลกรู้ว่าคนไทยรักพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน

จากนั้นเวลา 17.20 น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 35 มีความว่า วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังประทับพักฟื้นอยู่ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้คณะแพทย์ฯ ทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย และเพิ่มกำลังพระกล้ามเนื้อ ตลอดจนถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการ จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน สำนักพระ ราชวัง 21 ธ.ค.2552

วัน เดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย เดินทางเข้าพบคณะองคมนตรี ที่สำนักองคมนตรี วังสราญรมย์ เพื่อมอบแผ่นซีดีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 50,000 แผ่น โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า จะจัดทำซีดีเพิ่มอีก 2,000,000 แผ่น เพื่อมอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้แจกจ่ายประชาชนทั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอพระบรมราชานุญาตจัดทำ เพื่อเป็นซีดีพระราชทาน หากประชาชนท่านใดต้องการสามารถแสดงความจำนงได้ที่อำเภอในท้องที่

ที่มา ข่าวสด
#486
ครม. มีมติให้ ต่อ 5 มาตรการ ช่วยเหลือค่าครองชีพ อีก3เดือน ถึงเดือนมีนาคม 2553 แต่น้ำช่วยแค่20หน่วย จาก30หน่วย ด้าน รมว.คมนาคม เพิ่มตู้รถไฟฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเพิ่มวันหยุดประจำปีอีก 2 วัน คือวันที่ 16 เม.ย. และ 13 ส.ค. เพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญของประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว


นาย ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลา โครงการ 5 มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนที่จากเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือน ธันวาคมนี้ ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ ไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม ปี 2553 โดยได้มีการปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการ เรื่องของการลดรายจ่ายค่าน้ำประปาเหลือ 20 หน่วยจากเดิม 30 หน่วย ทั้งนี้ สาเหตุที่ คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้ขยายเวลาโครงการออกไปแค่ 3 เดือน เนื่องจาก ต้องการให้มีการประเมินผลโครงการและค่าใช้จ่ายอีกครั้ง ก่อนที่จะพิจารณาว่า จะขยายเวลาโครงการออกไปอีก หรือไม่

ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ต่ออายุ 5 มาตรการลดค่าครองชีพออกไปอีก 3 เดือน และปรับปรุงรายละเอียดการช่วยเหลือบางส่วนให้เหมาะสม นั้น ในส่วนของการต่ออายุรถเมล์และรถไฟฟรีทางกระทรวงคมนาคม เห็นว่าเป็นมาตรการที่เข้าถึงประชาชนที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงและจะมีการ พิจารณาเพิ่มตู้รถไฟฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อบริการประชาชนรวมทั้งจะคง มาตรฐานในการให้บริการให้ทัดเทียมกันระหว่างรถไฟปกติและขบวนรถไฟฟรีด้วย

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าการต่ออายุ 5 มาตรการต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน คาดว่า รัฐบาลจะต้องแบกรับภาระ ค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ รัฐบาลต้องแบกรับภาระทั้งหมดอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้ภาครัฐเตรียมตั้งงบประมาณชดเชยไว้รองรับแล้ว อย่างไรก็ตาม การต่อมาตรการแบ่งเบาภาระประชาชนหากสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2553 ทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะพิจารณา โดยดูตามความเหมาะสมของสภาวะเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีได้เดินทางด้วยรถเมล์ฟรี กลับมายังทำเนียบรัฐบาลหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่โรงพยาบาลศิริราช

ด้านน.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่าในวันนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติเพิ่มวันหยุดประจำปี 2553 นอกเหนือจากวันหยุดประจำปีเดิมอีก 2 วัน ประกอบด้วยวันที่ 16 เม.ย. และวันที่ 13 ส.ค. เพื่อให้โอกาสประชาชนได้เฉลิมฉลองกับวันสำคัญของประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ในส่วนของภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่จะได้รับผลกระทบ สามารถพิจารณาหยุดได้ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบตามการเสนอเห็นของสำนักงบประมาณ ในการก่อหนี้ผูกพันประจำปี 2553 จำนวน 421 รายการ งบประมาณผูกพันกว่า 35,700 ล้านบาท


ครม.เห็นชอบหลักการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 54

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษก ประจำสำนักรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะนายกฯ เห็นชอบในหลักการยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 54 ตาม 9 ยุทธศาสตร์หลัก โดยให้เพิ่มเติมข้อสังเกตของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการปกป้องสถาบันการรักษาระบอบประชาธิปไตย และโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในการจัดทำยุทธศาสตร์ ของแต่ละกระทรวงด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบในการจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตาม โครงการของรัฐบาลปี 51 และ 52 จำนวนกว่า 338,000 ตัน ให้กับภาคเอกชน 2 ราย จำนวน 1,580 ล้านบาท เฉลี่ยตันละ 4,700 บาท

ที่มาจาก INN ONLINE
#487
ไฟเขียวขึ้นค่าทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์
ที่ ประชุม ครม. ไฟเขียว ขึ้นค่าผ่านทาง ดอนเมืองโทลล์เวย์ จาก 55 บาท เป็น 85 บาท มีผล 22 ธ.ค.นี้ พร้อม อนุมัติจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ ให้พนักงานการประปานครหลวงแทนการปรับขึ้นเงินเดือน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงาน การปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ตามสัมปทานของภาคเอกชน ที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าผ่านทาง ตามข้อตกลงที่มีก่อนหน้านี้ โดยอัตราการใช้ค่าผ่านเส้นทาง ตั้งแต่ต้นถึงปลายทาง จากเดิม 55 บาท ปรับขึ้น เป็น 85 บาท โดยมีผล ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 52 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังได้อนุมัติการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ ให้พนักงานการประปานครหลวงแทนการปรับขึ้นเงินเดือน โดยหากได้การปรับขึ้นเงินเดือนหนึ่งขั้น จะมีการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษในอัตราร้อยละ 2 ของเงินเดือน และหากปรับขึ้น 2 ขั้น จะได้รับอัตราตอบแทนในอัตราร้อยละ 6 ของเงินเดือน

ที่มาจาก INN ONLINE
#488
ครม. แจกวันหยุด คนไทยเฮ สงกรานต์-วันแม่

ข้าราชการเฮ รัฐบาลใจดีมีมติเพิ่มวันหยุดสงกรานต์ปี 53 ยาว 6 วันรวด ตั้งแต่ 13-18 เม.ย. และหยุดยาว 4 วัน ช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12-15 ส.ค. สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้พิจารณาตามความเหมาะสม ...

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ให้ความเห็นชอบการสลับหรือเลื่อนวันหยุดราชการประจำปี พ.ศ. 2553 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอมา โดยจากการตรวจสอบพบว่า มีวันหยุดราชการประจำปี จำนวน 16 วัน ซึ่งมีอยู่ 3 วันที่ตรงกับวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ จึงมีการกำหนดวันหยุดชดเชยคือ วันหยุดชดเชยวันมาฆบูชา (วันจันทร์ที่ 1 มี.ค.) วันหยุดชดเชยวันปิยมหาราช (วันจันทร์ที่ 25 ต.ค.) และ วันหยุดชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (วันจันทร์ที่ 6 ธ.ค.)

นพ.ภูมินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังมีมติเพิ่มวันหยุดอีก 2 วัน คือวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.2553 และวันศุกร์ที่ 13 ส.ค.2553 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมเฉลิมฉลองวันอันเป็นมงคล ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย รวมทั้งเป็นอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทำให้ปี 2553 มีวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 6 วันตั้งแต่วันที่ 13-18 เม.ย. และมีวันหยุดเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ 4วัน ตั้งแต่ 12-15 ส.ค. รวมแล้วทำให้ปี 2553 จะมีวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดราชการประจำสัปดาห์ วันหยุดชดเชยเพิ่มขึ้นเป็น 122 วัน สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน ภาคเอกชนให้พิจารณาตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายต่อไป

ส่วน กรณีที่หน่วยงานใด เช่น โรงพยาบาล ศาล ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือมีราชการสำคัญในวันดังกล่าว โดยกำหนดหรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว หากยกเลิกหรือเลื่อนไป จะเกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ขอให้หัวหน้าหน่วยงานนั้น พิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและประชาชนต่อวันหยุด

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
#489
เปิดโปง "กลยุทธ์ลีโอ" สุดแสบ! เพนต์ 6 นางแบบ รู้ผิดแต่จงใจเย้ย กม.หวังปั่นกระแส

ชุดปฏิทินหวิวของ ลีโอเบียร์ปี 2010

      "นักวิชาการ" เปิดโปง "กลยุทธ์ลีโอ" สุดแสบ! เพนท์ 6 นางแบบ รู้แล้วผิด แต่จงใจเย้ย กม.หวังปั่นกระแส จวกการตลาดไร้ความรับผิดชอบ ยกงานวิจัย ชี้ชัดโจ๋ดื่มเหล้าเพราะ "เซ็กซี่" แถมอยากเพิ่มโอกาสการมีเพศสัมพันธ์ "เอ็นจีโอ" อัดสิงห์ยับ 75 ปีแห่งการเอาเปรียบสังคม จี้ "สธ." จัดการเด็ดขาด ละเมิดกฎหมายซ้ำซาก เผยข้อมูลปัญหาเด็ก ต้นตอจากสื่อลามกอนาจาร "Google" ทะลัก "นักท่องเน็ต" ตาโต แห่ดูภาพ แค่ครึ่งวันยอดพุ่ง 4 แสนรายการค้นหา
     
       ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม อาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนคร กล่าวถึงการเปิดตัวปฏิทินชุด"Body Paint "ลีโอเบียร์" ของบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ว่า สิงห์เป็นบริษัทใหญ่มีนักตลาด นักโฆษณาชั้นหัวกะทิอยู่หลายคน จึงน่าสังเกตว่าการเปิดตัวปฏิทินชุดนี้ย่อมรู้ดีว่าอาจผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำการตลาด แต่เป็นกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนไว้แล้วโดยจงใจจะท้าทายกฎหมายเพื่อล่อเป้า จับคู่ชนกับภาครัฐและองค์กรภาคประชาชน เพราะรู้อยู่แล้วว่าเมื่อทำออกมาจะต้องถูกต่อต้าน ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง แล้วเรื่องจะกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่คนต้องพูดถึงกัน ผลักให้กระแสของลีโอ เบียร์ให้พุ่งขึ้น ซึ่งจุดกระแสติดล้วปฏิทินชุดนี้แทนที่จะแจกตามร้านค้า หรือลานเบียร์ ก็ไม่ต้องทำเพราะกระแสจะดึงให้คนจะเข้าไปดูตามเว็บไซต์ ส่งฟอร์เวิดเมลต่อๆ กันไป
     
      ดร.นิ ษฐา กล่าวด้วยว่า การใช้ภาพลักษณ์ความเซ็กซี่ของผู้หญิงมาเป็นจุดขายให้กับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ นับเป็นการทำการตลาดที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เป็นการกระตุ้นการบริโภคให้เกิดกับคนทุกวัย ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเยาวชน เพราะมีผลสำรวจของ รศ.พญ.ดร.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เคยสำรวจทัศนคติทางบวกของการดื่มสุราของนักเรียน พบว่า ร้อยละ 50 มองว่าการดื่มเหล้าช่วยเพิ่มโอกาสในการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยเห็นว่าการดื่มเหล้าเบียร์จะช่วยสร้างความเซ็กซี่มาก ขึ้น ซึ่งความคิดเหล่านี้มาจากภาพลักษณ์ที่บริษัทเหล้าเบียร์สร้างขึ้น โดยเฉพาะเบียร์ลีโอ ก่อนหน้านี้เคยทำโฆษณาโดยใช้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนของนักดื่ม แต่ปรากฏว่าไม่ได้ผล ภายหลังใช้ภาพความเซ็กซี่ของหญิงสาว จ้างพริตตี้มาส่งเสริมการขายทำให้ยอดขายเบียร์ลีโอถล่มทลาย
     
     
      "ธุรกิจเหล้าเบียร์ ไม่ควรทำการตลาดหรือส่งเสริมการขาย เพราะปัญหาสังคมมากมายเกิดจากการดื่มเหล้าเบียร์ ดังนั้นการตลาดแบบนี้จึงเป็นการตลาดที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม แม้แต่การหาปลายังต้องมีกติกาว่าบางแหล่งห้ามจับปลาตัวเล็ก ต้องใช้อวนตาห่าง แต่สิงห์ไม่เคยสนใจสังคมที่กำลังกังวลกับการเพิ่มขึ้นของนักดื่มหน้าใหม่ กลับใช้อวนตาห่างที่สุดหว่านคนทุกระดับ ดังนั้น สิ่งที่สิงห์อ้างมาตลอดว่าบริษัทที่เป็นผู้ให้อย่างไม่สิ้นสุด จึงเป็นเรื่องโกหกเพราะความจริงแล้วสิงห์คือองค์กรที่ฝ่าฝืนกฎหมายไม่สิ้น สุดต่างหาก" นักวิชาการผู้นี้กล่าว
     
      ขณะที่ นายจะเด็จ เชาว์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า การออกปฎิทินโดยใช้ผู้หญิงในภาพลักษณ์ที่วาบหวิวเป็นเครื่องมือกระตุ้นยอด ขายเหล้าเบียร์นั้น ตนมองไม่ใช่ศิลปะแต่ส่อไปในทางอนาจาร เป็นการยั่วยุทางเพศ ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่ความรุนแรงทางเพศ จากสถิติกรณีปัญหาความรุนแรงทางเพศที่มูลนิธิดูแลอยู่นั้นส่วนหนึ่งมีต้นตอ มาจากสื่อลามกที่ยั่วยุเช่นนี้ นอกจากนี้ การส่งเสริมการขายเหล้าเบียร์ยังขัดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ออกมาบังคับใช้ เมื่อปี 2551 ซึ่งเมื่อปีที่แล้วลีโอเบียร์ทำผิดมาแล้วครั้งหนึ่งโดยการพยายามออกปฏิทิน วาบหวิว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง เป็นการทำผิดซ้ำสอง ถ้าผู้มีอำนาจไม่จัดการอย่างเด็ดขาดเท่ากับว่ากลุ่มทุนยักษ์ใหญ่สามารถอยู่ เหนือกฎหมายได้
     
      "ที่ผ่านมามีเพียงเจ้า หน้าที่ตัวเล็กๆ อย่าง นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เท่านั้นที่พยายามสู้ แต่เมื่อสิงห์ทำผิดกฎหมายสองครั้งโดยไม่สะทกสะท้าน ภาครัฐจะปล่อยให้ข้าราชการตัวเล็กๆ ต่อสู้เพียงลำพังไม่ได้แล้ว ขอเรียกร้องให้นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ที่รับผิดชอบ ต้องเอาผิดให้ได้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับกลุ่มอื่น นอกจากนี้สังคมก็ต้องออกมาประนามบริษัทสุราที่ไม่เคารพกฎหมาย โดยเฉพาะสิงห์อ้างว่าทำดีเพื่อสังคมมาตลอด 75 ปี แต่สิ่งที่ปฏิบัติกลับเป็น 75 ปีที่ละเมิดกติกาของสังคมมากกว่า"นายจะเด็จกล่าว
     
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในวันเดียวที่มีกระแสข่าวว่าบริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวปฏิทินลีโอ ปี 2010 ชุด "Body Paint" และมีเสียงต่อต้านจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาชนที่รณรงค์งดการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปรากฏว่ากระแสความสนใจที่จะชมปฏิทินชุดดังกล่าวล้นทะลักในโลกไซเบอร์ ที่เห็นได้ชัดคือเว็บไซต์ www.google.com เว็ปไซต์หาข้อมูลอันดับหนึ่งมียอดการค้นหาโดยใช้คำว่า "ลีโอ ปฏิทิน 2010" แค่ครึ่งวันเช้าของวันที่ 14 ธ.ค. จำนวน 402,000 รายการ ขณะที่ภาพ 6 นางแบบที่ถูกสีสันแต่งแต้มช่วงบนแทนเสื้อผ้า ถูกฟอร์เวิดเมลส่งต่อกันอย่างแพร่หลาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    15 ธันวาคม 2552 16:26 น.
#490
สุดเถื่อน! ชายโซมาเลียคบชู้ถูกปาหินจนตายต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน

ช่วงเวลาก่อนชายคนนี้ถูกประหารชีวิตอย่างโหดเxxx้ ยม
เดลิเมล์ - ภาพเหตุการณ์ที่แสนจะโหดร้ายป่าเถื่อนในช่วงยุคมืดของโซมาเลีย ถูกเปิดเผยโดยกลุ่มติดอาวุธมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งบังคับให้คนในหมู่บ้านร่วมชมการประหารชีวิตชายคนหนึ่งด้วยการปาหินจนตาย โทษฐานที่เขาคบชู้

ถูกฝังลงดินจนถึงหน้าอก
       โมฮาเหม็ด อาบูการ์ อิบราฮิม วัย 48 ปี ถูกกลุ่มติดอาวุธ ฮิซบุล อิสลาม ฝังในหลุม โดยโผล่พ้นดินขึ้นมาครึ่งตัวตั้งแต่ช่วงอก และถูกกระหน่ำปาด้วยหินใส่จนกระทั่งเสียชีวิต ขณะที่ชายอีกคนหนึ่งถูกยิงแสกหน้าด้วยข้อหากล่าวหาเป็นฆาตกร ในวันอาทิตย์ (13) ที่ผ่านมา
       
       การประหารชีวิตครั้งนี้นอกจากจะใช้วิธีป่าเถื่อนแล้ว ชาวบ้านหลายร้อยคนในหมู่บ้านอัฟกอเย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงโซมาเลียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 20 ไมล์ ยังถูกบังคับให้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิจารณาโทษชายทั้งสอง ซึ่งรับสารภาพในข้อหาฆาตกรรม และคบชู้ด้วย


กลุ่มติดอาวุธฮิซบุลกระหน่ำขว้างหินจนชายผู้นี้เสียชีวิต

       ผู้อยู่ในเหตุการณ์เสริมว่า นอกจากชาย 2 คนที่ถูกประหารชีวิต ยังมีหญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งสารภาพว่าคบชู้ก็ถูกลงโทษด้วยการโบย 100 ที
       
       นี่ถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มฮิซบุล อิสลามพิพากษาโทษประหารชีวิตด้วยวิธีการอันโหดเxxx้ยมที่มักเป็นวิถีของกลุ่ม กบฏชาบับในโซมาเลีย ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่ากลุ่มชาบับนี้เป็นตัวแทนของเครือข่ายอัลกออิดะห์ในประเทศในแอฟริกา แห่งนี้ และมีความกังวลว่าโซมาเลียจะกลายเป็นอัฟกานิสถานในช่วงก่อนวินาศกรรม 911 แห่งใหม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    15 ธันวาคม 2552 18:18 น.
#491
แจกปฏิทินแบบนี้ ซักชุดซิคร้าบบบปีนี้
#493
กรมขนส่งเข้มเดินทางปีใหม่
กรมการขนส่งทางบก ติวเข้มผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมรับการเดินทางช่วงปีใหม่ กำชับผู้ขับรถสาธารณะขับรถอย่างรอบคอบ
       ชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคม มีนโยบาย ให้ ปี 2553 เป็นปีแห่งความปลอดภัยในการเดินทาง กรมการขนส่งทางบก ได้สนองนโยบายดังกล่าวโดยเริ่มที่เทศกาลปีใหม่ 2553 ที่จะถึงนี้ ด้วยการกำชับให้หน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคปฏิบัติตามแผน รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มงวด ทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 และเตรียมจัดสัมมนาผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ในวันที่ 16 ธันวาคม 2552 ณ ห้องประชุม อาคาร 6 ชั้น 7 ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร
       
       โดยกรมการขนส่งทางบกได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เอกมัย สายใต้ใหม่ และบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เพื่อให้พร้อมบริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553
       
       ขณะเดียวกันยังได้มุ่งเน้นที่สภาพตัวรถโดยสารซึ่งจะต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และที่สำคัญได้กำชับให้ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะใส่ใจความปลอดภัยของผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
       
       สำหรับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2553 ขอให้ตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนเดินทาง โดยสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเบื้องต้นฟรี ณ จุดที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ "ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน" จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2552 และที่สำคัญ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ขับรถด้วยความไม่ประมาท และงดสิ่งมึนเมาทุกชนิด เพื่อช่วยกันรณรงค์ให้เทศกาล ปีใหม่ 2553 เป็นเทศกาลแห่งความปลอดภัยของคนไทยทุกคน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    13 ธันวาคม 2552 06:53 น.
#494
ปิดยอด "มอเตอร์เอ็กซ์โป" ขายดีเกินคาดทะลุ 2.5 หมื่นคัน
      นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และ ประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26"หรือ มอเตอร์เอ็กซ์โป เปิด เผยว่า งานปีนี้ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ขับเคลื่อน...สู่ความยั่งยืน" โดยได้รับความร่วมมือจากค่ายรถยนต์เข้าร่วมแสดงถึง 32 ยี่ห้อ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มียอดจองรถยนต์ในงานถึง 25,220 คัน สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดงานมา ขณะที่ยอดผู้ชมงานตลอด 12 วันก็ล้นหลามถึง 1.59 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 11.5%
       
       "สาเหตุ ที่ทำให้งานในปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชม และมีบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคัก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ค่ายรถก็พยายามสร้างยอดเพื่อปิดตัวเลขขายปลายปี ชดเชยยอดที่หายไปในช่วงต้นปี โดยอาศัยแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ"
       
       นอกจากนี้ในงานยังได้รับความร่วมมือจากธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์หลายค่าย มอบข้อเสนอดาวน์ต่ำพร้อมดอกเบี้ยอัตราพิเศษสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ เริ่มต้นตั้งแต่ 0.99% จนถึงสูงสุดเพียง 1.99% เพราะเป็นช่วงที่ธุรกิจเช่าซื้อก็ต้องการขยายฐานลูกค้าด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
       
       นาย ขวัญชัยกล่าวกว่า สำหรับค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดในงาน ได้แก่ โตโยตา 7,230 คัน, อันดับสอง ได้แก่ ฮอนดา ยอดจอง 4,239 คัน, อันดับสาม ได้แก่ อีซูซุ ยอดจอง 2,539 คัน, อันดับสี่ มาสดา ยอดจอง 2,277 คัน, อันดับห้า มิตซูบิชิ ยอดจอง 1,518 คัน และ อันดับที่หก โปรตอน ยอดจอง 1,388 คัน
       
       ส่วนของเงินหมุนเวียนภายในงาน ซึ่งรวมทั้งเม็ดเงินที่ผู้บริโภคจองซื้อรถภายในงาน และเงินที่ผู้บริโภคใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์เกี่ยวเนื่องและรถยนต์มือสอง คาดว่าจะอยูในราว 29,000 ล้านบาท
       
       ด้าน เกียรตินาคิน ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อภายในงาน ที่มีเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยบริการแนะนำให้คำปรึกษา มอบเงื่อนไขพิเศษให้กับลูกค้า ซึ่งร่วมสนับสนุนงานเป็นที่ 3 สามารถปล่อยสินเชื่อในงานได้ราว 1,500 คัน วงเงิน 1,200 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึง 20%

       ตารางแสดงยอดจองรถยนต์รวมทุกยี่ห้อ (หน่วย : คัน)


อันดับยี่ห้อยอดจอง
1โตโยต้า7,230
2ฮอนด้า4,239
3อีซูซุ2,539
4มาสด้า2,277
5มิตซูบิชิ1,518
6โปรตอน1,388
7นิสสัน1,209
8เชฟโรเลต766
9ฮุนได459
10บีเอ็มดับเบิลยู415
11ฟอร์ด404
12ทาทา339
13ดีเอฟเอ็ม299
14เฌอรี่267
15เกีย257
16โฟล์คสวาเกน233
17ซูซูกิ232
18แกรนด์ แคร์รี่บอย150
19ซังยอง146
20โพลาซัน88
21วอลโว่85
22ซีตรอง73
23มินิ54
24เปอโยต์52
25ซูบารุ48
26แลนด์โรเวอร์24
27ออดี้21
28เอ็มทีเอ็ม20
29สโกด้า18
30เฟียต15
31มิตซูโอกะ6
32แมกเนต0
*บีอาร์จี185
*ทีเอสแอล164
รวม 25,220

ที่มาจาก ผู้จัดการออนไลน์
#495
นายกรัฐมนตรี อิตาลีถูกคนร้ายชกหน้าเลือดกลบปาก-จมูกขณะอ่านสุนทรพจน์ที่มิลาน
http://video.mthai.com/Flash_player/player.swf?idMovie=6M1260764348M0
คลิปนายกฯ อิตาลี โดนชก เลือดกลบปาก

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี,ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนีโดนต่อยปาก,นายกรัฐมนตรีอิตาลี

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี,ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนีโดนต่อยปาก,นายกรัฐมนตรีอิตาลี

สำนักข่าวอันซาของอิตาลี รายงานว่า ชายคนหนึ่งต่อยเข้าที่ใบหน้าของนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อย่างจัง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากผู้นำอิตาลีเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์กับผู้สนับสนุนพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย ของเขา ที่นครมิลาน

ทำให้เขาถึงกับล้มลงกับพื้น และเลือดออกทางปากและจมูก ก่อนที่เขาจะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำตัวไปยังรถพยาบาล และเดินทางออกจากที่เกิดเหตุทันที

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ประท้วงบางส่วนได้ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่นายแบร์ลุสโคนีด้วย ขณะที่ชายที่ทำร้ายร่างกายผู้นำอิตาลี ถูกจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

ภาพประกอบจากมติชนออนไลน์ และ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ที่มาข่าว : mthai.com
#496
ระวัง!!! เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ


สวัสดีครับ

ตำรวจทางหลวงเริ่มใช้ เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ระวังไว้นะ
เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ควรขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด  

บนทางหลวง ในเขตเทศบาล
รถเก๋งหรือรถปิกอัพ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 60 กม./ชม.

บนทางหลวง นอกเขตเทศบาล
ให้รถเก๋งหรือปิกอัพ ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 80 กม./ชม. และ

บนมอเตอร์เวย์
รถเก๋งหรือปิกอัพ ไม่เกิน 120 กม./ชม.
รถบรรทุกหรือรถโดยสาร ไม่เกิน 100 กม./ชม.


ทั้งนี้ในเชิงเทคนิค ได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากทั่วโลก การขับขี่รถที่ ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. นอกจากช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 15-20%
ยังช่วยลดการตายบนถนนได้ 12-24% แต่ความเร็วดังกล่าว ไม่สามารถลดอุบัติเหตุได้ หากทุกคนประมาท เมามายขณะขับรถ และการไม่ร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักงานนโยบาย

เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ

          การทำงานของเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์นี้สามารถใช้งานได้ทั้ง ระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ โดยเมื่อรถที่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดผ่านจุดตรวจกล้องก็จะทำการถ่าย ภาพโดยอัตโนมัติ จากนั้นความเร็วและภาพรถ จะถูกส่งมาจัดเก็บและแสดงที่ชุดประมวลผลพร้อมแสดง วัน เดือน ปี เวลา สถานที่ จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงเพื่อที่จะ ตรวจสอบทะเบียนรถ และ ออกใบสั่งส่งไปยังที่อยู่ของผู้ครอบครองรถตามทะเบียน ต่อไป และหากผู้ได้รับใบสั่งไม่ไปชำระค่าปรับภายในเวลา 7 วัน กองบังคับการตำรวจทางหลวงจะส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งเพื่ออายัดการต่อ ทะเบียนรถด้วย สำหรับความเม่นยำของเครื่องเป็นไปตามมาตรฐานขององค์กร International Association of Chiefs of Police (The IACP) ทั้งยังประสานสำนักมาตรวิทยาแห่งชาติ เพื่อ ทำการคาริเบธเครื่องเป็นประจำทุกปีและก่อนที่จะนำไปตรวจจับตามจุดต่างๆ ก็จะมีการทดสอบก่อนทุกครั้งด้วยจึงมั่นใจได้ว่าเครื่องจะสามารถตรวจจับได้อ ย่างแม่นยำ เส้นทางที่ตั้งกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัตินี้ มีอยู่หลายจุดทั่วประเทศ ได้แก่


1. เส้นทางสายพหลโยธิน ช่วงรังสิต ถึง สระบุรี 2 จุด
2. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง สระบุรี ถึง นครราชสีมา 2 จุด
3. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น 2 จุด
4. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง อยุธยา ถึง นครสวรรค์ 1 จุด
5. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง นครสวรรค์ ถึง ตาก 1 จุด
6. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง ตาก ถึง เชียงใหม่ 1 จุด
7. เส้นทางสายกรุงเทพ นครปฐม วังมะนาว 1 จุด
8. เส้นทางสายกรุงเทพ วังมะนาว 1 จุด
9. เส้นทางสาย วังมะนาว ถึง หัวหิน 1 จุด
10. เส้นทางสายเพชรเกษม ( เลี่ยงเมือง ) ชะอำ ถึง ปราณบุรี 1 จุด
11. เส้นทางสายเพชรเกษม ประจวบคีรีขันธ์ ถึง ชุมพร 1 จุด
12. เส้นทางสายเพชรเกษม ชุมพรถึง สุราษฎร์ธานี 1 จุด
13. เส้นทางสายบางนา - ตราด ระหว่าง กรุงเทพ ถึง บางปะกง 1 จุด
14. เส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ชลบุรี ถึง พัทยา 1 จุด
15. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ ชลบุรี ถึง ระยอง 2 จุด
16. และเส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ระยอง ถึง จันทบุรี 1 จุด

ซึ่ง ตำรวจทางหลวงจะทำการสุ่มเปลี่ยนจุดตรวจทุกครั้งที่มีการติดตั้งด้วย หลังจากตำรวจทางหลวงจึงได้จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์ จำนวน 45 ชุด แจกจ่ายให้กับสถานีตำรวจทางหลวงกองกำกับการ และกองบังคับการตำรวจทางหลวงทั่วประเทศได้ใช้ติดตั้งเพื่อปรามบรรดาxxxผีเหล่านี้ โดยข้อมูลจากหน่วยตรวจจับความเร็วไฮ - เทคทั่วประเทศที่ถูกส่งมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงพบว่าเพียงแค่ 3 เดือนแรกที่มีการติดตั้งเครื่องก็ได้จ่ายใบสั่งให้ผู้ที่ขับรถเร็วเกินกำหนดไปแล้วจำนวนมากถึง 42,304 ราย ซึ่งจะนำไปสู่การปรามผู้ขับรถเร็วได้ในอนาคต โดยตำรวจทางหลวงยังได้มีแผนที่จะติดตั้งเครื่องตรวจจับความเร็วเพิ่มอีก 45 ชุด เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมี 2 ชุด คลอบคลุมพื้นที่การใช้งานในอนาคตด้วย หลักฐานที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ คือ ใบสั่งที่ส่งให้ทางไปรษณีย์ ...........
ส่งต่อ ๆ ไปให้เพื่อน ๆ ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของเจ้าเครื่องมือไฮ-เทคล่าสุดนี้ 5555
ยกเลิกแบบเก่าได้เลยนะ ....
ประเทศไทยเรา ... พัฒนาแล้ว !!!!

ที่มา fwd mail
#497
เค้าว่ากันว่า "ไม่ได้แชมป์ซีเกมส์ไม่ว่า แต่ถ้าไม่ได้แชมป์ฟุตบอล ถือว่า ผิดหวัง!"

แล้วถ้าปีนี้ ไม่ได้แชมป์ซีเกมส์ด้วยล่ะ

ก็เป็นกำลังใจให้ต่อไป คงจะมีคนด่าอีกเยอะ เพราะว่า คนไทยเค้ารักและตามเชียร์เยอะน่ะครับ
#498
ห้องพูดคุย / 10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ
10 ธันวาคม 2009, 03:54:11 ก่อนเที่ยง
วันที่ 10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ

          วันรัฐธรรมนูญ เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี

ความหมายของรัฐธรรมนูญ

          รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ

          วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย


ประวัติความเป็นมา

          การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของ ประเทศ

สาเหตุที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

           พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย 

           หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผลอันนี้ได้กระทบมาถึงไทยด้วย พระองค์ได้แก้ไขเศรษฐกิจโดยปลดข้าราชการออก ยังความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ 

           อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนหนุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน 

           รัฐบาลได้ออกกฏหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร

          จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการทหาร และราษฎรทั่วไปจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยการปฏิวัติ มีคณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหาร ซึ่งประกอบด้วยพันเอก พระยาพหลพยุหเสนา พันเอกพระยาทรงสุรเด และพันเอกพระฤทธิอาคเนย์ เป็นผู้บริหารประเทศ


          วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระ สำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎร ทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคลคณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ

           พระมหากษัตริย์
           สภาผู้แทนราษฎร
           คณะกรรมการราษฎร
           ศาล

          ลักษณะ การปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหา กษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ การปฏิบัติราชการต่างๆ จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้

          สถาบันที่เกิดใหม่คือ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติออกกฎหมายต่างๆ ซึ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้วจึงมีผลบังคับได้ เหตุนี้ในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทนจึงเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง ส่วนการใช้อำนาจตุลาการยังคงให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้วพิจารณาพิพากษาคดี ให้เป็นไปตามกฎหมายได้ตามเดิม


          กระทั่ง ถึง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร ซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองเป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี

          ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งให้บริหารราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบ สภาผู้แทนได้


          หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญ ของรัฐที่มีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎร เลือกตั้งใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์นั้นได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ดำรง อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้้

          รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม เพื่อเป็นการระลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ทางราชการจึงกำหนด วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com
#499
คนแรกเคยเห็นสิ่งที่เค้าทำในรายการเจาะใจ ซึ่งก็เหมาะสมกับรางวัลนี้จริงๆครับ
#500
        กีฬาซีเกมส์ มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 25 ได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ สนามกีฬาแหงชาติ กม.16 เต็มความจุ 20,000 ที่นั่ง ทันทีที่ลูกศรจากคันธนูของ สินไซ ตัวละครเอกในวรรณคดีพื้นบ้านจุดไฟที่คบเพลิงให้โชติช่วงขึ้น ตามด้วยการแสดง 7 ชุดที่เรียบง่ายแต่แฝงเสน่ห์ที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเจ้าภาพ ดั่งสโลแกนที่ว่า "ความมีน้ำใจ ไมตรีจิต ชีวิตสดชื่น" สร้างความประทับใจทุกคนที่ไปร่วมพิธีเป็นอย่างมาก
       
        เมื่อฤกษ์งามยามดีมาถึง ลาว บรรเลงเพลงดอกไม้ประจำชาติ "จำปาเมืองลาว" ตามด้วย "เดอะ แลนด์ ออฟ ฟรีดิม", "มาย มาเธอร์ เฮาส์" และ "เดอะ เดย์ ออฟ มาย ซอง" อุ่นเครื่องต้อนรับบรรดาแขกผู้มีเกียรติเข้าสู่สนาม ตามด้วยพาเหรดทัพนักกีฬาจาก 11 ประเทศ ไทย อยู่เป็นชาติรองสุดท้าย โดยมี กวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ถือธงไตรรงค์นำขบวนตัวแทนนักกีฬาไทย 104 คน เข้าสู่สนาม ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจในครั้งนี้ด้วย
       
        เข้าสู่ขั้นตอนของพิธีการศักดิ์สิทธิ์ นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีลาว กล่าวเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ "ขอต้อนรับแขกจากทุกประเทศ และขอบคุณนายกรัฐมนตรีจากชาติต่างๆ ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมการแข่งขัน เพราะถือเป็นโอกาสดีที่ ลาว ได้จัด ซีเกมส์ ครั้งแรก ในวาระครบรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ปี 1959 จึงรู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง ถือเป็นหน้าประวัติสาสตร์ของประเทศก็ว่าได้" ก่อนจะส่งต่อให้กับ นายจูมมะลี ไซยะสอน ประธานประเทศลาว ตามด้วยการปฎิญาณตนของนักกีฬา
       
        จากนั้นเป็นช่วงที่ทุกคนรอคอยคืออัญเชิญคบเพลิงเข้าสู่สนามโดยนักกีฬา ชาย-หญิง 8 คู่วิ่งไปรอบสาม ก่อนจะส่งต่อให้ โพไท อะพัยลาด นักกีฬาวูซูประเภทต่อสู้ทีมชาติลาวเจ้าของเหรียญเงิน เอเชียน เกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ประเทศกาตาร์ การจุดคบเพลิงที่ ลาว อุบเงียบมาโดยตลอดเผยโฉมขึ้นเมื่อ พุดลำไพ เทียมพะสอน อดีตนักยิงธนูสวมบท สินไซ ตัวละครในวรรณคดีพื้นบ้านของเจ้าภาพ สวมชุดโขนยิงธนูวิเศษขึ้นไปบนคบเพลิงขนาดใหญ่ส่งไฟโชติช่วงบ่งบอกว่าการแข่ง ขัน ซีเกมส์ ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
       
        ตามด้วยการแสดง 7 ชุดไล่ตั้งแต่ "บทฟ้อนยินดีต้อนรับสู่ซีเกมส์", "บทฟ้อนเสียงจากพงไพร", "บทฟ้อนทุ่งนาสีคำ", "แสงเทียนแสงธรรม", "หนุ่มสาวแห่งยุคสมัย", "อนาคตสดใส" และ "บทฟ้อนประสานใจก้าวสู่อนาคต" ซึ่งงบประมาณในพิธีเปิดครั้งนี้มากกว่า 100 ล้านบาท จากนี้นักกีฬาทั้งหมด 3,038 ชีวิต จะแข่งขันกันทั้งหมด 25 ชนิดกีฬาเพื่อลุ้น 377 เหรียญทองชิงความเป็นหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
       
        กวิน ธรรมสัจจานันท์ ที่ได้รับเกียรติถือธงนำทัพนักกีฬไทย กล่าวว่า "ผมรู้มาหลายวันแล้วว่าจะได้ถือธงชาติไทยนำทัพนักกีฬาลงสู่สนาม ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้จับธงไตรรงค์ไว้กับมือ เดินอวดผู้คนทั้งสนามรวมถึงประชาคมโลก สำหรับครอบครัวที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนคงไม่คาดคิดเช่นกันว่าผมจะมีวันนี้"
       
        ทางด้าน "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันดาวรุ่งวัย 14 ปี ที่ได้ร่วมซึบซับบรรยากาศในครั้งนี้ เผยว่า "แม้พี่ๆ ในทีมแบดฯ ไม่ได้มากันทุกคน แต่หนูขอสมัครใจมาร่วมพิธีเปิด เพราะภูมิใจที่ติดทีมชาติลุยซีเกมส์เป็นครั้งแรก และก็ได้เดินพาเหรดด้วย หนูเต็มใจที่จะรับใช้ชาติ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาเดินพาเหรดให้ทีมชาติไทยอีก"
       
        มุดารา ชัยยะราช นักเรียนจากโรงเรียนดอนหนูน วัย 16 ปี หนึ่งในคณะนักแสดงชุดสุดท้ายของวันนี้ เผยกับทีมข่าว MGR Sport ว่า "วันนี้นัดเจอกับเพื่อนๆ ก่อนเวลา และก็ดีใจมากที่ได้มาเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ก็อยากจะถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจเอาไว้ให้มากที่สุด"
       
        ด้าน อำมะรา เหง้าลวงลาด ที่เป็นคนถือป้ายเดินนำคณะนักกีฬาไทยเข้าสู่สนาม เผยเช่นกัน "ดีใจที่ได้มีโอกาสมาถือป้ายให้แก่ไทย เพราะเราเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน รู้สึกตื่นเต้นมากที่ทราบว่ามีคนไทยหลายล้านคนรอดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้อยู่ ซึ่งก็จะทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด หลังซักซ้อมมาเป็นเวลาหลายเดือน"
       
        สำหรับความรู้สึกของชาวลาว ที่เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน มุดารา ชัยยะราช นักเรียนจากโรงเรียนดอนหนูน วัย 16 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะแสดงชุดสุดท้ายของวันนี้ เผยว่า "วันนี้นัดเจอกับเพื่อนๆ ก่อนเวลา และก็ดีใจมากที่ได้มาเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ก็อยากจะถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจเอาไว้ให้มากที่สุด"
       
        สอนทะวี อุดินาลัด หนุ่มใหญ่วัย 40 ปี ที่ทำธุรกิจค้าขาย เผยว่า "วันนี้ซื้อตั๋วราคา 4 แสนกีบ (1,600 บาท) จำนวน 6 ใบ เพื่อพาครอบครัวมาดูพิธีเปิด สำหรับตั๋วก็หามาจับจองไว้หลายเดือนแล้ว เพราะไม่อยากพลาดงานใหญ่ ผมดีใจและภูมิใจอย่างมากที่ลาวได้จัดการแข่งขันซีเกมส์ โดยผมฝันลึกๆ ว่าลาวจะได้โอกาสนี้ แล้วก็มีวันนี้จนได้"
       
        สุดท้าย จูเลียน แดนโด ชาวฝรั่งเศส ที่ทำงานในองค์กรกีฬาของลาว และมีแฟนสาวเป็นคนลาว โดยพำนักที่นี่มานานถึง 7 ปี กล่าวว่า "ผมรู้สึกภูมิใจในวัฒนธรรมลาว ดีใจมากที่ได้เห็นประธานของชาติทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน รวมถึง ติมอร์ เลสเต ชาติที่มีวัฒนธรรมคล้ายๆ กันมารวมกันเป็นหนึ่งในซีเกมส์ครั้งนี้"


สินไซ แผลงศรจุดกระถางคบเพลิง




ซีเกมส์ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อไฟโชติช่วงขึ้น


พลุหลายร้อยดอกถูกจุดขึ้น


กวิน นำทัพนักกีฬาไทย เข้าสู่สนาม


ลาว บรรเลงเพลงกล่อมแขกต่างเมือง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    9 ธันวาคม 2552 19:35 น.
#501
เชียร์จังเลยนะท่าน แหม..
#502

แลนซ์ อาร์มสตรอง หวังพาทีมใหม่บินสู่ความสำเร็จอีกครั้ง
       แลนซ์ อาร์มสตรอง ตำนานนักปั่นน่องเหล็กชาวอเมริกัน ออกมาเผยด้วยความมั่นใจว่า ทีมที่เขาตั้งขึ้นมาใหม่ "เรดิโอ แช็ค" เป็นทีมจักรยานที่แกร่งที่สุดในโลกแล้วขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ยอดนักปั่นชาวสหรัฐฯก็รับสภาพว่าตนเองนั้นคงไม่ฟิตพอที่จะเป็นตัวความหวัง ของทีมได้
       
       "ทีม เรดิโอ แช็ค" ทีมน้องใหม่แห่งวงการจักรยานซึ่งมี แลนซ์ อาร์มสตรอง ตำนานน่องเหล็กชาวอเมริกันอยู่ในสังกัด เตรียมประเดิมสนามรายการแรกในศึกทัวร์ ดาวน์ อันเดอร์ ที่ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนมกราคม ปีหน้า
       
       โดย แลนซ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ ในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายสวมเสื้อเหลืองขึ้นโพเดียมบนถนน ชอง เอลิเซ เป็นสมัยที่ 8 ในศึกตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2010 ที่มีขึ้นในเดือนกรกฎาคม "เวลานี้ผมอายุ 38 แล้วและปีหน้าก็จะมีอายุ 39 ผมคงจะไม่ใช่ตัวความหวังของทีมแน่ สำหรับศึก ตูร์ เดอ ฟรองค์ ปีหน้า"
       
       "ทีมจะหวังไปยัง เลวี ไลป์ไฮเมอร์ และ อันเดรียส โคลเดน แทน อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่าโดยภาพรวมแล้วเราเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขัน ตูร์ เดอ ฟรรองค์ อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเราได้นักปั่น 8 จาก 9 ราย จากทีมแอสตานา มาได้ทั้งหมด แม้ว่าจะไม่มีใครที่เหนือกว่า อัลแบร์โต้ คอนทาดอร์ ในเวลานี้ แต่ผมก็พอใจกับนักปั่นในทีมที่มีอยู่ในขณะนี้แล้ว " เจ้าของแชมป์ ตูร์ เดอ ฟรองค์ 7 สมัยเผย
       
       ทั้งนี้ การย้ายทีมสู่สังกัด เรดิโอ แช็ค ในปี 2010 ของ แลนซ์ จะทำให้ความเป็น "คู่แค้น-คู่แข่ง" ของเขากับ คอนทาดอร์ ชัดเจนมากขึ้นหลังจาก ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2009 ทั้งคู่ต้องอั้นดีกรีความแรงของการให้สัมภาษณ์และการขับเคี่ยวบนถนนเนื่อง จากต่างสังกัดทีม แอสทานา ด้วยกัน ซึ่ง คริสติยอง ปรูโฮม ประธาน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ เชื่อว่าการแยกตัวของ "แลนซ์ - คอนทาดอร์" ในครั้งนี้จะทำให้ทั้งคู่กลายเป็น "คู่แค้นฟ้าลิขิต" ในแบบเดียวกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดาล ในเกมเทนนิสเลยทีเดียว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    10 ธันวาคม 2552 02:43 น.
#503
ห้องพูดคุย / Re: วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2552
10 ธันวาคม 2009, 03:27:10 ก่อนเที่ยง
ทรงพระเจริญ
#504
ชนะแต่บอบช้ำ บัวขาวยังหน้าใสอยู่เลย
สุดท้าย ก็ไปแพ้รอบชิง โถ เวรกรรม
#507
ห้องพูดคุย / THE THUNDERBIRD AIRSHOW
12 ตุลาคม 2009, 02:10:57 หลังเที่ยง


Thunderbirds ชื่อนี้มาจากตำนานของพวกอินเดียแดงในสหรัฐอเมริกาที่ใช้เรียกชื่อนกนักล่า ที่มีลักษณะคล้ายกับนกอินทรีสีน้ำตาล โดยมีสิ่งพิเศษนอกจากจะเป็นนกอินทรีขนาดยักษ์แล้วยังมีฤทธิ์ที่เป็นสายฟ้า สะท้อนมาจากจงอยปากอันคมกริบเมื่อไรที่มันกระพือปีกเพื่อที่จะบินก็จะทำให้ เกิดสายฟ้าซึ่งมีพลังมหาศาลสามารถทำลายทุกสิ่งรอบตัวลงไปได้ทันทีลักษณะ ทั่วไปคล้ายนกอินทรีสีน้ำตาล จงอยปากและกรงเล็บแหลมคมมาก ปลายปีกออกสีเลื่อมทองอาศัยอยู่บนยอดเทือกเขาสูงหรือในบริเวณที่เป็นหน้าผา บางครั้งรูปร่างก็คล้ายเหยี่ยวสีน้ำตาลซึ่งเป็นนกนักล่าที่มีขนาดใหญ่กว่านก ทั่วไปมาก



ประวัติความเป็นมาของฝูงบิน Thunderbirds ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2496 ณ ฐานทัพอากาศ Luke มลรัฐ Arizona สหรัฐอเมริกา โดยมีเครื่องบินแบบ F - 84G Thunderjet ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลีเข้าประจำการในฝูง บินเป็นแบบแรก หลังจากนั้นในปี 2498 ได้เปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบ F - 84F Thunderstreak ในช่วง 3 ปีแรกของฝูงบิน Thunderbirds ได้ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ F - 84 ต่อสายตาผู้ชมกว่า9ล้านคน ในการแสดงการบิน 222 ครั้ง รวมทั้งประเทศในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ในเดือนมิถุนายน 2499 ฝูงบิน Thunderbirds ได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ ณ ฐานทัพอากาศ Nellis มลรัฐ Nevada และได้ทำการเปลี่ยนแบบจากเครื่องบินแบบ F - 84เป็นเครื่องบินแบบ F - 100 Super Sabreซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงแบบแรกของโลกและได้ทำ หน้าที่ในฝูงบินอยู่ถึง 13 ปี ทั้งแบบ F - 100 C และ D ได้ทำการแสดงการบินผาดแผลงรวมกันกว่า 1,100 ครั้ง ในประเทศตั้งแต่ตะวันออกไกลถึงอาฟริกาเหนือ แม้ว่าจะได้มีการเปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบ F - 105B Thunderchief ในช่วงสั้น ๆ แต่หลังจากเครื่องบินแบบ F - 105B ทำการแสดงได้เพียง 6 ครั้งในปี 2507 ฝูงบิน Thunderbirds ได้เปลี่ยนกลับมาใช้เครื่องบินแบบ F - 100D ซึ่งสามารถเติมเชื้อเพลิงในอากาศได้ เป็นผลให้ทำการบินได้ ระยะทางไกลกว่าแต่ใช้เวลาน้อยกว่า



ในช่วงปี 2512 - 2516 ฝูงบิน Thunderbirdsได้ ใช้เครื่องบินขับไล่ชั้นแนวหน้ารุ่นอมตะในสงครามทางอากาศ เหนือน่านฟ้าเวียดนามของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯคือเครื่องบินแบบ F - 4E Phantom II และทำการแสดงกว่า 500 ครั้ง ใน 5ฤดูกาล ใน 30 รัฐของสหรัฐ ฯ และประเทศแคนนาดา กลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกาและบางประเทศในทวีปยุโรป ฝูงบิน Thunderbirds ได้เปลี่ยนแบบเครื่องบินอีกครั้งหนึ่ง ในปี 2517 เป็นเครื่องบินแบบ T - 38 Talonซึ่งเป็นเครื่องบินฝึกความเร็วเหนือเสียงแบบแรกของโลกที่ประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่าเครื่องบินแบบ F-4 ที่กินน้ำมันและมีความสิ้นเปลืองสูงกว่ามาก เครื่องบินแบบ Talon ได้แสดงการบินประมาณ 600 ครั้ง ใน 8 ฤดูกาล

ในต้นปี 2526 ฝูงบิน Thunderbirdsได้หันกลับมาใช้เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอีกครั้งโดยได้บรรจุ เครื่องบินแบบ F - 16A Fighting Falcon เข้าประจำการ และในปี 2530 Thunderbirds ได้เป็นฝูงบินผาดแผลงฝูงแรกที่ได้แสดงการบินบนแผ่นดินประเทศคอมมิวนิสต์ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2534 Thunderbirds ได้กลับไปแสดงการบินในทวีปยุโรปอีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งได้ทำการแสดงการบินผาดแผลง 11 เที่ยวบิน ใน 8 ประเทศ รวมทั้งได้ไปเยือนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ และฮังการี เป็นครั้งแรก



ฝูงบิน Thunderbirds ได้ ทำการเปลี่ยนแบบอีกครั้งจากเครื่องบินแบบ F - 16A เป็น F-16 C ในปี 2535 เนื่องจากฝูงบินส่วนใหญ่ของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯได้เปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินแบบเดียวกันทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการส่งกำลัง บำรุงและในฤดูกาลนั้น ฝูงบินThunderbirds ได้นำเครื่องบินแบบ F-16C ไปแสดงการบินเป็นระยะเวลา 17วัน ในประเทศแถบลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 75 เที่ยวบินต่อสายตาผู้ชมประมาณ 6.6 ล้านคน ในปี 2535 ช่วงปี 2536 ซึ่งเป็นการแสดงครั้งที่ 800 ของเครื่องบินแบบ F - 16 ฝูงบิน Thunderbirds มีผู้ชม ถึงกว่า 8 ล้านคน ในปี 2537 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบปีที่ 50 ของฝูงบิน Thunderbirds ได้ทำการแสดงการบิน 67 ครั้ง ต่อหน้าผู้ชม 6 ล้านคน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2537 ได้ออกเดินทางทำการแสดงในประเทศตะวันออกไกลเป็นเวลา 26 วัน โดยใช้ชื่อว่า "Thunder Over the Pacific"ซึ่งได้ทำการแสดงให้ผู้ชม 1.3 ล้านคน ในมลรัฐ Alaska และในประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาะกวม มลรัฐ Hawaii และประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐ ฯ

สำหรับ ในปีนี้ Thunderbirds เลือกใช้เครื่องบินรบแบบ F-16 C/D Block 52 แบบใหม่โดยจะเปิดการแสดง 75 แห่ง สำหรับนอกประเทศสหรัฐฯปีนี้มีเพียงเปอโตรีโก้ ออสเตรเลีย กวม มาเลเซีย ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ได้รับเกียรติเปิดการแสดงในครั้งนี้ มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการแสดงการบินผาดแผลงสุดยอดของโลกจาก กองทัพอากาศสหรัฐฯของฝูงบินผาดแผลงวิหกสายฟ้า Thunderbirdsโดยใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16C ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามที่เครื่องบินฝูงนี้จะมาแสดงในประเทศไทย(เดิม การแสดงการบินผาดแผลงครั้งที่สามได้ถูกยกเลิกไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน) ในครั้งแรก F-16 ได้มาทำการแสดงในราวๆ ปี 2530ช่วงที่กองทัพอากาศไทยจะซื้อ F-16 A/B ในครั้งนั้น สหรัฐฯ ยังใช้ F-16 A/B ในฝูงบิน Thunderbirds มาถึงการแสดงการบินผาดแผลงในครั้งที่สองคนไทยต้องตื่นตาตื่นใจอีกครั้งกับ การแสดงการบินอันยิ่งใหญ่ของวิหกสายฟ้า เมื่อราวๆปี 2537 ครั้งนั้น Thunderbirdsเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินแบบ F-16 C Block 30/32ที่ทันสมัยกว่ารุ่นเก่าและในครั้งนี้ (10 ตุลาคม 2552) อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกในการแสดงนอกประเทศของธันเดอร์เบิร์ด ที่จะใช้เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 CBlock 50/52 ที่ก้าวล้ำไปอีก (ชั้นเดียวกับที่เคยเสนอขาย ทอ.ไทย)และครั้งนี้จะเป็นการตื่นตาตื่นใจกับเที่ยวบินผาดแผลงที่สุดสวยและ สุดยอด(แอบทราบมาว่า จะมี คนไทย และนายทหารจากกองทัพอากาศไทย ได้รับเกียรติขึ้นไปบินด้วย) สำหรับการกำหนดวันแสดงอย่างไม่เป็นทางการ นั้นฝูงบิน Thunderbirds จะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 5 ตุลาคม2552โดยในช่วงดังกล่าวจะมีการบินซ้อมโชว์เหนือฟ้าดอนเมืองเป็นระยะ สำหรับกำหนดการแสดงจะเป็นวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 เวลาประมาณ 13.00น. ณ ลานแสดงการบินดอนเมือง (ลานจอดอากาศยานคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมืองถนนวิภาวดีรังสิต)



F-16 เป็นเครื่องบินรบแบบพหุบทบาท (Multi Role)ซึ่งสามารถทำภารกิจการโจมตีทั้งบนพื้น บนทะเลและบนอากาศได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ F-16 สามารถปฏิบัติการได้ทุกสภาวะอากาศไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ลมแรง ก็สามารถทำการขึ้นบินได้หมด โดยถูกผลิตมามากกว่า 4000 ลำเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งซื้อของกองทัพอากาศกว่า 20 ประเทศทั่วโลกโดยได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถณะมาแล้วทั้งในสงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามโคโซโว สงครามอัฟกานิสถาน สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สองรวมทั้งในสงครามทางอากาศระหว่างปากีสถานและ โซเวียต/อัฟกานิสถานและการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียของอิรักโดยอิสราเอล ทั้งในไม่เคยมี F-16เครื่องใดถูกเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามยิงตกเลยแม้แต่เครื่องเดียว F-16 มีการพัฒนามาหลากหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นจะเรียกชื่อว่า Block XXโดยมีทั้งหมด 11 Block คือ Block 1, 5, 10, 15, 15OCU, 20 25 30/32, 40/42,50/52, และ Block 60 ส่วนกองทัพไทยใช้เครื่อง Block 15OCU และ ADFซึ่งเป็น Block 15OCU ที่ปรับปรุงแล้ว สหรัฐอเมริกานั้นเสนอ F-16C/D Block 50/52+ ซึ่งติดถึงน้ำมันข้างลำตัวหรือถัง CFT (Comformal FuelTank) เพื่อเพิ่มพิสัยบินให้ไกลขึ้น โดยสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้ 2,271ลิตร และเพิ่มพิสัยบินให้ไกลขึ้น 20 - 40% ติดระบบสร้างออกซิเจนบนเครื่อง(On-board Oxygen Generator) พร้อมเรดาห์ AGP-68(V)9 รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่มระยะการตรวจจับมากขึ้นจากเดิมถึง 30%

F-16 C/D Block 52 Specifications
นักบิน................................................. 1 นาย
ความยาว...........................................14.8 เมตร
ความสูง.............................................. 4.8 เมตร
ระยะระหว่างปลายปีก......................... 9.45 เมตร
พื้นที่ปีก.............................................. 27.87 ตารางเมตร
น้ำหนักเปล่า....................................... 8,670 กิโลกรัม
น้ำหนักพร้อมอาวุธ............................. 12,000 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด............................. 14,968 กิโลกรัม
เครื่อง ยนต์ .........................................เทอร์โบแฟนพร้อมสันดาปท้ายแบบเอฟ 110-จีอี-100 ให้แรงขับ 17,155 ปอนด์และ 28,600 ปอนด์เมื่อใช้สันดาปท้าย
ความเร็วสูงสุด....................................1.2 มัค (1,470 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระดับน้ำทะเล
...........................................................มากกว่า 2.0 มัค (2,414 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในระดับสูง
รัศมีทำการรบ..................................... 550 กิโลเมตรพร้อมระเบิด 450 กิโลกรัม
ระยะในการขนส่ง............................... 4,220 กิโลมตรพร้อมติดตั้งถังน้ำมันที่สลัดทิ้งได้
เพดานบินทำการ................................ 60,000 ฟุต
อัตราการไต่ระดับ............................... 50,000 ฟุตต่อนาที
น้ำหนักบรรทุกที่ปีก............................ 194 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
อัตราแรงขับต่อน้ำหนัก 1.095
อาวุธ..................................................ปืนแกทลิ่งเอ็ม61 วัลแคนขนาด 20 ม.ม.หนึ่งกระบอก พร้อมกระสุน 515 นัด
จรวด.................................................. กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-61/แอลเอยู/68 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดไฮดรา 70 19 และ 7 ลูกตามลำดับ)
..........................................................กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-5003 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดซีอาร์วี7 19 ลูก)
..........................................................กระเปาะจรวดแบบแอลเอยู-10 4 อัน (แต่ละอันมีจรวดซูนิ 4 ลูก)
ขีปนาวุธ
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
...........................................................เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ 2 ลูก
...........................................................เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์ 6 ลูก
...........................................................เอไอเอ็ม-120 แอมแรม 6 ลูก
ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น
...........................................................เอจีเอ็ม-65 มาเวอร์ริก 6 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-88 ฮาร์ม 4 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-45 ไชรค์ 6 ลูก
ขีปนาวุธต่อต้านเรือ
...........................................................เอจีเอ็ม-119 เพนกวิน 4 ลูก
...........................................................เอจีเอ็ม-84 ฮาร์พูน 2 ลูก
ระเบิด
............................................................ซีบียู-87 2 ลูก
............................................................ซีบียู-89 2 ลูก
............................................................ซีบียู-97 2 ลูก
............................................................จีบียู-10 เพฟเวย์ 2 4 ลูก
............................................................จีบียู-12 เพฟเวย์ 2 6 ลูก
...........................................................ระเบิดวิถีด้วยเลเซอร์ตระกูลเพฟเวย์ 6 ลูก
...........................................................เจแดม 4 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 84 4 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 83 8 ลูก
...........................................................ระเบิดมาร์ค 82 12 ลูก
...........................................................ระเบิดนิวเคลียร์ บี61 1ลูก
........................................................... เครื่องปล่อยพลุล่อเป้าแบบเอสยูยู-42เอ/เอ หรือ อีเอ็มซีแบบเอเอ็น/เอแอลคิว-131 และเอเอ็น/เอแอลคิว-184 หรือ กระเปาะหาเป้าแบบแลนเทิร์น ล็อกฮีด มาร์ติน สไนเปอร์ เอ็กซ์อาร์ และไลท์นิ่ง
........................................................... ถังเชื้อเพลิงทิ้งได้ขนาด 300/330/370 แกลลอนสหรัฐฯ ได้มากถึง 3 ถังเพื่อทำการขนส่งหรือเพิ่มระยะ
เรดาร์..................................................แบบเอเอ็น/เอพีจี-68

ข้อมูลอ้างอิงจาก
www.wikipedia.org
www.bloggang.com

arcom roumsuwan [chang]
chang.arcom@thairath.co.th
photo by
www.airliners.net
#508
อิหร่านอวดศักยภาพรถบรรทุกผลิตเองภายในประเทศ หวังส่งออกแข่งขันในตลาดโลกเร็ว ๆ นี้

รัฐบาล อิหร่านจัดแสดงเปิดตัวรถบรรทุกของอิหร่านยี่ห้อ " ไซปา" ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งอิหร่านผลิตได้เองทั้งหมด ตั้งแต่หัวลาก เครื่องยนต์ ตัวถังรถ และส่วนบรรทุกน้ำหนัก รุ่นที่นำออกแสดงครั้งนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ชื่อ "อาซาร์ซุน" บริษัทผู้ผลิตของรัฐบาลตั้งเป้าผลิตรถบรรทุกรุ่นนี้ให้ได้เฉลี่ยปีละ 1,500 คัน เบื้องต้นจะผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศก่อนให้เพียงพอ จากนั้นจึงจะผลิตขยายส่งออกขายแข่งขันในตลาดโลกต่อไป ทั้งนี้ คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคือกลุ่มผู้ผลิตรถบรรทุกจากจีน

http://www.innnews.co.th/around.php?nid=193606
#510
ดูบุญชูตั้งแต่ภาค 1 ไปกินอาหารแถวท่าพระจันทร์ก็เพราะเรื่องนี้เลย

ขอไว้อาลัยด้วยครับ
Danny