• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Danny

#511
ห้องพูดคุย / วันออกพรรษา
02 ตุลาคม 2009, 07:58:05 ก่อนเที่ยง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

     วันออกพรรษา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่ง ตามปฏิทินจันทรคติไทย เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) เป็นวันสำคัญที่พระสงฆ์จะทำการปวารณาออกพรรษา

     วันถัดจากวันออกพรรษา 1 วัน (แรม 1 ค่ำ) พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ เรียกว่า ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหนะ สืบเนื่องจากพุทธประวัติที่ว่า ในวันออกพรรษา พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากเทวโลก กลับจากการโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นอกหากนี้แล้วพุทธศาสนิกชนยังนิยมไปฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีล (ศีลแปด) ด้วย

วันออกพรรษาในปฏิทินสุริยคติ
     อย่างไรก็ตาม บางประเทศที่นับถือพุทธศาสนาอาจกำหนดวันไม่ตรงกับของไทยในบางปี เนื่องจากประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งบนโลกที่ต่างไปจากประเทศไทย ทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไป


ปีวันที่วันที่วันที่
ปีชวด26 ตุลาคม พ.ศ. 253914 ตุลาคม พ.ศ. 25512 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ปีฉลู16 ตุลาคม พ.ศ. 25404 ตุลาคม พ.ศ. 255221 ตุลาคม พ.ศ. 2564
ปีขาล5 ตุลาคม พ.ศ. 254123 ตุลาคม พ.ศ. 255310 ตุลาคม พ.ศ. 2565
ปีเถาะ24 ตุลาคม พ.ศ. 254212 ตุลาคม พ.ศ. 255429 ตุลาคม พ.ศ. 2566
ปีมะโรง13 ตุลาคม พ.ศ. 254330 ตุลาคม พ.ศ. 255517 ตุลาคม พ.ศ. 2567
ปีมะเส็ง2 ตุลาคม พ.ศ. 254419 ตุลาคม พ.ศ. 25567 ตุลาคม พ.ศ. 2568
ปีมะเมีย21 ตุลาคม พ.ศ. 25458 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ???
ปีมะแม10 ตุลาคม พ.ศ. 254627 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ???
ปีวอก28 ตุลาคม พ.ศ. 254716 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ???
ปีระกา18 ตุลาคม พ.ศ. 25485 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ???
ปีจอ7 ตุลาคม พ.ศ. 254924 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ???
ปีกุน26 ตุลาคม พ.ศ. 255013 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ???

ความสำคัญของวันออกพรรษา

     วันออกพรรษา คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน (นับแต่วันเข้าพรรษา) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า "ปวารณา" แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" ในวันออกพรรษานี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรมใหญ่ เรียกว่า มหาปวารณา เป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพราะในระหว่างเข้าพรรษา พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข การให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ ทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตน และยังเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันด้วย

     นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนยังร่วมกันทอดกฐิน ในระยะเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา มีทั้ง จุลกฐิน และ มหากฐิน อย่างไรก็ดี ในแต่ละท้องถิ่นยังมีประเพณีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การแข่งเรือ การเทศน์มหาชาติ เป็นต้น

     ในหมู่ชาวไทยและชาวลาวริมฝั่งแม่น้ำโขง เชื่อว่าในช่วงวันออกพรรษา จะเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นในเวลากลางคืน ที่จังหวัดหนองคาย

     ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้มมัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน และการร่วมกุศล "ตักบาตรเทโว" ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา

  1. ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
  2. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
  3. ร่วมกิจกรรม "ตักบาตรเทโว" (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11)
  4. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการและประดับธงชาต ิและธงธรรมจักร ตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
  5. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออกพรรษา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป
#514

เพชรา เชาวราษฎร์

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

รูปภาพ เพชรา เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน

เพชรา เปิดใจ ยอมเผยโฉม ออกจากโลกมืด (ไทยรัฐ)

        หลังจากที่ "เพชรา เชาวราษฎร์" อดีตนางเอกหนังชื่อดัง ปิดตัวเองเพราะดวงตาบอดสนิท อันเนื่องมาจากการถ่ายภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ปี มี จนทำให้ดวงตาถูกแสงสปอตไลต์ทำลาย จากนั้นอดีตนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง ก็ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย เป็นเวลายาวนานร่วม 30 ปี ในที่สุด นางเอกตลอดกาลในหัวใจแฟนหนังชาวไทย ก็ยอมปรากฏโฉมให้คนไทยได้เห็นเป็นครั้งแรก ในภาพยนตร์โฆษณาเครื่องสำอาง "มิสทิน" ที่ได้ติดต่อทาบทามให้เพชรามาถ่ายโฆษณา เพื่อหาเงินช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อคนตาบอดฯ

        เมื่อ วันที่ 29 ก.ย. เพชรา เชาวราษฎร์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ เป็นครั้งแรก โดยนางเอกขวัญใจคนไทยตลอดกาล ซึ่งขณะนี้มีอายุ 66 ปี เปิดเผยว่า เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ที่ตนหายเงียบไปจากวงการ ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนั้น เนื่องจากป่วยมาก ต้องรักษาดวงตาและรักษาอาการป่วย จากผลข้างเคียงอีกเยอะมาก ตอนนี้ อาการดีขึ้น เรียกว่าเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว แต่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถกลับคืนมาใช้งานได้เหมือนเดิมอีกแล้ว เป็นอาการบอดสนิทไม่เห็นแสงสว่างใดๆ ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเวลาใด เป็นกลางวันกลางคืน

        ส่วนสาเหตุที่ตนยอมถ่ายโฆษณาให้เครื่องสำอางมิสทินครั้งนี้ เพชรา กล่าวเปิดใจว่า เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อนเคยพูดว่า อยากตั้งมูลนิธิดวงตาเพชรา เชาวราษฎร์ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เลยค้างคาใจมาตลอด ประกอบกับหลายคนก็ถามถึงมูลนิธิดังกล่าว เมื่อมิสทินมีข้อเสนอมาพอดีมันโดนใจ เลยคิดว่าน่าจะออกมาทำอะไรบ้าง ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ดวงตาจะมองไม่เห็น แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำอะไรก็คงอยู่ไปแบบเปล่าๆ เลยรับข้อเสนอ เพื่อจะได้ช่วยคนอื่นที่มีปัญหาเหมือนตนเอง สร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้บ้าง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาต้องทนทุกข์กับการมองไม่เห็นมามาก เลยอยากจะช่วยเหลือคนอื่นที่ประสบปัญหาเดียวกับตนบ้าง

        อดีตนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง กล่าวอีกว่า การกระทำครั้งนี้ต้องบอกว่าไม่เกี่ยวกับเงินทอง แต่อยากทำกุศลจริงๆ เพราะที่ผ่านมาก็อยู่แบบเงียบๆ อยู่กับความสงบก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่รู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ คงไม่มีความสุขอย่างแท้จริง จึงอยากทำ ประโยชน์ให้แก่สังคมบ้าง คิดว่าถ้าอยู่เฉยๆ ตายไปมันก็สูญเปล่า เมื่อลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างนี้ รู้สึกมีกำลังใจและอบอุ่น รู้สึกว่าตัวเองก็มีค่า คืออยู่กับความเจ็บป่วยและความมืดมานาน จนรู้สึกว่าคงจะเลือนหายไปจากใจคนไทยแล้ว คิดว่าจะมีใครสักกี่คนที่ระลึกถึงตน แต่พอคิดจะทำงานตรงนี้ ทุกคนรอบข้างต่างก็ดีใจ บอกว่าจะออกมาในสภาพไหนก็ออกมาเถอะ ขอแค่ได้เห็นก็ดีใจแล้ว จึงเป็นเหมือนกำลังใจ คือทุกคนบอกอยากเห็น เพราะหายไปนาน ปัจจุบันจะเป็นอย่างไร รู้สึกขอบคุณทุกท่านที่ยังระลึกถึง ตนเจ็บป่วยมานาน ตอนนี้ค่อยยังชั่วขึ้น ถึงแม้ว่าดวงตาจะเป็นสิ่งเดียวที่เอากลับคืนมาไม่ได้ สำหรับการคาดหวังในเสียงตอบรับ ไม่กล้าคาดหวังอะไรมาก เนื่องจากหายไปนานมาก หวังแค่คนที่ชมโฆษณาแล้วจะเมตตากับลิปสติก ไดมอนด์ นัมเบอร์วัน ของมิสทิน อันนี้  ถ้าขายได้เยอะๆ เราก็ชื่นใจ จะได้มีเงินทำบุญช่วยมูลนิธิเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เยอะๆ

        เมื่อถามถึงเรื่องอาการป่วย เพชรา กล่าวว่า ตั้งแต่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องแรก คือ เรื่องบันทึกรักพิมพ์ฉวีคู่กับมิตร ชัยบัญชา เมื่อปี 2505 ขณะที่อายุ 19 ปี จากนั้น ก็รับงานแสดงไม่หยุด กระทั่งเมื่อช่วงปี 2515 เริ่มมีอาการ ดวงตาแพ้แสงไฟสปอตไลต์ จึงไปรับการรักษา แต่เนื่องจาก มีคิวถ่ายต่อเนื่อง ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง ประกอบกับ ว่าต้องร้องไห้เยอะ เพราะนางเอกสมัยก่อนต้องน่าสงสาร อีกทั้งตนต้องขับรถไปถ่ายหนังเอง  กระทั่งอาการหนักจนถึงขั้นตาบอด ประมาณปี 2520-2521 โดยตอนถ่าย เรื่องไอ้ขุนทอง ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในชีวิตการ แสดง  ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว  แต่เรื่องแผ่นดินแห่งความรักและเรื่องลูกเจ้าพระยา อาการก็เริ่มหนัก แต่ก็ยังฝืนใจไป ถ่ายจนจบ จากนั้นก็หยุดงานทั้งหมด ทำการรักษาดวงตาอย่างจริงจัง หมอให้ยามาเป็นชุดๆ ก็ทาน ตอนทานก็รู้สึก ดีขึ้น  สบาย  ทานอาหารได้  ยิ้มแย้มแจ่มใส  ก็รู้สึกชอบ แต่พอทานนานเข้า ๆ ก็เริ่มอ้วนผสมบวม  อาการก็หนักขึ้นถึงขั้นปวดตามกระดูก  กลืนน้ำไม่ลง  หายใจไม่ออก เพราะบวมจนลำคอตีบตัน

        เพชรา กล่าวอีกว่า ตอนนั้นคิดว่าตัวเองตายแน่ ไม่รอดแน่ แต่สุดท้ายเค้าก็เว้นช่องให้ได้หายใจ มันเลยไม่ตาย เหมือนกับเค้ายังไม่ให้เราหมดกรรม ช่วงเวลาที่อยู่ ระหว่างเส้นเป็นกับเส้นตายนั้น คิดว่าจะไม่บอกใคร ถ้าตาย ก็ขอตายอย่างเงียบๆ ไม่อยากบอกให้ใครวิตกทุกข์ร้อน ต้องร้องไห้ให้เรา แต่ไม่ตายนี่สิ ทีนี้พอไม่ตาย ต้องกินยา รักษาตัวจนขนขึ้นใบหน้าและแขนขาหน้าแข้ง แต่ผมกลับร่วง ตัวก็บวมมากเลย เป็นอาการข้างเคียงที่ต้องรักษาตัวเอง เป็นเวลาถึง 16-17 ปี ถึงค่อยยังชั่วขึ้น ปัจจุบันนี้ก็เรียก ว่าหายเป็นปกติแล้ว ยกเว้นตาที่เราเอากลับคืนมาไม่ได้ เหมือนเดิมอีก ส่วนสุขภาพก็ต้องเช็กร่างกายทุก 3 เดือน ในตอนนี้ก็มีแต่ป่วยเป็นโน่นนี่นิดๆ  หน่อยๆ  อย่างหมอ บอกมีนิ่วในไตข้างซ้าย คงเกิดจากทานยา ยังดีที่เป็นข้าง เดียวก็รักษากันไป เรื่องใหญ่คือเรื่องตาที่ไม่เห็นเลย เวลา ปิดหรือเปิดไฟก็ไม่รู้สึก บางครั้งหลอดไฟอยู่ในที่ต่ำหน่อย เราก็ยังเอามือไปคลำดูว่ามันร้อน หรือเย็น เพื่อจะได้รู้ว่าเปิดหรือปิดอยู่

        เมื่อถามถึงกิจวัตรประจำวัน อดีตนางเอกหนังขวัญใจ ชาวไทยตลอดกาลกล่าวเปิดใจอีกว่า เป็นคนตื่นเช้า ประมาณ ตี 5 เศษ แล้วมานั่งจิบกาแฟ จบของที่จะใส่บาตรพระ โดยให้คนที่บ้านออกไปใส่ บาตรพระแทน เพราะก่อนหน้านี้ เคยออกไปใส่บาตรเอง  ปรากฏว่า ถูกขโมยถ่ายภาพ  แล้วเป็นช่วงที่ตนไม่สบายมาก สภาพร่างกายค่อนข้างทุเรศ เลยใช้วิธีแค่จบของที่จะใส่บาตรเท่านั้น หลังจากนั้นตนก็จะเดินเปิดม่านหน้าต่างในบ้านทุกบานเอง แล้วก็ปิดไฟ ทุกดวงในบ้าน อาบน้ำสวดมนต์ไหว้พระ และทานอาหารเช้า กลางวันก็มีโทรศัพท์คุยกับเพื่อน หรือไม่ก็เพื่อนโทรศัพท์ มาคุยบ้าง แล้วก็นั่งฟังทีวีเพราะดูไม่ได้ต้องใช้ฟังเสียงเอา ฟังข่าวสารบ้านเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ต้องติดตามไม่อย่างนั้นโง่ตาย ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเราไม่ได้มืดมน จนเกินไป

        เพชรา กล่าวอีกว่า สภาพจิตใจช่วงนี้ถือว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ สงบมากขึ้น สมัยที่ดวงตามืดบอด ใหม่ๆ รู้สึกร้อนรุ่ม ฟุ้งซ่าน ยอมรับในสภาพที่เป็นอยู่ไม่ได้ จะมอง ในแง่ร้ายว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร จนมาถึงวันนี้เหตุการณ์ ทั้งหลายทำให้รู้สึกว่า ไม่มีอะไรร้ายแรง หรือน่าวิตกอะไร มากมายอีกแล้ว โชคดีที่ยังมีคุณชรินทร์ นันทนาคร เป็นหลัก ยึดให้ตนได้ความอบอุ่น  มีอะไรก็พูดให้เข้าใจ  ไม่ให้มีค้างคาใจ คอยให้กำลังใจ ทุกปีในวันเกิดของตน วันที่ 19 ม.ค. ทางชมรมรักษ์เพลงชรินทร์ก็จะมาจัดงานฉลองวันเกิดให้ ที่บ้าน เป็นความสุข และความประทับใจอย่างมาก เลยปลง ได้ว่าชีวิตคนเราก็เท่านี้ จึงอยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์ แก่สังคมบ้าง

        ส่วนบรรยากาศในการถ่ายทำโฆษณานั้น เพชรา เผยว่า ก่อนถ่ายก็ค่อนข้างเครียดเพราะต้องฟิตร่างกายให้ผอมลงมาเหลือน้ำหนักราว 47 กก. แล้วด้วยความที่ตนห่างจากงานมานานมาก จึงกังวลไปหมดทุกอย่าง แต่ก็มีเพื่อนหลายคนให้กำลังใจว่าทำได้ ดูดีแล้ว ทางมิสทินก็บอกว่า เค้าจัดทีมเสื้อผ้าหน้าผมที่ดีที่สุดมาให้ แต่ตัวเองก็ไม่เห็นตัวเองหรอก ถึงตอนแสดงเค้าให้แสดงอะไรก็ทำไปตามนั้น ก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อนยังถามเลยว่า เค้าทำให้อะไรบ้าง ต้องพูดหรือเปล่า ใส่แว่นตามั้ย นั่งพูดหรือยืนพูด หรือใส่หมวกแล้วเห็นแต่ปาก หลังจากถ่ายโฆษณาแล้วก็ยังมีถ่ายภาพนิ่งด้วย โดยคุณศักดิ์ชัย กาย เจ้าของนิตยสารไฮโซชื่อดัง "ลิปส์" ซึ่งถ่ายไปแล้ว

        เมื่อถามว่าจะหวนคืนวงการอีกหรือไม่ เพชรา ตอบว่า คงไม่ไหว เพราะตามองไม่เห็น เดี๋ยวไปถ่วงคนอื่น คือการถ่ายทำมันจะมีจุดบล็อกกิ้ง แต่เรามองไม่เห็น ถึงตนจะจำบทได้ แต่ก็ไม่เห็นจุดหมายที่ต้องพูด ด้วยมันก็ลำบากเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าคิดถึงวงการบันเทิงมั้ย ตอนแรกที่ไม่สบายมาก ตอนที่อยู่ในช่วงจะเป็นหรือจะตาย ตอนนั้นปิดตัวเองจากข่าวสารหมดเลย ทำใจอยู่พักใหญ่ เพราะไม่อยากอาลัยอาวรณ์ ถ้าจะตายก็ขอตายตาหลับไม่อยากเอามาคิด จนกระทั่งไม่ตายแน่แล้วจึงต้องหาทางรักษาตัวเอง นั่นแหละจึงปรับตัวปรับใจได้แต่ก็นานมาก จนเมื่อปี 2540 ค่อยยังชั่วขึ้นมาก ต่อมาคุณวิทยา ศุภพรโอภาส ก็ให้โอกาสไปทำหน้าที่ดีเจคู่กับ คุณตุ๋ย มหาชัย ที่คลื่นลูกทุ่งเอฟเอ็ม ทำอยู่ 2-3 ปี แล้วก็ไปทำคลื่นโน้นคลื่นนี้อีกก็ไปกับคุณวิทยา จนตอนนี้เขาไปอยู่ที่คลื่นเอฟเอ็ม 94.5 นานๆก็คุยในรายการเขาทีหนึ่ง เพื่อทำให้รู้สึกว่าตนยังมีประโยชน์อยู่

http://www.youtube.com/v/inwSE_d95d0&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en&feature=player_embedded&fs=1
#516


ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต
มี โอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก แล้วเอาข้อมูล วัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา อาตมาก็ตอบว่า หลักๆ เลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละครที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก และที่สำคัญ หากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลกและ จะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร ซึ่งนอกจากการอ่าน การดูและการฟังแล้ว หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮา ก็ได้มาจากการพูดคุย
กับเหล่าโยมๆ นี่แหละ

อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา
            -พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองนะคะ
            -หา อะไรนะ
            -พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองค่ะ
            -ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร
            -อ๋อ ขอโทษค่ะ
หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า
            -เจริญพร
            -ค่ะ เจริญพรเช่นกัน
แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย



หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น
พอเข้ามาในกุฏิแล้ว เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที
           -ถวายสังฆทานค่ะ
พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู
           -ไม่ต้องค่ะ
โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น
           -ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ
เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า
           -อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ  ( ที่ถูกต้อง จะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)
พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา
           -คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ นะหลวงพี่
อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า
           -คิกขุ แปลว่า น่ารัก สังโฆ แปลว่า สงฆ์
คิกขุสังโฆ ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก เท่านั้นแหละ พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย




แต่ก็มีบางกรณี ที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา
          -หลวงพี่ขา ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ
          -ไปไหนล่ะโยม
          -ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ
โห นิมนต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย อาตมาจึงบอกไปว่า
          -ถ้านิมนต์ไปงานศพไปให้ได้ แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่ ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม


ถ้า พูดถึงศัพท์แสงที่แสลงใจแล้ว ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก เช่นมีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา
      -แม่ๆ พระมาขอข้าว
      -มาเยอะไหมลูก
      -มา 2  อัน
โห เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอน เด็กๆ ด้วย



ถ้าพระกิน เรียกว่า ฉัน
พระนอน เรียกว่า จำวัด  ( บางคนเรียกขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้)
พระป่วย เรียกว่า อาพาธ
พระตาย เรียกว่า มรณภาพ ( ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ)
แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกว่าอะไรเอ่ย   คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง เรียกคนมาดู  :D

จบกัน !!!!!




ถ้าเคยอ่านแล้วก็ขออภัยนะคะ......  ;D ...ไม่ได้้มีีเจตนาไม่่ดีใดๆทั้้งนั้นนะคะ ขอบคุณค่ะ.

ที่มาจากเว็บ mthai
#517
http://www.youtube.com/v/idpZNgwxqpU&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en&feature=player_embedded&fs=1

สุดยอดครับ ยินดีกับแชมป์โลกคนใหม่ "ไอ้รถถัง" พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม

พูน สวัสดิ์ กระทิงแดงยิม ยอดกำปั้นชาวไทย จัดการน็อก เบอร์นาร์ด ดันน์ นักชกจากไอร์แลนด์ จอดยก 3 พร้อมกระชากเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวทของสมาคมมวยโลก (WBA) มา ที่ โอทู อารีน่า กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์







ขอขอบคุณที่มาจาก mthai
#518


      หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่มีขบวนรถบรรทุกพ่วง 18 - 22 ล้อ ที่บรรทุกสินค้าส่งออกไปกัมพูชา จำนวนมากจอดปิดตายอยู่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยาวกว่า 500 เมตร ทำให้การสัญจรไปมา บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ติดขัดอย่างหนัก รถยนต์ไม่สามารถเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา ได้ ภายหลังสอบบริเวณจุดตรวจด่าน ตม.อรัญประเทศ บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ พบมีรถบรรทุกสินค้า จอดติดกันยาวเหยียด โดยมีพนักงานขับรถและพนักงานชิปปิ้ง จับกลุ่มยืนคุยกันอยู่บริเวณจุดตรวจไม้กั้นด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา

      จากการสอบถามสาเหตุเนื่องจากผู้ประกอบการส่งสินค้าออกไปกัมพูชา ที่มีรถยนต์บรรทุกพ่วงกว่า 150 คัน ได้นำสินค้าส่งออกไปกัมพูชา โดยใช้เส้นทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ ตามปกตินั้น จู่ๆ วันนี้เมื่อรถบรรทุกทั้งหมดจะนำสินค้าส่งออกไปกัมพูชาตามปกติมา ถึงบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ก็ได้รับแจ้งจากชิ๊ปปิ้งชาวเขมรในฝั่งกัมพูชาว่าทางด่านศุลกากรปอยเปต ของกัมพูชา ได้ใช้กฎระเบียบใหม่โดยให้รถบรรทุกจากไทยทุกคัน ต้องมีหนังสือหรือคู่มือประจำรถฉบับตัวจริง และจะต้องวางเงินค้ำประกันให้กับด่านศุลกากรปอยเปต คันละ 5 พันดอลลาร์ หากไม่มีตามนี้จะถูกจับกุม จากคำสั่งของด่านศุลกากรปอยเปตของกัมพูชา ทำให้บรรดารถบรรทุกสินค้าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากที่ผ่านมาการบรรทุกสินค้าเข้าไปส่งในฝั่งกัมพูชา จะใช้เอกสารสำเนาหนังสือประจำรถ โดยเจ้าของรถทำหนังสือมอบอำนาจให้คนขับรถมา และไม่ต้องเสียเงินค่ามัดจำ ซึ่งทำอย่างนี้มานานนับปีแล้ว แต่จู่ๆ กัมพูชา ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าจะตรวจหนังสือประจำรถตัวจริง และต้องมีเงินค้ำประกันรถ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะรถบรรทุกส่วนใหญ่รับจ้างขนส่งสินค้าและไม่มีใครมีเงิน มาวางค้ำประกันรถคันละ 5 พันดอลลาร์ได้ เพราะรถบรรทุกที่ส่งสินค้าออกไปเขมรมีทั้งหมดกว่า 200 คัน ต่อมาได้มี จนท.สำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ประจำปอยเปต ของกัมพูชา ได้เดินทางมาพูดคุยกับบรรดาชิปปิ้งและคนขับรถบรรทุกสินค้าที่บริเวณจุดตรวจ ด่าน ตม.อรัญประเทศ บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ฝั่งไทย

      เวลา 16.15 น. คุณสานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ด่านศุลกากรปอยเปต ของกัมพูชาเข้มงวดเรื่องนี้ เนื่องจากมี เจ้าหน้าที่ศุลกากรกัมพูชา ได้ขับรถยนต์เข้ามาในฝั่งไทย เพื่อเติมน้ำมัน โดยไม่สวมชุดเจ้าหน้าาที่ จึงได้ถูก เจ้าหน้าที่ไทยตรวจสอบเอกสาร ทำให้เกิดความไม่พอใจ จึงเข้มงวดและตรวจเอกสารรถบรรทุกของไทย เมื่อไทยตรวจเอกสาร ซึ่งเป็นระเบียบที่ถูกต้อง กัมพูชาก็มีสิทธิตรวจเอกสาร และปฏิบัติตามระเบียบของกัมพูชาบ้าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ศุลกากรปอยเปต ของกัมพูชา ได้แจ้งกับชิปปิ้งมาว่า ทางด่านศุลกากรปอยเปต ของกัมพูชา จะผ่อนปรนไม่ตรวจเอกสารหนังสือประจำรถตัวจริง และไม่เรียกเก็บเงินค้ำประกันรถ คันละ 5 พันดอลลาร์ ให้รถบรรทุกสามารถวิ่งเข้าไปส่งสินค้าในฝั่งกัมพูชา ได้ตามปกติเพียงวันนี้วันเดียว วันพรุ่งนี้ จะเริ่มปฏิบัติตามระเบียบของกัมพูชา คือ ตรวจหนังสือประจำรถตัวจริง และต้องวางเงินค้ำประกันรถคันละ 5 พันดอลลาร์ หลังจากได้รับแจ้งการผ่อนผันทำให้รถบรรทุกสินค้ากว่า 150 คัน ที่จอดติดกันยาวเหยียดหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เริ่มทยอยขับเข้าไปส่งสินค้าในกัมพูชา ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ คลี่คลายลงได้ คาดวันรุ่งขึ้นจะเกิดปัญหาอีกเนื่องจากด่านศุลกากรปอยเปต ของกัมพูชา ยืนยันรถบรรทุกสินค้าจากไทยต้องนำหนังสือประจำรถตัวจริงมาแสดงและต้องนำเงิน สดจำนวน 5 พันดอลลาร์ มาวางค้ำประกันรถไว้กับด่านศุลกากรปอยเปตด้วย

http://www.rd1677.com/branch.php?id=61470
#519
ฟอร์บส์จัดอันดับ40เศรษฐีไทย "เฉลียว"อันดับ1แสนล้าน "แม้ว"ที่16หมื่นล้านลดลง340ล. "เจริญ"หล่นที่4

ฟอร์บส์ นิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินในสหรัฐ จัดอันดับ 40 มหาเศรษฐีของไทยปี 2009

นายเฉลียว อยู่วิทยา วัย 77 ปี เจ้าพ่อเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงอันดับ 1 มีทรัพย์สิน 4 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 136,000 ล้านบาท

อันดับสอง นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีมี วัย 70 ปี 3 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 102,000 ล้านบาท

อันดับสาม ครอบครัวจิราธิวัฒน์ 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ 98,600 ล้านบาท

อันดับสี่ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี วัย 65 ปี 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 95,200 บาท

อันดับห้า นายกฤตย์ รัตนรักษ์ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 40,800 ล้านบาท

ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อันดับ 16 มีทรัพย์สิน 390 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 13,260 ล้านบาท

สำหรับนายเฉลียวเป็นการรั้งอันดับที่ 1 เป็นปีที่สามติดต่อกันและมีทรัพย์สินเท่ากับปีกลาย ขณะที่นายเจ้าสัวซีพีขยับจากอันดับ 4 ไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 34,000  ล้านบาท

ทางด้านนายเจริญตกจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 4 มีทรัพย์สินลดลง 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 37,400 ล้านบาท

ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่อันดับเดิม แต่มีทรัพย์สินลดลง 10 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 340 ล้านบาท

6. นายจำนงค์ ภิรมย์ภักดี     33,150 ล้านบาท

7. คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล  31,960 ล้านบาท

8. นายอิสระ ว่องกุศลกิจ      30,600 ล้านบาท

9. นายวิชัย มาลีนนท์          22,100 ล้านบาท

10. นายอนันต์ อัศวโภคิน     17,000 ล้านบาท

11. นายวานิช ไชยวรรณ      16,660 ล้านบาท

12. นางสุรางค์ เปรมปรีดิ์       15,640 ล้านบาท

13. นายทองมา วิจิตพงษ์พันธุ์ 14,620 ล้านบาท

14. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ    14,280 ล้านบาท

15. นายบุญชัย เบญจรงคกุล    13,940 ล้านบาท

17. นายประยุทธ์ มหากิจศิริ    12,580 ล้านบาท

18. นางนันทา ชินธรรมมิตร์     12,240 ล้านบาท

19. นายอาลก โลเฮีย          12,070 ล้านบาท

20. นายวิลเลี่ยม อี ไฮเน็คกี้    11,900 ล้านบาท

21. น.ส.นิชิต้า ชาห์               9,520 ล้านบาท

22. นายสรรเสริญ จุฬางกูร         9.180 ล้านบาท

23. คุณหญิงประภา-นายวิทย์ วิริยะประไพกิจ  7,140 ล้านบาท

24. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 6,324 ล้านบาท

25. นายเฉลิม อยู่วิทยา               6,290 ล้านบาท

26. นายพรเทพ พรประภา            6,188 ล้านบาท

27. นายวิชัย รักศรีอักษร             6,120 ล้านบาท

28. นายไกรสร ชาญศิริ              5,950 ล้านบาท

29. นายนิธิ โอสถานุเคราะห์         5,775 ล้านบาท

30. นายวรวิทย์ วีระบวรพงษ์         5,610 ล้านบาท

31. นายเพชร โอสถานุเคราะห์  5,440 ล้านบาท

32. นายเปรมชัย กรรณสูต      5,270 ล้านบาท

33. นายเอนก สิทธิประศาสน์   5,100 ล้านบาท

34. นางนิจพร จารนะจิตต์      4,950 ล้านบาท

35. นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์     4,455 ล้านบาท

36. นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร           4,250 ล้านบาท

37. นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม       4,080 ล้านบาท

38. นางพรดี ลี้อิสระนุกูล             3,630 ล้านบาท

39. นายปลิว ตรีวิศวเวทย์            3,570 ล้านบาท

40. นายวิชา พูลวรลักษณ์           2,980 ล้านบาท

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1253842988&grpid=00&catid=
#520
ห้องพูดคุย / Re: สุดยอด ห้องน้ำสาธารณะ!
25 กันยายน 2009, 08:25:50 หลังเที่ยง
แบบนี้ มีอยู่ประเทศเดียว ^0^
#521
มีอีกสำนักแล้ว

เชื่อใครดีล่ะเนี่ย ^^'
#522
ศูนย์ร่วมด้วยช่วยกัน 1677
สถานที่เกิดเหตุ    *
เวลาเกิดเหตุการณ์    25   กันยายน   2552   07:41:19  น.

รายละเอียดเหตุการณ์  : เวลา 07.30 น. วันที่ 24 กันยายน 2552 คุณทิวากร สอบถามว่า ถ.มอเตอร์เวย์ สาย 9 และสาย 7 ถ้ารถบรรทุกข้าวสาร 10 ล้อ แต่ใส่ล้อเพิ่มอีก 2 ล้อ เป็น 12 ล้อ น้ำหนักที่บรรทุกทั้งหมด 30 ตัน สามารถวิ่งบนถนนมอเตอร์เวย์ ได้หรือไม่ เพราะกำลังนำข้าวสารจากส่งที่ จ.ชลบุรี และจะเริ่มเติมเข้ามอเตอร์เวย์ช่วง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

*** รายการประสาน คุณศิรากร จนท.กู้ภัยมอเตอร์เวย์ สาย 9 แจ้งว่า กรณีรถบรรทุก 10 ล้อ หรือถ้าใส่เพิ่มอีก 2 ล้อนั้น ตามกฎหมายระบุให้บรรทุกน้ำหนักได้เพียง 21 ตันเท่านั้น 02-372-0191

ที่มาจาก สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน
#523


สีถูกโฉลก สีรถ ถูกโฉลก สีมงคล และวันเกิดกับ สีรถ รู้ไว้ไม่เสียหาย แต่อย่าเชื่อจนงมงาย

ตำราเลือก สีรถ ให้ถูกโฉลกกับเจ้าของรถ ท่านใดซื้อรถแล้วไม่ต้องคิดมากครับ มีวิธีการแก้ไขครับ ถ้าท่านใดไม่เห็นด้วยก็ฟังหูไว้หูครับ


       
           
           
           
           
           
           
           
           
           
วันเกิดบริวารเดชศรีกัมมะมนตรีอัปมงคล
อาทิตย์แดงชมพูเขียวใบไม้แดงแสดควันบุหรี่ (เทา) ฟ้า
จันทร์เหลือง/ขาว/ครีมเขียวใบไม้น้ำเงิน/ดำ/ม่วงควันบุหรี่ (เทา)ฟ้าแดง
อังคารชมพู/ม่วงน้ำเงิน/ดำแดงแสดฟ้าแดงเหลือง/ขาว/ครีม
พุธเขียวใบไม้แดงแสดควันบุหรี่ (เทา)แดงเหลือง/ขาว/ครีมชมพ
พุธ (กลางคืน)ควันบุหรี่ (เทา)แดงเหลือง/ขาว/ครีมเขียวใบไมน้ำเงิน/ดำแดงแสด
พฤหัสบดีแดงแสดฟ้าแดงชมพเขียวใบไมน้ำเงิน/ดำ/ม่วง
ศุกร์ฟ้าเหลือง/ขาว/ครีมชมพน้ำเงิน/ดำ/ม่วงแดงแสดควันบุหรี่ (เทา)
เสาร์น้ำเงิน/ดำ/ม่วงควันบุหรี่ (เทา) ฟ้าเหลือง/ขาว/ครีมน้ำเงิน/ดำเขียวใบไม้
- สีเงินทองถือว่าเป็นมงคล ด้านทรัพย์สิน เงินทอง ถูกกับทุกโฉลกวัน

บุคคลที่เกิดวันอาทิตย์
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเขียวเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีเทา สีควันบุหรี่เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอาทิตย์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันวันอาทิตย์
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และอายุ 77 ปีห้ามซื้อรถสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 ,และ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีเขียวทุกชนิด
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีเทา สีควันบุหรี่ เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันจันทร์
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเขียว หรือสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีม่วงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีแดง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันจันทร์
* ช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีม่วง
* และช่วงอายุย่าง 26 , 35 , 44 , 53 , 62 , 71 และ 80 ขึ้นไป สีที่ห้ามซื้อคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด ยกเว้นสีแดงสีเดียว


บุคคลที่เกิดวันอังคาร
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีดำ หรือสีม่วง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทองเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแดงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีบรอนซ์เงิน สีขาว สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันอังคาร
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีดำและสีม่วง เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีเทาเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์ทอง สีเหลืองอ่อนเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีชมพู สีโอโรส (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเหลืองแก่ สีแสด และสีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีเทา
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีม่วงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์เงิน สีแสด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 และอายุ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงินและสีเหลืองอ่อน
* และช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 ,49 ,58 และ 67ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีม่วง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีแดงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีเขียวเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีดำ สีม่วง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69และอายุย่าง 78 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีแดง
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันศุกร์
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีชมพู และสีโอโรสเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแสด สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเทา สีดำ สีควันบุหรี่ (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันศุกร์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันศุกร์
* อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68 และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีชมพู สีโอโรส
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง และสีแสด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


บุคคลที่เกิดวันเสาร์
สี ที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเทา สีดำ เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีชมพู สีโอโรสเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
* สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเขียวทุกชนิด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันเสาร์
นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันเสาร์
* อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเทา สีดำ เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
* สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 , 68และอายุย่าง 77 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีฟ้า สีน้ำเงิน
* และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
* ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถเลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด

ที่มาจาก 27speed.com
#524
ดูฤกษ์ออกรถและเวลาออกรถใหม่ตามปีที่เกิด รู้ไว้ไม่เสียหลาย แต่อย่าเชื่อจนงมงายนะจ๊ะ

ปีชวด...เวลา 07.00 - 08.59 น. และ 15.00 - 16.59 น.

ปีฉลู...เวลา 09.00 - 10.59 น. และ 17.00 - 18.59 น.

ปีขาล...เวลา 11.00 - 12.59 น.

ปีเถาะ...เวลา 13.00 - 14.59 น.

ปีมะโรง...เวลา 15.00 - 16.59 น. และ 17.00 - 18.59 น.

ปีมะเส็ง...เวลา 17.00 - 18.00 น.

ปีมะเมีย...เวลา 13.00 - 14.59 น.

ปีมะแม...เวลา 11.00 - 12.59 น. และ 05.00 - 16.59 น.

ปีวอก...เวลา 07.00 - 08.59 น.

ปีระกา...เวลา 07.00 - 08.59 น. และ 09.00 - 10.59 น.

ปีจอ...เวลา 11.00 - 12.59 น. และ 05.00 - 06.59 น.

ปีกุล...เวลา 13.00 - 14.59 น. และ 05.00 - 06.59

ฤกษ์ออกรถ ตามวัน (อาทิตย์ - ศุกร์)

ไม่ซื้อรถวันอาทิตย์   ซื้อแล้วจะมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ

ซื้อรถวันจันทร์  ซื้อแล้วมักโชคดีได้ลาภเสมอ

ไม่ซื้อรถวันอังคาร  ซื้อแล้วมีปัญหาเงินทอง หรือ อุบัติเหตุ

ไม่ซื้อรถวันพุธ ซื้อแล้วมีปัญหาเงินทอง

ไม่ซื้อรถวันพฤหัสบดี ซื้อแล้วการงานติดขัด

ซื้อรถวันศุกร์  ซื้อแล้วมักโชคดีได้ลาภ

ไม่ซื้อรถวันเสาร์  ซื้อแล้วมักเจออุบัติเหตุ

ไม่ซื้อรถวันพระ  ซื้อแล้วมักจะเจ็บป่วย


ฤกษ์ออกรถ ตามเวลามงคลในการถอยรถออกจากอู่

•วันอาทิตย์  06:09-08:29 หรือ 13:39-14:59

•วันจันทร์ 09:39-10:00 หรือ 16:39-17:49

•วันอังคาร 11:09-12:59

•วันพุธ 08:59-10:59 หรือ 13:39-14:59

•วันพฤหัสบดี 10:39-11:00

•วันศุกร์ 06:39-08:59 หรือ 13:39-14:59



ฤกษ์ออกรถ ตามวันเกิดของเจ้าของรถ  :  ฤกษ์มงคลทั่วไปแบบกว้าง ๆ ในการตรวจ สอบ ฤกษ์ออกรถ

คนเกิดวันอาทิตย์

•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู
เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

รถสีดำ
เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

รถสีขาว สีครีม
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงเปลือกมังคุด
เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

รถสีเขียว
เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ

รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง
เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันจันทร์

•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

รถสีส้ม สีเหลืองแก่
เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

รถสีดำ
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำเงิน สีทอง
เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีม่วงเปลือกมังคุด
เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

รถสีชมพู
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีฟ้า
เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเขียว
อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

รถสีแดง
สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันอังคาร

•ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
•เลข ทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

รถสีม่วงแก่
เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีดำ
เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีบรอนซ์ สีเทา
เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

รถสีทอง สีแสด
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำตาล
เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

รถสีเขียว
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

รถสีแดง สีชมพู
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีขาว สีเหลืองนวล
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันพุธ  (กลางวัน 06.01-18.00)

•ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8
•ไม่ ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้า จะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ

รถสีน้ำตาล สีทอง
เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีขาว สีเหลืองอ่อน
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีดำ
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีม่วงแก่
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว
เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีชมพู สีแสด
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพุธ  (กลางคืน 18.01-06.00)

•ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4
•ไม่ ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน)เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

รถสีชมพู
เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีดำ
เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์
เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงแก่
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีแดง สีน้ำตาล
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีส้ม สีทอง
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันพฤหัสบดี

•ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

รถสีแดง
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีฟ้า
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีส้ม สีทอง
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันศุกร์

•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

รถสีเขียว
เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีสีแดง สีทอง
เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีแดง สีชมพู
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเหลือง
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีดำ
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีน้ำตาล
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต



คนเกิดวันเสาร์

•ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
•เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6
•ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
•ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

รถสีแดง
เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีชมพู
เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า
เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีทา สีบรอนซ์
เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีทอง สีเหลือง
เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีดำ สีม่วงแก่
เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเขียว สีแสด
เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

ที่มาจาก 27speed.com
#525
GM เตรียมจ้างพนักงานเพิ่ม 2,400 คน ในโรงงานหลายแห่ง หวังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์รถยนต์บางรุ่นที่พุ่งสูงขึ้น



การ จ้างพนักงานเพิ่มของบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ โค หรือจีเอ็ม (GM) บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ จะเป็นการเพิ่มกำลังผลิต โดยจะสามารถผลิตรถยนต์และรถบรรทุกได้มากขึ้นราว 1 ล้านคัน หรือ 40%

ด้าน นายทิม ลี รองประธานฝ่ายผลิตและแรงงานสัมพันธ์ของจีเอ็ม กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ช่วยให้โรงงานหลายแห่งสามรถผลิตรถยนต์ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรับกับอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จีเอ็มยังคงเตรียมที่จะทำการปิดโรงงานหลายแห่ง เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะมีการรวมฐานการผลิตรถบางรุ่น เข้าไว้ด้วยกัน

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งล่าสุดนับตั้งแต่จีเอ็มหลุดพ้นจากการล้ม ละลายเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังได้รับความช่วยเหลือจากทางการสหรัฐเป็นเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และหลังจากที่สะสางหนี้สินหลายพันล้านดอลลาร์ไปได้ด้วยการปลดพนักงาน รวมถึงการขายโรงงานและแบรนด์รถยนต์อื่นๆ ในเครือ

ที่มา สำนักงานข่าว INN
#526
คนไทยสร้างชื่อกระฉ่อนที่ญี่ปุ่นคว้ารางวัลเครื่องบินกระดาษพับ 4 กลุ่ม "น้องหม่อง" คว้าที่ 1 ประเภททีม และที่ 3 บุคคลอายุต่ำกว่า 12 ปี โฟนอินหาครอบครัว บอกดีใจทำชื่อเสียงให้ประเทศ พ่อเตรียมพาไปแก้บน"ครูบาศรีวิชัย-พระธาตุดอยสุเทพ" เผยอยากให้ลูกใช้ชีวิตปกติ เรียบง่าย
รศ.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ นายกสมาคมเครื่องบินกระดาษพับ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าว เมื่อวันที่ 20 กันยายน  ถึงผลการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับประเทศญี่ปุ่น ที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน  ซึ่ง ด.ช.หม่อง ทองดี อายุ 12 ปี หรือน้องหม่อง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านห้วยทราย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ว่า
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ
1.ประเภททีม
2.ประเภทบุคคลรุ่นผู้ใหญ่หญิง
3.ประเภทบุคคลรุ่นผู้ใหญ่ชาย
4.ประเภทบุคคลรุ่นเยาวชนชายอายุไม่เกิน 12 ปี
5.ประเภทบุคคลรุ่นเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี
โดยผลการแข่งขันเป็นที่น่ายินดีที่ประเทศไทยคว้ารางวัลจากผลการแข่งขัน 4 ประเภท ประกอบด้วย
1.ประเภท ทีม ประเทศไทยได้รางวัลที่ 1 ผู้แข่งขันได้แก่ นายประเสริฐ เฉลิมการนนท์ หัวหน้าโครงการสร้างความตระหนัก และแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยกิจกรรมเครื่องบินกระดาษ เอ็มเทค นายสุรินทร์ อินทโชติ และน้องหม่อง ส่วนรางวัลที่ 2 และที่ 3 เป็นของประเทศญี่ปุ่น
รศ.ปริทรรศน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้รางวัลการแข่งขันประเภทบุคคลรุ่นผู้ใหญ่ชาย โดย นายประเสริฐ ได้รับรางวัลที่ 2 และนายสุรินทร์ ได้รางวัลที่ 3
ขณะที่ผลการแข่งขันประเภทบุคคลรุ่นผู้ใหญ่หญิง น.ส.ฝอยฝน ศรีสวัสดิ์ นักวิจัยของเอ็มเทค ได้รางวัลที่ 1
และที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือ การ แข่งขันประเภทบุคคลรุ่นเยาวชนชาย เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยน้องหม่อง ได้รับรางวัลที่ 3 จากการทำให้เครื่องบินกระดาษพับร่อนในอากาศได้นานที่สุด ซึ่งเวลาไม่แตกต่างจากที่ทำได้ในประเทศไทย คือ 12.5 วินาที
"การแข่งขันดังกล่าวถูกจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยเดิมเป็นการแข่งขันเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นเกี่ยวกับเครื่องบินกระดาษพับ ทำให้มีการส่งตัวแทนจากประเทศไทยมาโดยตลอด โดยเอ็มเทค สมาคมเครื่องบินกระดาษพับ และ Japan Origami-Airplane (JOAA) ได้ร่วมมือกันจัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทยอย่างต่อ เนื่องทุกๆ ปี ทั้งนี้ สำหรับตัวแทนประเทศไทยที่ไปแข่งขันครั้งนี้จะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเครื่องบินเจแปน แอร์ไลน์ ในวันที่ 21 กันยายน เวลาประมาณ 15.00 น." รศ.ปริทรรศน์กล่าว
ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับน้องหม่องที่สามารถคว้ารางวัลที่ 3 ประเภทบุคคล และรางวัลที่ 1 ประเภททีมได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถทั้งน้องหม่อง และของคนไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากตัวแทนผู้ไปแข่งขันกลับมายังประเทศไทยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กระทรวงไปต้อนรับผู้แข่งขันทั้งหมด และเชิญมายังกระทรวงในเวลาประมาณ 16.00 น. เพื่อมอบรางวัลให้น้องหม่อง คาดว่าจะเป็นทุนการศึกษา รวมทั้งรางวัลอื่นๆ ให้แก่ผู้แข่งขันรายอื่นด้วย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยได้
ต่อมา น.ส.บุษบา ชูสุข เจ้าหน้าที่พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โทรศัพท์จากเมืองชิบะ เข้ามือถือ นางวินัสรินทร์ มีทรัพย์ ครูโรงเรียนบ้านห้วยทราย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รายงานผลแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับประเภทร่อนนาน อายุไม่เกิน 12 ปี ปรากฏว่า ด.ช.หม่อง คว้ารางวัลอันดับ 3 ทำสถิติได้ 10.53 วินาที ต่ำกว่าสถิติแชมป์ประเทศไทยที่ทำไว้ 12.5 วินาที ส่วนแชมป์รุ่นดังกล่าวเป็นของญี่ปุ่น โดยนายยุ้นและนางมอย ทองดี บิดามารดาและน้องสาววัย 2 ขวบ ด.ช.หม่อง พร้อมครูและเพื่อนนักเรียนร่วมฟังผลด้วย
ด.ช.หม่อง พูดทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ทำ สำเร็จแล้ว ดีใจมากที่คว้าอันดับ 3 ภูมิใจที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศ และไปถึงฝันแล้ว พร้อมสร้างความฝันให้รุ่นน้องได้แล้ว ประสบการณ์ครั้งนี้จะถ่ายทอดให้รุ่นน้องต่อไป จากนั้น ด.ช.หม่อง ถามนายยุ้นว่า ดีใจไหมครับพ่อ ซึ่งนายยุ้นตอบว่า ดีใจมาก ที่ลูกทำฝันเป็นจริง ก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบแก้ม ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของครู และเพื่อนที่ส่งกำลังใจไปแข่งขัน
นายยุ้นกล่าวว่า อยากให้ลูกฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ เพราะเป็นสิ่งที่ชอบและรักมากที่สุด แม้ลูกประสบความสำเร็จ ได้รางวัลกลับมา มีชื่อเสียง แต่อยากให้ลูกใช้ชีวิตปกติ เรียบง่าย ตนยังทำงานก่อสร้างเหมือนเดิม ชีวิตครอบครัวไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้สภาพครอบครัวอาจดีขึ้นบ้างก็ตาม และไม่ได้หวังของขวัญจากลูก เพราะได้ทำชื่อเสียงให้ประเทศแล้ว ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว พร้อมส่งเสริมลูกแข่งขันในระดับที่สูงต่อไป
"ก่อนไปแข่งได้บนครูบาศรีวิชัย และพระธาตุดอยสุเทพ ขอให้ลูกได้ไปแข่งที่ญี่ปุ่นและชนะกลับมา หลังคว้าอันดับ 3 จะไปถวายผลไม้แก้บน และทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา ส่วนตัวอยากไปรับลูกที่กรุงเทพฯ แต่ลูกจะกลับวันที่ 21 กันยายนแล้ว จะรอรับที่สนามบินเชียงใหม่แทน โดยเตรียมไก่ทอด หมูทอดที่ลูกชอบกินไว้ต้อนรับด้วย" นายยุ้นกล่าว
ด้านนายอำนาจ กิตติจริยา ครูวิทยาศาสตร์ช่วงชั้น ป.4-ป.6 โรงเรียนบ้านห้วยทราย กล่าวว่า น้องหม่องทำสถิติต่ำกว่าที่ซ้อมไว้เพราะมีเวลาจำกัด ต้องพับเครื่องบินกระดาษและแข่งขันภายใน 15 นาที ทำให้กดดัน และมีข้อบังคับให้ซ้อมพุ่งแนวราบเท่านั้น ทำให้ดัดแปลงหรือปรับสภาพเครื่องบิน แต่สถิติที่ทำได้ก็ถือว่าน่าพอใจ เพราะแข่งครั้งแรกระดับชาติ ซึ่งประสบการณ์ของ ด.ช.หม่องสามารถถ่ายทอดให้รุ่นน้องเพื่อเตรียมแข่งขันในปีต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบผลแข่งขัน นายยุ้น นางมอย พร้อมน้องสาวและเพื่อนนักเรียน 2 คน ได้นำขนมเค้กมาเลี้ยงฉลองภายในบ้านเช่าย่านวัดช่างทอง ซึ่งนายยุ้นได้หอมแก้มนางมอยเพื่อแสดงความยินดีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 21 กันยายน เวลา 15.00 น. น้องหม่อง และตัวแทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย พร้อมทั้งจะมีการแถลงข่าวที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่น้องหม่องจะเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก  มติชนออนไลน์
#527
เอามาจากเว็บไซต์ไทยแลนด์ สู้สู้ คิดว่าเป็นประโยชน์ ลองอ่านกันดูนะ
v
v
[01]
คนไทยรู้จักตัวตนของเราเองต่ำมาก

กล่าว คือ รู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมสูงมาก

ของเราจะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่จะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา จนทำให้เกิดวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทุกระดับชั้น จนมีคำพูดว่า ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อจะตักตวงเพราะความไม่รู้จักตัวตน ไม่รู้จักประเทศของตัวเองเช่นนี้แล้ว ทำให้ประเทศชาติของเราล้าหลังไปเรื่อย ๆ

[02]
การศึกษาของไทยยังไม่ทันสมัย

สอนให้คนเห็นแก่ตัวมากกว่า ขาดจิตสำนึกต่อสังคม แม้แต่ภาษาคนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้เราขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ประเทศอื่น ๆ รู้จักคนไทยน้อยมาก เพราะคนไทยไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น เพราะคุณภาพการศึกษาของเราไม่ทันสมัย จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

[03]
คนไทยมองอนาคตไม่เป็น

เท่าที่สังเกตเห็นว่าคนไทยกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต แบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ น้อยนักที่จะวางแผนให้ตัวเองอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในอนาคต สะสมความสำเร็จไปอย่างเป็นลำดับ หรือเป็นเพราะไม่กล้าฝัน หรือไม่มีความฝันก็ไม่แน่ใจ และชอบพึ่งสิ่งงมงาย โชคชะตา พอใจทำงานแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ ทำให้ประสิทธิภาพของเราไม่ทันกับการแข่งขันระดับโลก

[04]
คนไทยไม่ค่อยจะจริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่

การรับปากของเรามักทำแบบผักชีโรยหน้า หรือเกรงใจ แต่ทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากประสบการณ์ทำธุรกิจกับชาวต่างชาติจะพบว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป คนเขาจะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตในการเชื่อถือด้านนี้ลงไปเรื่อย ๆ

[05]
การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่

ประเทศของเรากระจุกตัวความเจริญเฉพาะในเมืองใหญ่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกล จะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชน ในต่างประเทศ การสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ห่างไกล แต่มีองค์ประกอบอื่น ๆ สนับสนุนเขาก็ลงทุน การสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม

[06]
การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็งและดำเนินอย่างไม่ต่อเนื่อง

สังคมไทยชอบทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง อาจได้ยินกรณีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารก็ตาม จะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง

[07]
สังคมไทยชอบอิจฉาตาร้อน ไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ และชอบเลี่ยงเป็นศรีธนญชัย เมื่อจนตรอก ในวงการเราจะพบกระแสของคนประเภทนี้ปะปนมากขึ้น

จะเพราะเป็นเพราะสังคมเรายอมรับ หรือยกย่องคนที่มีอำนาจ มีเงิน แต่ไม่มีใครรู้ภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอดหน้าตาเฉย คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายเสียอีก เพราะทำความเสียหายต่อบ้านเมืองมากกว่า และจะเป็นประเภทดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าจะเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว

[08]
เอ็นจีโอบ้านเราค้านลูกเดียว

ทำให้เราเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะเอ็นจีโอบางกลุ่มที่อิงผลประโยชน์อยู่ ถ้าจะพูดกันแบบมีเหตุผล ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เอ็นจีโอดี ๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย กรณีน้ำท่วมเพราะไม่มีเขื่อนรองรับเพียงพอ พอเกิดน้ำท่วม พวกที่ค้านจะแสดงความรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน

[09]
คนไทยอาจจะไม่พร้อมในเวทีโลก

เพราะไม่ถนัดภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง
ทำให้โลกภายนอกไม่รู้จักคนไทยเท่าที่ควร และการจัดการตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลก ของเราขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดี ทำให้เราสู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้

[10]
คนไทยเลี้ยงลูกไม่เป็น

ปัจจุบันเด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

คุณวิกรมแสดงความเห็นว่า การอบรมเยาวชนมาจาก 3 ทาง
-หนึ่งภายในครอบครัว
- สองจากโรงเรียน
- และสามจากสังคม หรือสื่อสารมวลชน

ในส่วนนี้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพราะถ้าหากสื่อมวลชนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง หรือเพื่ออำนาจต่อรองเท่านั้น และสังคมปราศจากสื่อที่จะทำหน้าที่นำเสนอสาระที่เป็นความจริง โดยไม่มอมเมาบิดเบือนแล้ว เมื่อนั้นสังคมจะวิบัติมากยิ่ง ๆขึ้นอีกต่อไป
#528
อย่าลืม  ต้องใช้ปากกากหมึกดำเท่านั้น...จึงจะปลอดภัยที่สุด
วิธีเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง...รู้ไว้ไม่เป็นหนี้
ตัวอย่าง /
บางคนอาจใช้ขีดเส้นขนาน แล้วเขียนข้อความ / เซ็นรับรอง
วันนี้เอาวิธีเซ็นชื่อรับรองสำเนาที่ถูกต้อง มาแบ่งปันให้คุณรู้ไว้จะได้ไม่เป็นหนี้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ประมาทไม่ได้เลยล่ะ เพราะหากเซ็นไม่ถูกวิธีแม้เพียงนิดเดียว คุณอาจตกเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีที่นำเอาเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารสำคัญอื่นๆ จากการเซ็นรับรองของเราไปทำประโยชน์ส่วนตน แต่สร้างหนี้ที่ไม่ได้ก่อให้กับเรา ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า...ทุกครั้งหากต้องเซ็นเอกสารรับรองสำเนาอย่าลืม ...จำ...และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะคะ...


1) ทุกครั้งหลังจากเซ็นชื่อ และเขียนรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ต้องเขียนรายละเอียดกำกับไว้ด้วยว่า..เอกสารฉบับนั้นใช้สำหรับทำอะไร เช่น "ใช้เฉพาะสมัครงานเท่านั้น"
2) นอกจากกำกับรายละเอียดการใช้แล้ว ยังต้องกำกับ วัน/เดือน/ปี เขียนลงบนสำเนาที่ใช้ด้วยนะค่ะ ซึ่งนั่นจะช่วยกำหนดอายุการใช้งานสำเนาของเราได้
3) ต้องเขียนข้อความทั้งหมดทับลงบนสำเนาส่วนที่เป็นบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่สำคัญ
ทั้งสามข้อคือวิธีเซ็นที่ถูกต้องในการรับรองสำเนาอย่างรัดกุม ไม่เปิดช่องทาง ให้กับมิจฉาชีพ เอาไปสร้างหนี้ให้กับเรา ต่อไปนี้ต้องระวัง เพราะคุณอาจเป็นรายต่อไป ที่จู่ๆก็มี หนี้ตามมาเคาะประตูถึงบ้าน รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมทำตามล่ะ
4) ในกรณี ที่เซ็นเอกสาร ต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น ถึงจะปลอดภัยที่สุด เพราะเครื่องถ่ายเอกสาร บางเครื่อง สามารถถ่ายเอกสารโดยดึงหมึกสีน้ำเงินออก เหลือใช้เฉพาะข้อความของบัตรประชาชน แล้วทำให้มิจฉาชีพ เซ็นเอกสารบัตรประชาชนนั้น แทนเราได้เลย ****เพราะฉะนั้นเราควรเซ็นด้วยปากกาสีดำเท่านั้น เพราะไม่สามารถดึงหมึกสีดำออกได้ หรือถ้าดึงสีดำออกได้ข้อความก็จะหายไปหมดเลยทั้งหน้าบัตรประชาชนค่ะ


ที่มาจาก fwd mail
#529
ห้องพูดคุย / มาทดสอบสมองคุณ กัน เอ๊าเริ่ม
19 กันยายน 2009, 01:41:30 ก่อนเที่ยง
มาทดสอบสมองของคุณกันหน่อย
แล้วคุณจะรู้ว่า มันไม่หมูอย่างที่คิด



ลองนับข้อความด้านล่างต่อไปนี้ว่ามีอักษร F อยู่กี่ตัว
นับหนเดียวนะครับ ตั้งใจให้ดี...

FINISHED  FILES ARE THE RE
SULT OF YEARS OF SCIENTI
FIC STUDY  COMBINED WITH
THE EXPERIENCE OF YEARS...


คุณนับได้เท่าไหร่ครับ ?






ถ้าคุณนับแล้วไม่ได้ 6 ตัว คุณผิดครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ผมให้โอกาสคุณกลับไปนับใหม่นะครับ เอ้าลองดู...











เหตุผลที่คุณนับไม่ได้ 6 เพราะ สมองของคุณไม่สามารถรับคำว่า OF หลาย ๆ ตัวในเวลาเดียวกันได้



แต่หากคุณนับได้ 6 ตัว ตั้งแต่ครั้งแรก คุณค่อนข้างมีสมองที่ดีเลิศดั่งอัจฉริยะเลยทีเดียว



หากคุณนับได้ 5 ตัว ถือว่าสมองของคุณปราดเปรื่อง
หากคุณนับได้ 4 ตัว ถือว่าค่อนข้างดีครับ
แต่หากนับได้ 3 ตัว อย่าเสียใจ เพราะถือว่าสมองอยู่ในขั้นธรรมดา
แต่หากนับได้ 1 หรือ 2 ตัว ผมว่านอกจากต้องเช็คสมองแล้ว ยังต้องเช็คสายตาด้วยนะครับ

ส่งเรื่องนี้ไปให้เพื่อนลองทดสอบดู
แล้วเพื่อนคุณจะรู้สึก แปลก กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา.

ที่มาจาก fwd mail
#530
ห้องพูดคุย / เมื่อมุมและจังหวะมาบรรจบกัน..
18 กันยายน 2009, 06:14:16 ก่อนเที่ยง




































ที่มาจาก fwd mail
#532
งวดที่แล้ว แทบเฉียด

ออก 32 แต่ไปซื้อ 64

ผ่านนนทบุรีกับสนามหลวงเหมือนกัน เหอๆ ^^' (นั่นสายรถเมล์แล้ววววว!!)
#533
สถิติการออก รางวัลเลขท้าย รางวัลที่ 1 ( เลขท้ายสองตัวบน ) เป็นประจำ




































































































หมายเลขรางวัลที่ออก
จำนวนครั้งที่ออก
11
11
54
10
22
8
67
8
84
7
77
7
33
7
13
6
51
6
47
6
44
6
56
6
88
5
72
5
62
5
14
5
70
5
16
5
15
5
64
5
91
5
98
5
07
5
94
5
82
5
97
5
65
4
25
4
66
4
10
4
40
4
81
4
35
4
61
4
96
4
71
4
83
4
37
4
93
4
50
4
52
4
76
4
28
3
00
3
59
3
92
3
48
3
75
3
58
3
34
3
30
3
01
3
73
3
12
3
42
3
43
3
95
3
03
3
74
3
45
3
26
3
05
3
08
3
53
3
90
3
60
3
46
3
78
3
55
3
57
2
18
2
85
2
41
2
24
2
06
2
39
2
27
2
79
2
87
2
68
2
36
2
19
2
69
2
29
2
80
2
86
2
02
2
31
2
38
2
89
1
32
1
04
1
21
1
09
1
63
1
23
1
20
1
49
1

สถิติการออก เลขสองตัวล่าง  ออกรางวัล เป็นประจำ



































































































หมายเลขรางวัลที่ออก
จำนวนครั้งที่ออก
69
9
91
8
67
7
92
6
17
6
65
6
76
6
64
6
63
6
66
6
29
6
50
5
57
5
48
5
98
5
26
5
71
5
45
5
36
5
52
5
03
5
55
5
93
5
96
5
56
5
61
5
59
5
13
5
24
5
85
5
25
5
41
4
21
4
95
4
49
4
72
4
87
4
99
4
88
4
11
4
80
4
75
4
81
4
19
4
43
4
51
4
05
4
10
4
86
4
20
4
74
4
94
4
12
3
35
3
62
3
33
3
77
3
30
3
82
3
28
3
14
3
34
3
79
3
07
3
18
3
44
3
58
3
47
3
68
3
40
2
04
2
00
2
53
2
16
2
06
2
08
2
27
2
90
2
31
2
54
2
39
2
02
2
97
2
15
2
22
2
37
2
84
1
78
1
38
1
70
1
23
1
46
1
73
1
09
1
32
1
83
1
42
1

** หมายเหตุ ** : ข้อมูล สถิตินับ ตั้งแต่ งวดวันที่ 16 มกราคม 2538 ถึง 1 กันยายน 2552

ข้อมูลจาก narak.com
#534
          ฟอร์ด มอเตอร์, โตโยต้า มอเตอร์ และฮอนด้า มอเตอร์ นำขบวนยอดขายรถในสหรัฐปรับตัวขึ้นเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากโครงการรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ของรัฐบาลสหรัฐได้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ ประชาชนซื้อรถ

         ออโต้ดาต้า คอร์ป บริษัทวิจัยของสหรัฐเผยว่า ยอดขายรถใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.0% แตะ 1,261,977 ในเดือนที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 10 เดือน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ส.ค. 2551 ที่ยอดขายสูงกว่า 1 ล้านคัน
         โดยผู้ผลิตรถชั้นนำ 3 รายของสหรัฐและญี่ปุ่นมียอดขายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน นำโดยฟอร์ด มอเตอร์ ที่มียอดขายโตขึ้นถึง 17.0% แตะ 176,000 คัน หลังจากที่ยอดขายขยับขึ้น 1.6% ในเดือนก.ค. นับเป็นรายแรกในบรรดาผู้ผลิตรถรายใหญ่ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นในปีนี้
         ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.4% แตะ 225,088 คัน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว ส่วนยอดขายของฮอนด้า มอเตอร์ ไต่ขึ้น 9.9% มาอยู่ที่ 161,439 คัน
         อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม), ไครสเลอร์ กรุ๊ป และนิสสัน มอเตอร์ ยังคงลดลง 20%, 15% และ 2.9% ตามลำดับ
         สำหรับปัจจัยหลักที่กระตุ้นยอดขายรถยนต์ในสหรัฐคือ การเปิดตัวโครงการรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ของรัฐบาลสหรัฐ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยสมทบเงินจำนวน 3,500 - 4,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับผู้ที่นำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น การให้เงินอุดหนุนนี้มีเป้าหมายเพื่อพยุงตลาดรถยนต์ที่ซบเซาของสหรัฐ และกระตุ้นให้ค่ายรถผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน
         อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังหวั่นเกรงว่า ยอดขายรถใหม่ในสหรัฐอาจสะดุดลงอีกครั้งในเดือนกันยายน หลังจากที่โครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดระยะเวลาลงในช่วงปลายเดือนส.ค.ที่ผ่าน มา เนื่องจากโครงการได้รับการตอบรับอย่างดีมากจนทำให้งบประมาณที่เตรียมไหว้หมด ลงอย่างรวดเร็ว

ที่มาจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
#535


สตูล – ชาวไทยเชื้อสายจีนในในสตูล แห่จองเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ กันคึกคัก และราคาสินค้าในปีนี้ไม่ปรุบตัวเพิมมาขึ้น และบางส่วนเพื่อนำเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษลงเกาะลังกาวี
     
      วันนี้ (2 ก.ย.) นายวรรณพงษ์ แซ่ลิ่ม เจ้าของร้าน “ของไหว้เจ๊แดง” ในตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล บอกว่า ปีนี้มีชาวไทยเชื้อสายจีนเข้ามาสั่งจองหมู เป็ด และไก่ เพื่อไปทำเครื่องเซ่นไหว้ในวันสารทจีน กันล่วงหน้า ซึ่งลูกค้าบางรายสั่งจองคนละ 4-5 ตัวเพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ทำให้ยอดขายปีนี้คึกคักแต่ไม่มากเพราะเศรษฐกิจปีนี้ยังไม่ดี
     
      ขณะที่ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู ยังเป็นที่นิยมในการซื้อหาไปเซ่นไหว้เพราะราคาไม่สูงมากนัก ซึ่งปีนี้ยังคงราคาเดิมที่ชิ้นละ 20 บาท ทำให้ตลาดที่เคยเงียบเหงากับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนราคาผลไม้ในปีนี้ แก้วมังกร ส้มโอ สาลี่ แอปเปิ้ล ราคายังคงปกติและมีลูกค้าบางคนหาซื้อผลไม้ในพื้นที่ที่ราคาถูกอย่างลองกอง มาร่วมโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ด้วยเช่นกัน
     
      ซึ่ง พ่อค้าแม่ค้า หลายรายบอกว่า โดยปกติชาวไทยเชื้อสายจีนจะมาจับจ่ายคึกคักอีกครั้งในเช้ามืดวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันไหว้ เพราะจะได้ของใหม่สด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    2 กันยายน 2552 13:05 น.
#536
ห้องพูดคุย / ยอดมนุษย์ทรงพลัง
02 กันยายน 2009, 01:17:19 หลังเที่ยง


      นาย หลิว เจินอี้ว์ วัย 19 ปี โชว์พละกำลังเหนือมนุษย์ทั่วไป โดยนอนให้รถบรรทุกน้ำหนักถึง 16 ตัน เคลื่อนไปมาบนหน้าอก ในมณฑลจี๋หลิน วันที่ 29 ส.ค. สำหรับนายหลิน ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความมุ่งมั่นจะสร้างเกียรติประวัติแห่งชีวิต ได้รับการบันทึกความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ในกินเนสบุ๊ค-เอเอฟพี



ข่าวจากเว็บผู้จัดการ
#537
ห้องพูดคุย / อ่านเรื่องนี้แล้วชอบ โดนจัง
01 กันยายน 2009, 10:34:35 หลังเที่ยง
สุภาพสตรีในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเรียบๆ กับสามีของเธอในชุดสูทเนื้อผ้าธรรมดาๆ


ก้าวลงจากรถไฟในชานชาลาสถานีเมืองบอสตัน

ทั้งคู่ยืนรออย่างสงบอยู่หน้าสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
เลขานุการสาวดูออกในแว่บเดียวว่าสามีภรรยาซอมซ่อคู่นี้มาจากบ้านนอก
และไม่น่าจะมีธุระอะไรในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแห่งนี้

หล่อนขมวดคิ้ว
"เราต้องการพบท่านอธิการบดี" สามีกล่าวนุ่มนวล

"ท่านติดนัดตลอดทั้งวัน" เลขาฯ สะบัดเสียงเล็กน้อย

"งั้นเราจะรอ" ภรรยาตอบ

เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่เลขานุการทำเป็นไม่สนใจ
โดยประมาณว่าทั้งคู่คงทนไม่ได้ และกลับไปเอง


...แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่...
เลขาฯ สาวเริ่มไม่แน่ใจจึงเข้าไปเรียนท่านอธิการบดี

"พวกเขาคงแค่อยากพบท่านครู่เดียว แล้วก็จะกลับ" หล่อนอธิบาย
ท่านอธิการบดีถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายแล้วก็พยักหน้าแบบเสียไม่ได้
ความจริงแล้วคนสำคัญระดับท่านอธิการบดีจะมีเวลาพบคนระดับนี้ได้อย่างไร?
... แต่ก็เถอะนะ ท่านคิด ...
ดีกว่าปล่อยให้คู่สามีภรรยาบ้านนอกป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ให้ใครต่อใครมาเห็น

ท่านเชิดหน้าอย่างทรงเกียรติใส่ทั้งคู่

ภรรยากล่าวขึ้น *"ลูกชายของเราเคยเรียนในฮาร์วาร์ด 1 ปี เขารักฮาร์วาร์ดมาก
และเขาก็มีความสุขที่นี่อย่างยิ่ง แต่เมื่อปีที่แล้ว เขาได้ประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิต
สามี กับดิฉันจึงอยากทำอะไรสักอย่างไว้เป็นที่ระลึกถึงเขาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้


ท่านอธิการไม่รู้สึกร่วมกับคำพูดเหล่านั้นแต่อย่างใด
"คุณผู้หญิง เราไม่สามารถสร้างรูปปั้นให้กับทุกคนที่เคยเรียนฮาร์วาร์ดแล้วตายไปหรอกนะ
ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ที่นี่คงดูไม่ต่างไปจากสุสานแน่"

"โอ...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ท่านอธิการบดี" ภรรยารีบอธิบาย
เราไม่ได้ต้องการจะสร้างรูปปั้น แต่เราคิดว่าเราจะสร้างตึกให้ฮาร์วาร์ดต่างหาก"


ท่านอธิการกรอกตาไปมา เขามองไปที่ชุดผ้าฝ้าย กับสูทบ้านนอก

"สร้างตึก! พวกคุณรู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไรในการสร้างตึกสักหลังหนึ่ง
คุณรู้ไหม?...เราใช้เงินไปมากกว่า 7.5 ล้านดอลลาร์ในตอนเริ่มก่อตั้งฮาร์วาร์ดนี่"

ภรรยาเงียบ ไปครู่ใหญ่

ท่านอธิการบดีรู้สึกโล่งอก ในที่สุดสามีภรรยาคู่นี้ก็จะต้องถูกกำจัดให้ไปเสียที

แล้วภรรยาก็หันมาพูดกับสามีเบาๆว่า
"ในการสร้างมหาวิทยาลัย ใช้เงินแค่นี้เองน่ะหรือ?
แล้วทำไมเราไม่สร้างมหาวิทยาลัยของเราเองสักแห่งหนึ่งล่ะ?"

สามีผงกศีรษะ
สีหน้าท่านอธิการเต็มไปด้วยความงงงวยสุดขีด!
จากนั้น...นาย และนาง ลีแลนด์ สแตนฟอร์ด ก็เดินทางไปยัง พาโลอัลโต
ในแคลิฟอร์เนีย ที่ๆ ต่อมา...พวกเขาได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยภายใต้นามสกุลของครอบครัว
เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ลูกชายที่ฮาร์วาร์ดไม่เคยเห็นคุณ     นี่คือ...ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย Stanford *ในสหรัฐฯ
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังคู่แข่งของมหาวิทยาลัย Harvard *
จะเห็นได้ว่า...มันสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของคนที่ชอบตัดสินคนอื่นเพียงแค่  **เปลือกนอก**



เครดิต :  คุณ crown71 เว็บ http://www.bangkokclassiccar.com ครับ
#538
ผลการออกรางวัล
งวดวันที่ 1 กันยายน 2552
รางวัลที่ 1
015865
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
435   446   447   924 
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
32
#539
ป้ายรถเมล์ในดูไบ รู้สึกจะเห็นในรายการของไตรภพแว๊บๆ
#540
ไม่ได้มีแค่รถมือสอง เพราะล่าสุดค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่างจีเอ็ม (General Motors) และยักษ์ใหญ่โลกออนไลน์อย่างอีเบย์ (eBay) เปิดทางให้ดีลเลอร์ของจีเอ็มหลายร้อยแห่งในแคลิฟอร์เนียสามารถจำหน่ายรถยนต์ และรถบรรทุกมือหนึ่งได้บนมาร์เก็ตเพลส หรือตลาดแลกเปลี่ยนออนไลน์ได้เลย
       
       งานนี้แม้จะไม่มีการเปิดเผยส่วนแบ่งรายได้ระหว่างอีเบย์และจีเอ็ม แต่เชื่อว่าวินกันทั้งสองฝ่าย ค่าคอมมิชชั่นจากราคารถยนต์ที่มีมูลค่าสูงกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปจะ สามารถทำเงินให้อีเบย์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่จีเอ็มจะมีช่องทางในหารจำหน่ายสินค้าของตัวเองเพิ่มขึ้น
       
       รายงาน จากเอพีระบุว่า โครงการนำร่องขายรถมือหนึ่งออนไลน์นี้จะประกอบด้วยดีลเลอร์จีเอ็มในแคลิ ฟอร์เนียราว 225 บริษัท จะเริ่มวางจำหน่ายรถในเครือจีเอ็มเช่น Buick, Chevrolet, GMC และ Pontiac ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม บนเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อผสมกันระหว่างสองบริษัทคือ eBay Motors เริ่มทดลองจำหน่ายถึงวันที่ 8 กันยายนนี้
       
       ผู้บริโภคจะสามารถเสิร์ชชื่อรุ่นรถยนต์ปี 2008-2009 ได้จากทั้งเว็บไซต์ eBay Motors และเว็บไซต์หลักของอีเบย์ บนแอดเดรส gm.ebay.com หรือ chevy.ebay.com สามารถตั้งคำถามดีลเลอร์และทำไฟแนนซ์จัดการจ่ายเงินได้ผ่านเว็บไซต์ ที่สำคัญ บนอีเบย์มอเตอร์สจะมีเครื่องมือบนเว็บที่ผู้บริโภคสามารถนำรถเก่ามาเทรดอิน หรือมาขายคืนบนอีเบย์เพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องใหม่ได้ โดยสามารถสั่งซื้อรถใหม่ได้ทั้งแบบประมูลและแบบกำหนดราคา ตามสไตล์ของอีเบย์
       
       รอง ประธานโครงการ EBay Motors นาม Rob Chesney ระบุว่าทั้งอีเบย์และจีเอ็มเลือกแคลิฟอร์เนียเนื่องจากเป็นเมืองที่ลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้อีเบย์ที่อาศัยนอกเขตแคลิฟอร์เนียสามารถติดต่อกับดีลเลอร์ได้เป็น รายกรณีไป ตามแต่ว่าดีลเลอร์ตกลงจะจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้นอกพื้นที่หรือไม่
       
       การทดสอบโครงการจำหน่ายรถมือหนึ่งออนไลน์นี้เกิดขึ้นหลังจากจีเอ็ม สามารถพ้นจากสภาพล้มละลายได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นมิติใหม่ในการเพิ่มช่องทางการติดต่อกับกลุ่มลูกค้าที่น่าจับตา ขณะเดียวกัน โครงการที่เกิดขึ้นถือเป็นหลักไมล์สำคัญของอีเบย์ในการเพิ่มตลาดและมูลค่าใน การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งโฆษกจีเอ็มนาม John McDonald เชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ทั้งสองบริษัทได้กำไรทั้งคู่
       
       Company Related Links :
       eBay Motors

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    11 สิงหาคม 2552 15:51 น.