• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Danny

#571
            สแกนเนีย ไม่หวั่นเศรษฐกิจดิ่ง ประกาศขอโต 10-15% สยายปีกเจาะกลุ่มรถใช้งานในเหมืองและรถขนส่งวัตถุอันตราย พร้อมเน้นงานบริการมัดใจลูกค้า ล่าสุดทุ่ม 240 ล้านบาท ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่และศูนย์บริการครบวงจร เผยอนาคตไทยสดใสเป็นเส้นทางการค้าสู่ประเทศจีนตอนใต้

            คุณวิชัย จิราธิยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกหัวลากและรถบัสขนาดใหญ่ยี่ห้อ "สแกนเนีย" (SCANIA)
เปิดเผยว่า ปี 2552 ถือเป็นปีที่ท้าทายของสแกนเนียในประเทศไทย แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก แต่สแกนเนียยังตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง หลังจากปีที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 5% หรือมียอดขายรวมทั้งหมดกว่า 260 คัน

             ปีนี้สแกนเนียตั้งเป้าการขายไว้ที่ประมาณ 300 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 10-15% โดยแบ่งเป็นรถหัวลากและรถบรรทุก 180 คัน และรถบัส 120 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อย่างรถบรรทุกและหัวลากที่ใช้งานในเหมือง หรือรถขนส่งวัตถุอันตราย ที่ต้องการรถที่สมรรถนะและประสิทธิภาพสูง กลุ่มนี้เราจึงตั้งเป้าไว้ถึง 180 คัน จากปีที่ผ่านมาทำได้ 135 คัน ขณะที่รถบัสขนาดใหญ่คงได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ทำให้ลดเป้าหมายลงเหลือ 120 คัน จากปีที่แล้วทำได้ 135 คัน     

            นอกจากการเปิดตลาดใหม่ๆ แล้ว สแกนเนียยังคงให้ความสำคัญกับการบริการ และเพิ่มความพร้อมด้านการจัดหาอะไหล่ โดยจัดโปรแกรมด้าน R&M และ M-Content ที่เหมาะสมกับสำหรับลูกค้าในแต่ละราย และได้เพิ่มบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมทั้งได้พัฒนาศูนย์บริการมาตรฐานถึง 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ หาดใหญ่ สุราษฏร์ธานี สระบุรี ชลบุรี และกำแพงเพชร     

            ล่าสุดสแกนได้ตั้งและเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ รวมมูลค่าลงทุน 240 ล้านบาท ซึ่งเป็นสำนักงานที่งานงานขายรถทุกประเภทของสแกนเนีย อะไหล่ และศูนย์บริการซ่อมและบำรุงรักษารถครบวงจร พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น เครื่องทดสอบระบบเบรกรองรับได้ทุกยี่ห้อ เครื่องช่วยในการปรับตั้งศูนย์ล้อ และเครื่องมือพิเศษเฉพาะของสแกนเนีย โดยตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.19 มีพื้นที่มากถึง 16 ไร่ และจะมีการลงทุนคอนเทนเนอร์บริการหลังการขายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค มูลค่าลงทุนประมาณ 1 ล้านบาทต่อแห่ง และคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้จะเปิดแห่งแรกได้ที่ภาคเหนือ   

            คุณปีเตอร์ โจบลอม กรรมการผู้จัดการ สแกนเนียภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นจุดที่เหมาะสมของการขนส่งทางการค้า โดยจะเป็นทางผ่านสู่ตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเส้นทางเชื่อมระหว่างไทยกับจีนตอนใต้ หรือสาย R3A จาก อำเภอเชียงของในประเทศไทย ผ่านประเทศลาว และเข้าสู่ประเทศจีนทางตอนใต้ได้เกือบเสร็จแล้ว อนาคตไทยจึงเป็นจุดผ่านสำคัญของการขนส่งทางการค้าที่สำคัญในภูมิภาคนี้ และจากประสบการณ์ของสแกนเนียในยุโรป การขนส่งระยะทางยาวๆ เช่นนี้ รถสมรรถนะสูงเช่นสแกนเนีย จะตอบสนองได้ดีที่สุด ทำให้สแกนเนียตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย

            คุณฮาคาน อีริคสัน กรรมการผู้จัดการ Scania Real Estate ประเทศ สวีเดน เปิดเผยว่า แม้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่จะไม่ส่งผลต่อการลงทุนของสแกนเนีย ซึ่งนอกจากการลงทุนศูนย์บริการครบวงจรในไทยล่าสุด สแกนเนียยังมีโครงการลงทุนทั่วโลกอีก 89 โครงการ และจะสังเกตเห็นว่าที่ผ่านมาสแกนเนียจะลงทุนในช่วงที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมที่จะเตรียมความพร้อม สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งถึงตรงนั้นทุกฝ่ายจะมุ่งในการขยายตลาดได้อย่างเต็มที่

ที่มา : นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 120 ปักษ์หลัง กุมภาพันธ์ 2552
#572
ข่าวและสาระน่ารู้ในวงการ / ทางออกวิกฤติขนส่ง
27 กุมภาพันธ์ 2009, 01:43:16 ก่อนเที่ยง
            ผลของวิกฤติทรุดเริ่มส่งผลอย่างชัดเจน การส่งออกลดลงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ขนส่งในประเทศตกลงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อภาวาการณ์ขนส่งแทบไม่มีงานทำ นั่นก็แสดงว่าเศรษฐกิจโดยรวมแย่ไปด้วย นานาทัศนะของผู้แทนจำหน่ายรถใหญ่และกลุ่มขนส่งได้รวมตัวกันเพื่อเสนอแนวทาง ให้รัฐบาลเปิดช่องทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของประเทศ

รัฐบาลแก้เป็นระบบ

            คุณประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยกับ Bus&Truck ว่า ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลการคมนาคม และขนส่ง ทางบก ได้มีแนวทางการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งทั่วประเทศ โดยแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวของรมช. เอง  โดย การช่วยเหลือ ขั้นต้น ให้ผู้ประกอบการเข้ามาแจ้งให้ทราบถึงปัญหา ถ้าหากปัญหาใดที่อยู่ภายใต้อำนาจของตน และสามารถสั่งการได้ทันทีจะทำให้ทันที แต่หากเป็นปัญหาที่ ต้องให้หลายฝ่าย แก้ ก็ต้อง นำปัญหาดังกล่าว ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน แต่ถ้าปัญหา ที่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ จะนำปัญหาดังกล่าว ไปหารือกับท่านรัฐมนตรีฯ เพื่อที่จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

            นอกจากนี้ยังมีแนวนโยบายในการช่วยเหลือผู้ว่างงาน โดยกรมการขนส่งทางบก กำหนดให้จัดโครงการ "สร้างนักขับรถมืออาชีพ" เพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงานให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สร้างอาชีพใหม่ที่มั่นคง และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างผู้ขับรถที่มี คุณภาพออกสู่ท้องถนน ช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารของประเทศลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งกรมการขนส่งทางบก จัดเตรียมความพร้อมในเรื่องสถานที่ อุปกรณ์การเรียนการสอน รวมทั้งครูผู้ฝึกสอนไว้ให้สมบูรณ์เพื่อเปิดสอนขับรถและพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถ ยนต์ 

ร่นงบประมาณมาปี 52

            คุณพิชิต ราชวงษ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แผนกรถบรรทุกและรถโดยสาร เปิดเผยว่า แนวทางที่ดีสุดของรัฐบาลในการกู้เศรษฐกิจโดยด่วนก็คือต้องรื้อแผนงบประมาณ ประจำปีใหม่ จากแผนการที่จะซื้อรถบรรทุกเพื่อใช้ในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในปี 2553 ให้มาเป็นปี 2552 แทน เพราะจะเป็นการกระจายรายได้อย่างเห็นผลทันตา

            ประการ ที่ 2 คือ การกระจายรายได้ให้แก่รากหญ้าอย่างได้ผล เพราะเมื่อมีความเชื่อมั่นแล้ว การจับจ่ายซื้อสิ่งของอุปโภคและบริโภคก็จะตามมา ความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ การหมุนเวียนของธุรกิจโดยรวมก็จะตามมา และประการสุดท้ายคือทำให้การเมืองนิ่ง เพราะสภาวะปัจจุบันนี้ ทุกฝ่ายต่างต้องร่วมมือกันนำพาประเทศชาติให้อยู่รอด หากมัวแต่ทะเลาะกันนั่นก็แสดงให้เห็นว่า นักการเมืองไม่ได้รักประเทศเลยแล้วมาเป็นด้วยสาเหตุใด

ฮีโน่ให้แก้กฎหมายใหม่

            คุณอำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิด เผยว่า การแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัวก็ถือเป็นการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจได้ อย่างหนึ่ง นั่นคือการให้รัฐบาลพิจารณาการห้ามรถบรรทุกขนาด 2-3 ตัน จำกัดเวลาวิ่งในตัวเมืองใหญ่ ในขณะที่รถปิกอัพวิ่งได้ตลอดเวลาไม่มีการปิดกั้น

            โดย รถปิกอัพสามารถบรรทุกได้เพียง 1 ตัน ส่วนรถบรรทุกขนาด 2-3 ตันสามารถบรรทุกได้มากกว่าอีกเท่าตัว เมื่อนำน้ำหนักสินค้ามาบรรทุกเพียงคันเดียวจาก 2 คัน เห็นได้ว่าประหยัดมากกว่ากันแค่ไหน

ฟูโซ่ ให้เน้นรากหญ้าเป็นหลัก

            คุณธานี จูฑะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ ฟูโซ่ทรัค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นผู้แทนขายรถใหญ่ ย่อมมองเห็นว่าการกระจายรายได้สู่รากหญ้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสุด เพราะเมื่อมีแรงเข้มแข็งขึ้นมา ก็จะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดีตามไปด้วย ซึ่งนั่นก็จะทำให้ยอดขายรถใหญ่เกิดตาม

            "อย่าง ที่ได้ยินกระแสข่าวมาว่าจะมีการก่อสร้างรถไฟลอยฟ้าปลายปีนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะอย่างน้อยอิฐ หิน ปูน และทรายต้องขายได้ รวมทั้งต้องมีรถใหญ่เป็นสื่อกลางขนจากต้นทางสู่ปลายทาง เศรษฐกิจโดยรวมก็จะต้องดีตามไปด้วย

รัฐต้องคงเอ็นจีวี

            คุณยู เจียรยืนยงพงษ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การขอให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทางบกมีด้วยกันอยู่ 3 อย่าง คือ การคงราคาจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวีที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ  เพราะหากปรับเมื่อใดรับรองว่า ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเดือดร้อนแน่ ประการที่สองคือ ขณะนี้เงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการขนส่งเริ่มหมดไม่มีแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลช่วยหาทางรอดในเรื่องนี้โดยด่วน จะวิธีใดก็ได้ และสุดท้ายคือการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดโดยด่วน เพราะในทุกบริษัทขนส่งได้มีพนักงานขับรถและช่างซ่อม ได้เริ่มติดยาเสพติดแล้ว ผลเสียก็คือการขับรถประมาทเกิดอุบัติเหตุ ส่วนช่างซ่อมก็ไม่ทำงานต้องเปลี่ยนคนใหม่อยู่เสมอ

รัฐต้องช่วยเรื่องไฟแนนซ์

            คุณทองอยู่ คงขันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก เปิดเผยว่า ด้วยการขนส่งที่ลดลงไปเป็นอย่างมาก ปัญหาแรกที่ต้องการได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือให้รัฐบาลช่วยหารือ กับบริษัทไฟแนนซ์ให้เก็บแต่เงินต้นเพียงอย่างเดียว ไม่คิดดอกเบี้ย เพราะผู้กู้ไม่สามารถหาผ่อนได้ทั้งหมด นอกจากนี้ก็ขอให้ทางกรมการขนส่งทางบกลดค่าป้ายประจำปีลงจากเดิมปีละกว่า 4 พันบาท เหลือแค่ครึ่งหนึ่งก็ยังดี

            ส่วน ปัญหาหนักอีกอย่างก็คือขณะนี้ทุกบริษัทเริ่มไม่มีเงินมาทำธุรกิจแล้ว อยากให้รัฐบาลทำโครงการเงินกู้ขึ้นมาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ธุรกิจขนส่งได้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งก็จะทำให้เศรษฐกิจคล่องตัว สามารถฟื้นตัวได้เร็ว

            เรื่อง ใหญ่อีกเรื่องคือผู้ขนส่งรายใหญ่ยอมลดราคาค่าขนส่งลงมา ทำให้รายเล็กไม่สามารถเข่งขันได้ จึงอยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ออกกฎมาตรการควบคุมดูแลราคาค่าขนส่ง ออกมาเป็นราคากลางเลยก็ได้ ห้ามบริษัทขนส่งรายใดรับราคาที่ต่ำกว่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถอยู่ได้

            นอก จากนี้ รัฐบาลก็ควรจะใส่ใจเรื่องการขนส่งข้ามแดนในเขตอาเซียนด้วย อย่าให้ขนส่งชาวไทยต้องเสียเปรียบต่างชาติ เพราะอย่างไรเสียชาวไทยก็ถือว่าเป็นผู้นำธุรกิจการขนส่งอยู่แล้ว

ช่วยเรื่องภาษีน้ำมันต่อ

            คุณวชิรศักดิ์ เล้าประเสริฐ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซลได้ส่งผลกระทบหนักต่อผู้ขนส่งตามกฎหมาย เพราะเมื่อราคาน้ำมันขึ้นก็ได้เริ่มมีส่วยออกมาแย่งลูกค้าไป เพราะสามารถขนสินค้าได้มากขึ้นในราคาเท่าเดิม แต่จ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่าเป็นการลดงานน้อยลงโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

            รวม ทั้งยังมีเรื่องการลักน้ำมันขาย ตามทุกถนนสายหลักจะเห็นมากหลายจุด โดยราคาขายลิตรละประมาณ 15 บาท ซึ่งเล่นกันหนักมาก เมื่อคนขับนำรถออกมาจากบริษัท ก็ขายเลยพร้อมทั้งหนีหายไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าของต้องเป็นผู้ติดตามหารถจนเจอและเป็นผู้แก้ปัญหาเอง เห็นได้ว่าจำนวนเงินเพียงแค่ 6,000 บาท ก็สามารถก่อให้เกิดเหตุร้ายทางธุรกิจได้ โดยคาดว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั่นเอง

พิจารณารถเช่าใหม่

            คุณบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วมขสมก.  เปิด เผยว่า ล่าสุดได้ยื่นเรื่องไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในเรื่องให้ พิจารณาโครงการเช่ารถโดยสารจำนวน 4,000 คันใหม่ เนื่องจากมีราคาเกินจริงไม่เหมาะสมทุกประการ

            หลัก ฐานที่เสนอไปให้เปลี่ยนมาเป็นการเช่า-ซื้อมีราคาถูกกว่า พร้อมทั้งยังนำบางส่วนมาประกอบในประเทศด้วย เพื่อทำให้เศรษฐกิจในประเทศได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังมีความคิดว่า การนำเข้ารถโดยสารมีคุณภาพสู้ที่ประกอบในประเทศยังไม่ได้เลย อย่างที่ประเทศสิงคโปร์ได้สั่งให้โรงงานในไทยทำการประกอบรถโดยสารพื้นเรียบ ไปให้ใช้เป็นรถซิตี้ บัสเลย

            หาก นักการเมืองและบอร์ดบริหารของขสมก. เป็นห่วงชาติ อยากให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเร็ว ก็ควรที่จะใช้รถโดยสารในประเทศดีกว่า เพราะต่างรู้กันอยู่ว่าการใช้เช่าเช่าจากต่างชาติกับการนำเงินมาใช้ในประเทศ แบบไหนดีกว่ากัน

ให้รัฐลดค่าต่ออายุ

คุณวิโรจน์ รมเยศ ประธานชมรมรถบรรทุกตะวันออก เปิดเผยว่า ในเมื่อภาวการณ์ขนส่งของผู้ประกอบการลดลง จากเดิมที่ขนส่งได้ทั้งขาไปและขากลับต้องมาเหลือเพียงแค่เที่ยวเดียว รวมทั้งมีบริษัทขนส่งต่างชาติเข้ามาแย่งตลาดอีก ทำให้ผู้ขนส่งในระยองแทบจะไม่มีงานขนส่งเลย

ดัง นั้นสิ่งที่อยากให้รัฐบาลให้การช่วยเหลืออย่างรีบด่วน ก็คือการช่วยเหลือให้กรมการขนส่งทางบกลดหรืองดเก็บการต่อป้ายทะเบียนรถพ่วง ประจำปีลง เพราะในเมื่อไม่มีรายได้จะหาเงินมาเป็นรายปีได้อย่างไร จึงเรียนมาให้เห็นใจบ้าง

คนไทยจ้างคนไทย

            คุณชุมพล สายเชื้อ ประธานกรรมการบริษัท ไทยโลจิสติกส์ อัลลายแอนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยความที่เป็นบริษัทขนส่งของคนไทย ดังนั้นด้วยประสบการณ์ที่ได้รวมรวมบริษัทขนส่งของไทยมาอยู่ด้วยกัน ทำให้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าหลักที่เป็นของคนไทยด้วยกันเอง

            โดย ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าจ้าง การจัดทำโลจิสติกส์ให้ทั้งหมด ทำให้ลูกค้ามีหน้าที่เพียงทำการผลิตอย่างเดียวเท่านั้น ดีกว่าการจ้างบริษัทต่างชาติที่มีทั้งราคาแพงและทำการจ้างขนส่งไทยอีกทอดหนึ่ง

ที่มา : นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 120 ปักษ์หลัง กุมภาพันธ์ 2552
#573
 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด ปี 52 ปริมาณขนส่งสินค้าทางถนน หดตัว 2-3% หลังส่งออกปีนี้เป้าลด

ศูนย์ วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2552 ปัญหาต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำหรับธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน เนื่องจากราคาน้ำมันมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญ คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทย ทำให้ภาคการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างมาก โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าการส่งออกในปีนี้อาจหดตัวประมาณร้อยละ 10-16 จากปีก่อนที่ขยายตัวประมาณร้อยละ 16.8 ส่วนการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัว -0.2 ถึง 0.3 จากปีก่อนที่ขยายตัวประมาณร้อยละ 2.5 ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน อาจต้องเผชิญยอดการใช้บริการลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากภาคการส่ง ออกและการบริโภคภายในประเทศถือเป็นผู้ใช้บริการหลัก

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2552 ปริมาณการขนส่งสินค้าทางถนนจะมีประมาณ 413.2-417.5 ล้านตัน หดตัวประมาณร้อยละ 2-3 หดตัวต่อเนื่องจากปีก่อน ที่หดตัวประมาณร้อยละ 0.5 นอกจากนี้ จากแนวโน้มการหดตัวของธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน คาดว่าจะทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจจำหน่ายรถบรรทุก ธุรกิจซ่อมบำรุงรถบรรทุก ธุรกิจติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ NGV และธุรกิจบริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ได้รับผลกระทบชะลอตัวตาม และยังส่งผลให้อาจมีการปรับลดการจ้างงานในภาคการขนส่งอีกด้วย

http://www.innnews.co.th/biz.php?nid=159591
#574
       เจเนรัลด์ มอเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี(26) เตือนปีแห่งความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ขณะที่ทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯแห่งนี้ประกาศผลประกอบการขาด ทุน 9.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ที่ส่งผลให้ในปี 2008 ขาดทุนยับเยิบถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์
       
       อย่างไรก็ตามตัวเลขของปี 2008 ยังถือว่าน้อยกว่าปี 2007 โดยในปีนั้นจีเอ็ม ประกาศผลประกอบการขาดทุนถึง 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ของปี 2008 ลดลงเหลือ 1.49 แสนล้านดอลลาร์ จาก 1.8 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2007
       
       บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันกำลังประสบปัญหาที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ขอเงินกู้ฉุกเฉินจากรัฐบาลสหรัฐฯกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ กล่าวว่าผลประกอบการที่น่าห่อเxxx่ยวเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกและความล่ม สลายทางอุปสงค์อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างกว้างขวาง
       
       "2008 เป็นปีที่ยากลำบากอย่างสุดซึ่งสำหรับตลาดรถยนต์สหรัฐฯและทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง" ริค วาโกเนอร์ ประธานจีเอ็มและซีอีโอกล่าวในแถลงการณ์ "เราคาดหมายว่าเงื่อนไขแห่งความท้าทายนี้จะยังคงมีต่อไปตลอดปี 2009 ดังนั้นเราจึงต้องเร่งปฏิบัติการปฏิรูปโครงสร้างบริษัทของเรา"

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000022535
#575


ข้อมูลจากนิตยสาร Bus&Truck Online
#576
       กรมการขนส่งทางบก เผยมาตรการกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทาง ต้องไม่เกิน 10 ปี ย้ำผู้ให้บริการต้องหารถมาเปลี่ยนและผ่อนผันให้ถึง 1 มิถุนายนปีหน้า

       ชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2551 กำหนดอายุการใช้งานของรถตู้โดยสารประจำทาง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและรักษาคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยกำหนดให้รถตู้โดยสาร ประจำทาง มาตรฐาน 2 (จ) มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก ส่วนผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้รถอายุเกินกว่า 10 ปีให้บริการอยู่ในขณะนี้ ได้รับการผ่อนผันให้ดำเนินการจัดหารถมาเปลี่ยน แทนคันที่หมดอายุ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2553

       สำหรับการกำหนดอายุการใช้งานของรถตู้โดยสารประจำทาง เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสาร เนื่องจาก ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากนิยมใช้บริการรถตู้โดยสารประจำทาง เพราะเป็นบริการที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ โดยขณะนี้ มีรถตู้โดยสารประจำทาง มาตรฐาน 2 (จ)ให้บริการประชาชนอยู่ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 8,931 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการขสมก. และรถเอกชนวิ่งในเส้นทางภายในเขตกรุงเทพมหานครถึง 6,295 คัน”

       “รถตู้โดยสารประจำทางเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก เมื่อใช้วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน จึงทำให้อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆชำรุดสึกหรอลงตามอายุการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผล ต่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมทั้ง ก่อปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง ที่เกิดจากเครื่องยนต์ มาตรการกำหนดอายุการใช้งานของรถตู้โดยสารประจำทาง นอกจากจะช่วย สร้างความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้โดยสารแล้ว ยังช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากสภาพ ความไม่มั่นคงแข็งแรงของรถโดยสารด้วย”

       ทั้งนี้ผู้โดยสารที่พบเห็น รถตู้โดยสารที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการให้บริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลข 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552
#577
            ฮี โน่ ประกาศรถทุกแบบทุกรุ่นสามารถเติมไบโอดีเซลได้ โดยปตท. เป็นผู้ศึกษาและพิสูจน์แล้ว ช่วยลูกค้าประหยัดต้นทุนเพราะมีราคาถูกกว่าดีเซลถึงลิตรละ 2 บาท

            แหล่งข่าวระดับสูงบริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากที่ได้ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อทำการศึกษาและวิจัยว่าเครื่องยนต์ฮีโน่สามารถใช้น้ำมันไบโอดีเซลเพื่อ ทำงานได้หรือไม่ ปรากฏว่าผลพิสูจน์ออกมาแล้ว รถใหญ่ฮีโน่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าที่เครื่องยนต์เป็นแบบยูโร 1 และ 2 พร้อมทั้งยูโร 3 สามารถเติมน้ำมันไบโอดีเซลได้ทั้งหมด

            "ไม่ ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงไบโอดีเซลแบบบี 2 หรือ บี 5 รถใหญ่ฮีโน่สามารถใช้งานได้ เรียกว่าเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับกลุ่มลูกค้า เพราะราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลถึงลิตรละ 2 บาททีเดียว ส่วนการรับประกันหลังการขายยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง"

            ส่วน ค่ายน้ำมันบางจากได้เคยออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า ทั้งรถปิกอัพ รถใหญ่ทุกแบบและทุกยี่ห้อสามารถใช้น้ำมันไบโอดีเซลได้หมด เพราะได้นำเครื่องยนต์ทุกยี่ห้อไปทำการทดลองใช้งานมาแล้ว เพื่อพิสูจน์ถึงคุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซลที่เป็นผู้ผลิตเอง

            นอก จากนี้ในเดือนเมษายนปีนี้ ทางฮีโน่จะทำการประกอบรถ 6 ล้อใหญ่และรถหัวลากเป็นแบบเครื่องยนต์เอ็นจีวี เพื่อเป็นตัวเลือกให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

ที่มา: นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 119 ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2552
#578
      บอร์ดขสมก.ไฟเขียวร่างทีโออาร์เช่ารถเอ็นจีวี 4,000คัน เตรียมนำรายละเอียดเผยแพร่ในเว็บไซต์ 3 วันตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.พ.นี้ ยันเปิดขายเอกสารประกวดราคาได้เดือนมี.ค.นี้

      นาย ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด ขสมก. ว่า บอร์ดเห็นชอบร่างทีโออาร์คัดเลือกเอกชนโครงการเช่าและซ่อมแซมบำรุงรักษารถ ยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิง หรือโครงการเช่ารถโดยสารรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เป็นเวลา 10 ปี

      ทั้งนี้ทางขสมก.จะนำร่างทีโออาร์ดังกล่าว เผยแพร่ในเว็บไวต์ของ ขสมก. และเวบไซต์ของกรมบัญชีกลาง ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2552 นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง และให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า ขสมก.ได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับปรุงรายละเอียดร่างทีโออาร์อย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการร่างทีโออาร์จะนำร่างทีโออาร์ฉบับสุดท้ายเข้ารายงานบอร์ดอีกครั้ง ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 เพื่อยืนยันมติอีกครั้ง ก่อนจะประกาศเชิญชวนเอกชนยื่นข้อเสนอต่อไป

      นาย ปิยะพันธ์ กล่าวว่า กรณีที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. เสนอให้ทบทวนรายละเอียดโครงการนั้น บอร์ด ขสมก.ไม่มีอำนาจดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของนโยบาย ในเมื่อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย บอร์ด ขสมก.จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

      อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังอนุมัติเพิ่มค่าครองชีพให้พนักงาน ขสมก.ตามมติ ครม. ส่งผลให้ ขสมก.มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 9.4 ล้านบาท แต่ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นที่ประสบปัญหาการขาดทุน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ก็เพิ่มค่าครองชีพให้พนักงานเช่นกัน

      นาย พิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งนายนเรศ บุญเปี่ยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ขสมก. เป็นประธานคณะกรรมการประกวดราคา มีหน้าที่พิจารณากำหนดวันออกประกาศเชิญชวนและวันขายเอกสารประกวดราคา โดยจะเสนอกรอบเวลาเบื้องต้นให้บอร์ด ขสมก.พิจารณาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนได้ในเดือน มีนาคม 2552 นี้

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กุมภาพันธ์ 2552
#579
ข่าวและสาระน่ารู้ในวงการ / 2 ปี NGV รถร่วมขสมก.
18 กุมภาพันธ์ 2009, 03:06:10 ก่อนเที่ยง


            แม้ว่าราคาของน้ำมันดีเซลหรือ NGV จะขึ้นหรือลงอย่างไร แต่ในส่วนของรถเอกชนร่วมบริการขสมก. มีมติออกมาแล้วว่าภายในปีนี้ทุกคันต้องขับเคลื่อนด้วยพลังงาน NGV แม้จะมีเสียงโอดครวญออกมาบ้างจากผู้ประกอบการ แต่ท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ก็ตกที่ประชาชน

            ว่าที่ พ.ต.ฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยถึงสถานการณ์โดยรวมของรถร่วมขสมก. และทิศทางที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ NGV

ระเบียบใหม่ครอบคลุมครบ
            ใน ช่วงที่วิกฤตน้ำมันแพง หลายฝ่ายก็อยากจะเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนรวมทั้งขสมก.เองด้วย เราก็พยายามให้เป็นไปตามนโยบาย เราตั้งเป้าไว้ทั้งระบบเลยอยู่ที่ประมาณ 15,000 คัน และด้วยความที่ต้องการให้เป็นรูปธรรมก็เลยออก "ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ พ.ศ.2550" ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว มีเรื่องของการเปลี่ยนรถให้เป็น NGV ด้วย แต่ถามว่าเกิดผลทันตาเห็นหรือไม่ ก็คงไม่ใช่ ต้องมีช่วงของระยะเวลาในการดำเนินการ

            ใน ระเบียบให้เวลา 2 ปี โดยจะสิ้นสุดกลางปีนี้ ในเรื่องของรถใหญ่แต่ละบริษัทจะสิ้นสุดไม่พร้อมกัน ยังมีบางส่วนที่สัญญายังไม่สิ้นสุด อาจจะเป็น 7-10 ปี เพราะมีการลงทุนสูง แต่หลังๆ ที่เป็นรถใหม่เลยอาจจะเป็น 10-15 ปี

เส้นทางใหม่รถต้องใหม่ NGV
            สำหรับผู้ที่จะขออนุญาตในเส้นทางใหม่ก็ต้องเป็นรถใหม่ NGV สัญญา 15 ปี หรือ เครื่อง NGV ใหม่ สัญญา 10 ปี หรือ เครื่องยนต์โมดิฟายด์ สัญญา 7 ปี เพราะการลงทุนไม่เท่ากัน และเป็นโอกาสที่ให้เขาพัฒนา

พอกันทีปีศาจเขียว
            จากการที่มีข่าวว่าถ้ารถร่วมเอกชนขสมก.ไม่เปลี่ยนรถเป็น NGV จะ ยกเลิกสัญญา นั่นหมายความว่า ถ้าในรถใหญ่ที่มีสัญญาอยู่ก็ให้ใช้สัญญาเดิมไปก่อนจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา เมื่อสิ้นสุดแล้วก็เข้าสู่ระเบียบใหม่ แต่ที่ยกเลิกแน่นอนคือ มินิบัส ในวันที่ 16 สิงหาคม 2552 จำนวน 1,067 คัน
            เรา ให้โอกาสเขาคือ เปลี่ยนรถ แต่ไม่ใช่การย้อมแมว โดยให้รวบรวมกันมาเป็นนิติบุคคล จัดหารถใหม่หรือเหมือนใหม่ (แชสซีส์ใหม่) อนุญาตให้ความยาวถึง 8 เมตร ใส่เครื่อง NGV ขณะนี้มีวิ่งบ้างแล้ว ขณะเดียวกันเราก็เปิดโอกาสให้เปลี่ยนแบบคันต่อคัน หรือมินิบัสร้อน 1 คันเปลี่ยนเป็นรถ NGV ร้อน 1 คัน หรือคุณบอกว่าอยากได้รถแอร์ ก็ให้ได้ 8 เมตร หรือเปลี่ยนจากมินิบัส 2 คันเป็น รถแอร์ 12 เมตร 1 คัน ก็ได้ อาจจะมีแย้งว่ามาวิ่งแย่งเส้นทางบ้าง เขาอาจจะร้องเรียนแต่ถ้ามองในภาพที่ประชาชนได้รับประโยชน์ถือว่าเป็นภารกิจ ที่เราต้องทำ
            คน อาจจะเข้าใจว่าอายุรถเป็นปัจจัยเดียวในการกำหนดความเหมาะสม แต่มันไม่ใช่ มันอยู่ที่การบำรุงรักษา ขสมก.เองเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงรับผิดชอบร่วมกับเอกชน จะไปโยนให้ผู้ประกอบการทั้งหมดไม่ได้ เพราะอยู่ในโลโก้เรามันไม่ถูกต้อง ประชาชนก็ดี ใครที่มีข้อเสนอแนะอันนั้นเป็นสิ่งที่เราจะรับฟัง จะแก้ไข บรรเทาได้อย่างไร

ขสมก.ช่วยหาแหล่งทุน
            เรื่องของการเปลี่ยน NGV ผู้ประกอบการที่มีปัญหาเรื่องเงินทุน ขสมก.เอง เข้าไปช่วยเรื่องของจัดหาสถาบันการเงิน ก็มีการพูดคุยร่วมกัน 3 ฝ่าย เรื่องของสัญญา หนี้สิน มีการแก้ระเบียบไว้แล้วถ้าเขาไม่ชำระหนี้ เพราะสถาบันการเงินไม่รู้จะเอารถไปทำอะไร ดังนั้นในระเบียบบอกว่า ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็จะให้โอนกรรมสิทธิ์ในรถและเส้นทางไปให้กับบริษัทเงินทุน ถ้าบริษัทเงินทุนไม่วิ่งเองเขาก็โอนกรรมสิทธิ์ต่อได้ เพราะถ้าไม่มีรถวิ่งในเส้นทางนั้น ขสมก.ต้องเป็นผู้เดินรถ ถ้าเราไม่วิ่งก็ผิดกฎหมายและถูกปรับด้วย แล้วประชาชนเดือดร้อน
            ภาพรวมของรถร่วมต้องเปลี่ยนทั้งหมด ยกเว้นรถหมวด 4 ที่ต้องมาดูใหม่ (รถสองแถว) ตอนนี้กลุ่มที่ยังไม่ติดก็มีการตัดสินใจใหม่ ทั้งโมดิฟายด์และซื้อรถใหม่ ภาพรวมของรถร่วมที่เปลี่ยนแล้ว 200-300 คัน เป็นรถใหม่ แต่ถ้าทั้งหมดอยู่ที่ 25%

2 ปี NGV ก้าวหน้า
            2 ปีที่ผ่านมาของ NGV ผมว่าก้าวหน้าไปมาก เพียงแต่มันยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่าถึงผู้โดยสารได้อย่างไร ที่ชัดเจนก็จะมีรถใหม่ 12 เมตร สีเหลือง และรถสีส้มพัดลมที่มาแทนมินิบัสสีเขียว รถตู้เก่าๆ ก็จะหายไป เหล่านี้จะทยอยเข้ามาแทนที่
            ใน ส่วนภาวะราคาน้ำมันหรือก๊าซตอนนี้เป็นปัญหาที่นอกเหนือจากขสมก.รับผิดชอบ แต่ก็ส่งผลกับขสมก.หรือผู้ประกอบการ แต่ก็ยังพยายามตรึงการปรับเปลี่ยนรถไว้ที่ 2 ปี เช่นเดิม แต่สำหรับรถใหญ่ที่มีสัญญาผูกพันอยู่ก็ยังดำเนินต่อไปจนกว่าจะหมดอายุสัญญา ผมเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบทุกรายคำนึงถึงธุรกิจ ถ้าเห็นว่าเปลี่ยนแล้วคุ้มบางครั้งไม่ต้องออกระเบียบเขาก็จะเปลี่ยน อีกอย่างหนึ่งเราจะเห็นว่าในอาชีพบริการ ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ถ้าในเส้นทางคุณมีรถใหม่แต่ของคุณรถสภาพเก่าก็ไม่มีคนขึ้น ตอนนี้เห็นชัดเจน

รถเมล์เอ็นจีวี 1 ปีซ่อม
            ทางด้านสมาคมพัฒนารถร่วมเปิดบทสรุปถึงความคุ้มค่า ถ้าราคาน้ำมันดีเซล 40 บาทเหมือนที่ผ่านมา แม้จะมีค่าซ่อมบำรุงบ้าง แต่ก็ยังคุ้มค่า
            คุณฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วม เปิดเผยว่าตามข้อกำหนดของขสมก. ที่ระบุว่ารถร่วมขสมก.ทุกคันจะต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเอ็นจีวีทั้งหมด ภายในวันที่ 2 สิงหาคมนั้น คาดว่ารถเมล์ร่วมของสมาชิกที่มีทั้งหมดประมาณ 2,000 คันจะต้องเปลี่ยนทันแน่ เพราะขณะนี้ทำได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
            เมื่อ วิเคราะห์ว่าหลังจากที่เปลี่ยนมาได้ 1 ปีแล้วถือว่าเป็นการคุ้มทุนเป็นอย่างมาก เพราะจากราคาน้ำมันดีเซลลิตรละเกือบ 40 บาท กับราคาเอ็นจีวีกิโลกรัมละ 8.50 บาท ช่วยทำให้ธุรกิจอยู่ได้
            "แต่ หลังจากที่เปลี่ยนมาได้ครบ 1 ปีแล้ว ต้องเปลี่ยนทั้งวาล์ว ลูกสูบและปะเก็นใหม่ มูลค่ารวมกันเกือบ 5 หมื่นบาท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่หรือดัดแปลงจากอู่ต้องทำให้หมด เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่แพงเมื่อปีที่แล้วถือว่ายังมีกำไรอยู่"
            แต่ ถ้าให้เปรียบเทียบในปีนี้ที่ราคาดีเซลลิตรละประมาณ 19 บาท ถือว่าการใช้รถเมล์เครื่องยนต์ดีเซลคุ้มค่ากว่ามาก เพราะไม่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมเครื่องยนต์ทุกปี อายุการใช้งานเกิน 10 ปีแทบไม่ต้องเสียค่าซ่อมเลย


สถิติรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศ 62 บริษัท


สถิติรถเอกชนร่วมบริการ 6,077 คัน

ข้อมูลจาก นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 119 ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2552
#580
กระทรวงคมนาคม ปลื้มนโยบายที่ให้กรมการขนส่งทางบก สร้างโครงการรองรับผู้ว่างงานให้เรียนขับรถบรรทุกและรถโดยสารฟรี!! คนสนใจล้นหลาม ย้ำขยายให้เพียงพอ พร้อมเน้นคุณภาพ

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิด เผยว่า ตามที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ดำเนินการตามนโยบายในการช่วยเหลือผู้ว่างงานของรัฐบาลให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในส่วนของกรมการขนส่งทางบก กำหนดให้จัดโครงการ "สร้างนักขับรถมืออาชีพ" เพื่อช่วยเหลือ   ผู้ ว่างงานให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สร้างอาชีพใหม่ที่มั่นคงและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างผู้ขับรถที่มีคุณภาพออกสู่ท้องถนน ช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารของประเทศลงได้อีกทางหนึ่งด้วย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จากการตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก  ถึงกระแสตอบรับโครงการดังกล่าวของกระทรวงคมนาคม ปรากฏว่า ขณะนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 ราย จึงได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก จัดเตรียมความพร้อมในเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ การเรียนการสอน รวมทั้งครูผู้ฝึกสอนไว้ให้สมบูรณ์ เพื่อเตรียมเปิดสอนอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้ โดยได้กำหนดให้มีพิธีเปิดโครงการ ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์สอนขับรถและพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก พร้อมทั้งได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก เตรียมขยายโครงการดังกล่าวไปสู่ ส่วนภูมิภาคที่โรงเรียนการขนส่งที่จังหวัดชัยภูมิและเพชรบูรณ์ เพื่อขยายโอกาสแก่ผู้ว่างงานในส่วนภูมิภาคด้วย  "ตลาด แรงงาน ยังต้องการนักขับขี่ที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสียหายต่อธุรกิจการขนส่งจากปัญหา อุบัติเหตุอีกเป็นจำนวนมาก วิกฤต การว่างงานในครั้งนี้ จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจเป็นนักขับรถอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างรายได้ต่อไป" นายประจักษ์ กล่าวในที่สุด

ผู้สนใจสมัครได้ที่ อาคาร 8 ส่วนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผู้ขับรถ สำนักวิศวกรรมและ ความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบก ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2552 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2272-3260 หรือ Call Center หมายเลข 1584

ที่มา: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552
#581
       ข่าวในประเทศ – รถบรรทุก-หัวลากและรถบัส "สแกนเนีย" ไม่หวั่นเศรษฐกิจดิ่งเหว ประกาศปีวัวบ้าขอโต 10-15% สยายปีกเจาะกลุ่มรถใช้งานในเหมืองและรถขนส่งวัตถุอันตราย พร้อมเน้นงานบริการมัดใจลูกค้า ล่าสุดทุ่ม 240 ล้านบาท ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่และศูนย์บริการครบวงจร เผยอนาคตไทยสดใสเป็นเส้นทางการค้าสู่ประเทศจีนตอนใต้



       นายวิชัย จิราธิยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกหัวลากและรถบัสขนาดใหญ่ยี่ห้อ "สแกนเนีย" (SCANIA) เปิดเผยว่า ปี 2552 ถือเป็นปีที่ท้าทายของสแกนเนียในประเทศไทย แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก แต่สแกนเนียยังตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง หลังจากปีที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 5% หรือมียอดขายรวมทั้งหมดกว่า 260 คัน
       
       "ปี นี้สแกนเนียตั้งเป้าการขายไว้ที่ประมาณ 300 คัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 10-15% โดยแบ่งเป็นรถหัวลากและรถบรรทุก 180 คัน และรถบัส 120 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อย่างรถบรรทุกและหัวลากที่ใช้งานในเหมือง หรือรถขนส่งวัตถุอันตราย ที่ต้องการรถที่สมรรถนะและประสิทธิภาพสูง กลุ่มนี้เราจึงตั้งเป้าไว้ถึง 180 คัน จากปีที่ผ่านมาทำได้ 135 คัน ขณะที่รถบัสขนาดใหญ่คงได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ทำให้ลดเป้าหมายลงเหลือ 120 คัน จากปีที่แล้วทำได้ 135 คัน"
       
       นายวิชัยกล่าวว่า นอกจากการเปิดตลาดใหม่ๆ แล้ว สแกนเนียยังคงให้ความสำคัญกับการบริการ และเพิ่มความพร้อมด้านการจัดหาอะไหล่ โดยจัดโปรแกรมด้าน R&M และ M-Content ที่เหมาะสมกับสำหรับลูกค้าในแต่ละราย และได้เพิ่มบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า รวมทั้งได้พัฒนาศูนย์บริการมาตรฐานถึง 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ หาดใหญ่ สุราษฏร์ธานี สระบุรี ชลบุรี และกำแพงเพชร
       
       "เพื่อ เพิ่มศักยภาพด้านบริการ ล่าสุดสแกนได้ตั้งและเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ รวมมูลค่าลงทุน 240 ล้านบาท ซึ่งเป็นสำนักงานที่งานงานขายรถทุกประเภทของสแกนเนีย อะไหล่ และศูนย์บริการซ่อมและบำรุงรักษารถครบวงจร พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น เครื่องทดสอบระบบเบรกรองรับได้ทุกยี่ห้อ เครื่องช่วยในการปรับตั้งศูนย์ล้อ และเครื่องมือพิเศษเฉพาะของสแกนเนีย โดยตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.19 มีพื้นที่มากถึง 16 ไร่ และจะมีการลงทุนคอนเทนเนอร์บริการหลังการขายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค มูลค่าลงทุนประมาณ 1 ล้านบาทต่อแห่ง และคาดว่าไตรมาสแรกปีนี้จะเปิดแห่งแรกได้ที่ภาคเหนือ "
       
       นายปีเตอร์ โจบลอม กรรมการผู้จัดการ สแกนเนียภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นจุดที่เหมาะสมของการขนส่งทางการค้า โดยจะเป็นทางผ่านสู่ตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเส้นทางเชื่อมระหว่างไทยกับจีนตอนใต้ หรือสาย R3A จากอำเภอเชียงของในประเทศไทย ผ่านประเทศลาว และเข้าสู่ประเทศจีนทางตอนใต้ได้เกือบเสร็จแล้ว อนาคตไทยจึงเป็นจุดผ่านสำคัญของการขนส่งทางการค้าที่สำคัญในภูมิภาคนี้ และจากประสบการณ์ของสแกนเนียในยุโรป การขนส่งระยะทางยาวๆ เช่นนี้ รถสมรรถนะสูงเช่นสแกนเนีย จะตอบสนองได้ดีที่สุด ทำให้สแกนเนียตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย
       
       นายฮาคาน อีริคสัน กรรมการผู้จัดการ Scania Real Estate ประเทศสวีเดน เปิดเผยว่า แม้ จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่จะไม่ส่งผลต่อการลงทุนของสแกนเนีย ซึ่งนอกจากการลงทุนศูนย์บริการครบวงจรในไทยล่าสุด สแกนเนียยังมีโครงการลงทุนทั่วโลกอีก 89 โครงการ และจะสังเกตเห็นว่าที่ผ่านมาสแกนเนียจะลงทุนในช่วงที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมที่จะเตรียมความพร้อม สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งถึงตรงนั้นทุกฝ่ายจะมุ่งในการขยายตลาดได้อย่างเต็มที่

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 09:54 น.
#582
 อธิบดี กรมการขนส่งทางบก เผยยอดจดทะเบียนรถทะลักปี 2551 ชี้สถานภาพคนไทยจนไม่จริง เพราะมีรถป้ายแดงถอยออกมากว่า 2 ล้านคัน จักรยานยนต์แชมป์ขายได้มากสุด


นาย ชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ยอดจดทะเบียนรถใหม่ทั่วประเทศในปี 2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,357,559 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 106,166 คัน เป็นรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์จำนวน 2,325,972 คัน และรถบรรทุกและรถโดยสารจำนวน 31,587 คัน

สำหรับยอดจดทะเบียนรถเก๋งมีจำนวนทั้งสิ้น 318,724 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 21,405 คัน หรือร้อยละ 7.2 รถปิกอัพ 274,449 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 22,204 คัน หรือร้อยละ 7.4 รถตู้ จำนวน 17,919 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 1,147 คัน หรือร้อยละ 6 และรถจักรยานยนต์ 1,714,880 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 108,183 คัน หรือร้อยละ 6.7


โดยรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มจดทะเบียนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉพาะในเดือนธันวาคม 2551 มีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่จำนวน 116,589 คัน สูงกว่าเดือนธันวาคม 2550 ถึง 12,952 คัน

ส่วนรถบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มียอดจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 26,199 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 1,991 คัน หรือร้อยละ 7 และรถโดยสารจดทะเบียน 5,388 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 1,920 คัน หรือกว่าร้อยละ 55

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งระบบพลังงานทาง เลือกใหม่ หรือรถจักรยานยนต์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งก็มีแนวโน้มหันมาใช้รถที่ใช้พลังงานทางเลือกมาก ขึ้นเช่นกัน โดยรถโดยสารที่จดทะเบียนใหม่ปี 2551 กว่า 5,000 คัน เป็นรถที่ใช้ก๊าซซีเอ็นจี หรือเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงกว่าร้อยละ 50

ที่มา สำนักงานข่าว INN ออนไลน์ : http://www.innnews.co.th/biz.php?nid=155889
#583
          วันที่ 14 มิถุนายน 2552 นี้ กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุงส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ในรถยนต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

          นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ออกกฎกระทรวง กำหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ พ.ศ. 2551 เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติม ส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ในรถยนต์ ให้ถูกต้องครบถ้วนและเกิดความปลอดภัยในการใช้งาน โดยจะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับรถที่จดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2552 นี้ เป็นต้นไป

          เหตุ ที่ต้องมีการปรับปรุงใหม่ เนื่องจากหลักเกณฑ์เกี่ยวกับส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ในรถยนต์ที่กำหนดไว้ เดิมล้าสมัย และไม่สอดคล้องกับระบบเทคโนโลยีด้านยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่จดทะเบียนใหม่ จะต้องมีส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนด

          โดย รถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง รถยนต์รับจ้าง ระหว่างจังหวัด รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถยนต์บริการ จะต้องมีส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยตามที่กำหนด จำนวน 28 รายการ เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมอีก 17 รายการ เช่น โครงสร้างตัวถัง เครื่องกำเนิดพลังงาน ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยว ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเชื้อเพลิงหรือระบบพลังงานอื่น ฯลฯ

          รถยนต์รับจ้างสามล้อ และรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จะต้องมีส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ จำนวน 22 รายการ เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมอีก 13 รายการ

          รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ จำนวน 21 รายการ เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมอีก 15 รายการ

          สำหรับ รถบดถนน รถแทรกเตอร์ หรือรถสำหรับผู้พิการ จะต้องมีส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ตามความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

          อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับรถที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 14 มิถุนายน 2552 ไม่ต้องถูกบังคับใช้ เพราะกฎกระทรวงในครั้งจะใช้เฉพาะกับรถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2552 เป็นต้นไปเท่านั้น หากสงสัย สอบถามได้ที่กองนิติการ กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ 0-2617-7044 ในเวลาราชการ

ที่มา: เว็บไซต์คมชัดลึก วันที่ 23 มกราคม 2552
#584
            โครงการ รถเมล์เช่ายังร้อนระอุ เมื่อรัฐบาลใหม่ยังสานต่อ ศาลปกครองเตรียมรับข้อมูลเพื่อสั่งระงับ หากเรื่องผ่านขั้นสุดท้ายจากขสมก. แฉมีข้อมูลโกงกินเห็นๆ

            คุณบุญชัย  รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารสาธารณะ
เปิดเผยกับ BUS&TRUCK ว่า ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลทุกเรื่องของโครงการเช่ารถโดยสารเครื่องยนต์เอ็นจีวีจำนวน 4,000  คัน ของขสมก. ไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมยื่นให้กับศาลปกครอง หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายประมาณปลายเดือนมกราคมศกนี้

            "ความ จริงแล้วโครงการรถโดยสารเอ็นจีวีให้ทางขสมก. นำมาเป็นรถเมล์ 4,000 คัน นี้เป็นความคิดของผมเองที่เสนอให้รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลที่คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี โดยราคารถโดยสารจากประเทศจีนราคาประมาณ 2 ล้านบาท รถจากเกาหลีราคา 3 ล้านบาท โดยจะเป็นการเช่า- ซื้อในเวลา 6 ปี รถก็เป็นของขสมก. เลย ส่วนค่าโดยสารผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาทใช้ได้ทั้งวัน"

แต่ เรื่องก็ได้เปลี่ยนมาเป็นการเช่าแทนด้วยจำนวนเงินค่าเช่าถึงกว่า 6 หมื่นล้านบาทในเวลา 10 ปี มากเกินกว่าที่คำนวณในเริ่มต้น จึงถือได้ว่าเป็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาล

นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่เสนอแนวคิดให้ทางขสมก. บริการรถเมล์ฟรีแก่ประชาชนจำนวน 800 คัน พร้อมทั้งทำให้ทราบว่าจำนวนรถเมล์ที่ให้บริการประชาชนมีเพียง 3,000 คัน ก็ถือว่าพอเพียงแล้ว

คุณ บุญชัยเปิดเผยต่อว่า ในฐานะที่อยู่ในวงการรถโดยสารมายาวนาน ทำให้มองข้ามไปในอนาคตว่ารถเมล์ของขสมก. ควรจะเป็นระบบไฟฟ้า เชื่อมต่อกับสายไฟฟ้าที่อยู่ริมถนน พร้อมทั้งเป็นช่องบัสเลน พร้อมวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งให้รถเมล์วิ่งเพียงถนนละสาย มีบัตรเดินทางเพียงใบเดียวก็สามารถใช้ได้ทั้งวัน

"ขณะ นี้ได้ทำการติดต่อทางกฟผ. ไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่จากการนำเสนอให้กับรัฐบาลเพื่อให้ทางขสมก. พิจารณาถือว่ายากมาก แต่ก็ได้มีแนวคิดที่จะหาทางออกเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของคนกรุงเทพไว้แล้ว นั่นคือ การรวมพลคนกรุงไปประท้วงเพื่อให้ทำการยุบขสมก. โดยมีข้อมูลการขาดทุนสะสมเป็นเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ให้รัฐบาลศึกษาดู"

พร้อมทั้งให้บริษัทที่จะเกิดขึ้นมาแทนเป็นมหาชน มีรัฐบาลถือหุ้นใหญ่ รถร่วมและประชาชนทั่วไปถือหุ้นย่อย รับรองได้ ต้องมีกำไรแน่

            คุณ บุญชัยกล่าวในตอนท้ายว่า หากรัฐบาลกล้าเสี่ยงให้ทำการจ้างตัวเองเป็นผอ. ขสมก. ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 2 ล้านบาท โดยแผนการแรกรัฐต้องอุ้มหนี้สินเดิมก่อน พร้อมให้งบประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท น้อยกว่าขสมก. ปีละ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้คนกรุงเทพขึ้นรถเมล์ฟรี หากไม่ได้ผลภายใน 6 เดือนจะไม่รับเงินเดือนสักบาทเดียว

ที่มา นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 118 ปักษ์หลัง มกราคม 2552
#585
            เริ่ม ข่าวร้ายรับปี 2552 คาดยอดรถใหญ่ทำได้สูงสุดเพียง 1.4 หมื่นคัน แม้จะไม่ตกเท่าปีต้มยำกุ้ง 2541 แต่ก็ต้องทำใจเพียง 2 ปี ยอดหายเกือบ 9,000 คัน ส่วนนิสสัน ยูดี คุยโม้รถไม่ถูกยึดเพราะผ่านการคัดเลือกอย่างดี

            คุณพิชิต ราชวงษ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แผนกรถบรรทุกและรถโดยสาร
เปิดเผยกับ BUS&TRUCK ว่า สำหรับยอดการจำหน่ายรถใหญ่ในปี 2552 นี้คาดว่าจะมีเพียงแค่ประมาณ 1.4 หมื่นคันเท่านั้น แบ่งเป็นรถขนาด 2-3 ตัน และรถ 6 ล้อเล็ก 5,500 คัน และรถบรรทุกที่มีขนาด 15 ตันขึ้นไป 8,500 คัน ยอดตกมาจากปีที่แล้วที่ทำได้ 1.7 หมื่นคัน

            โดย ในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้ยอดขายทุกค่ายจะขายแทบไม่ได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกและไม่มีการลงทุนเพิ่ม ส่วนไตรมาส 3 และ 4 เศรษฐกิจโดยรวมจะเริ่มดีขึ้น ทำให้ยอดขายเริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            "หาก ให้พูดถึงในปี 2541 เป็นปีที่แย่ที่สุด จากยอดขายรถใหญ่ปีละ 5 หมื่นคัน ได้ลดลงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับค่ายรถใหญ่ทุกค่ายได้เพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ เพราะเศรษฐกิจดีขึ้นถึงจุดสุด พอลูกโป่งแตกทุกอย่างก็จบลงเหวกันหมด"

            และ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนอย่างดีแก่ทุกค่ายรถใหญ่ เพราะไม่มีค่ายใดเร่งผลิตเกินยอดขาย วางแผนระยะสั้น แก้วิกฤติไปทีละประเด็น พยายามมัดใจลูกค้าเอาไว้เพื่อสร้างให้เป็นลูกค้าใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่ไม่หนักเกินตัว

            นอก จากนี้ในฐานะที่เป็นรองประธานบริษัท นิสสันดีเซล(ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า เป้าการจำหน่ายได้ตั้งไว้ 12 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดรวมหรือ 1,020 คัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มั่นใจเพราะมี 3 สาเหตุ คือ ได้มีดีลเลอร์เพิ่มขึ้นจากเดิม 13 แห่ง ในปี 2552 จะเพิ่มมาอีก 3 ราย ทำให้แทบจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว

            ส่วน สาเหตุที่ 2 คือ การลดภาระให้แก่ดีลเลอร์ด้วยการไม่ต้องทำการสต๊อกรถไว้เลย หากมีลูกค้าจอง ก็สามารถมารับรถที่โรงงานได้เลย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ดีลเลอร์คล่องตัวสามารถใช้เงินลงทุนเพื่อขยายช่องทาง การขายอื่นได้อีกมากมาย

            และ ประการสุดท้ายคือบริษัทไฟแนนซ์จะทำการคัดเลือกลูกค้าของนิสสัน ยูดีถึง 2 ชั้น เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดว่าลูกค้ามีเงินจ่ายค่าผ่อนรถ ทำให้ในปีนี้กลุ่มลูกค้านิสสัน ยูดีจะไม่มีการถูกยึดรถเพราะไม่มีงานทำหาเงินมาผ่อนรถไม่ได้อย่างแน่นอน

            "ส่วน ลูกค้าที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจากบริษัทไฟแนนซ์ ทางบริษัทก็มีลิสซิ่งรองรับอีกที โดยมาตรฐานอาจจะต่ำกว่าไฟแนนซ์อื่นไม่มากนัก แต่จากความสนิทและรู้ธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี จึงกล้าปล่อยสินเชื่อให้ เรียกว่านิสสัน ยูดี มีครอบคลุมทั้งหมด"

ที่มา นสพ.BUS&TRUCK ฉบับที่ 118 ปักษ์หลัง มกราคม 2552
#586
      นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในปี 2551 ที่ผ่านมา มีผู้นำรถใหม่ (ป้ายแดง) มาจดทะเบียนทั่วประเทศ กว่า 2 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 กว่า 1 แสนคัน และคาดว่าในปี 2552 นี้ รถจักรยานยนต์และรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่สามารถนำไปติดตั้งระบบเพื่อใช้ พลังงานทางเลือกอื่น เช่น รถใช้ก๊าซซีเอ็นจี เป็นต้น มีแนวโน้มจดทะเบียนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เห็นได้จากสถิติรถโดยสารที่จดทะเบียนใหม่ในปี 2551 จำนวนกว่า 5 พันคัน เป็นรถที่ใช้ก๊าซซีเอ็นจี เป็นเชื้อเพลิงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับรายละเอียดรถที่จดทะเบียนใหม่ เป็นรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2,325,972 คัน รถบรรทุกและรถโดยสาร 31,587 คัน รถเก๋ง 318,724 คัน เพิ่มขึ้น  จากปี 2550 จำนวน 21,405 คัน หรือคิดเป็น 7.2 เปอร์เซ็นต์ รถปิกอัพ จำนวน 274,449 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 22,204 คัน หรือคิดเป็น 7.4 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดจดทะเบียนรถต่าง ๆ น้อยกว่าปี 2550 ยกเว้นรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มจดทะเบียนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉพาะในเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา มีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 116,589 คัน สูงกว่าเดือนธันวาคมปี 2550 ถึง 12,952 คัน และรถโดยสารจดทะเบียน 5,388 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 1,920 คัน
      ทั้งนี้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ขนาดเล็ก ที่สามารถติดตั้งระบบพลังงานทางเลือกใหม่ หรือรถจักรยานยนต์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งก็มีแนวโน้มหันมาใช้รถที่ใช้พลังงานทางเลือก เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน.

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=189459&NewsType=1&Template=1
#588
ห้องพูดคุย / ภาพขำขำ ดูแล้วอารมณ์ดี
02 กุมภาพันธ์ 2009, 11:29:13 หลังเที่ยง


















































































ที่มา mthai
#589
สนามแรกไม่ทันแหละ - -'
รอสนามสองนะครับ ^^
#590
ตะลอนทัวร์ / ร้านอาหารที่สวยที่สุดในเชียงใหม่?
02 กุมภาพันธ์ 2009, 03:02:51 ก่อนเที่ยง




































































#591
NISSAN CWM 454 HM320 แรงม้า สิบล้อสองเพลาขนาดใหญ่

นิสสัน เครื่องหมายการค้าคุณภาพ ส่งสิบล้อสมรรถนะเยี่ยมประชันการตลาด มีหัวใจแกร่งเป็นเครื่องรุ่น PF6TA-21 / 320 แรงม้าที่ 2,300 / นาที ดีเซล 4 จังหวะ 6 สูบ แถวเรียง เทอร์โบ-อินเตอร์คูลเลอร์ ไดเร็คอินเจ็คชั่น ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์เป็นแบบ 6 เกียร์เดินหน้า 1 เกียร์ ถอยหลัง โดยเกียร์  2-6 แบบซิงโครเมซ  เกียร์ 1 และ ถอยเป็นคอนสแตนท์เมซ  น้ำหนักบรรทุกรวมสูงสุด 26,000 ก.ก.  แช สซี ชนิดเฟรม เหล็กรูปตัว ซี แบบขั้นบันได เพลาหน้า รีเวอร์ส เอลเลียต ไอ-บีม เพลาหลัง เบนโจเพลาลอย แทนเดมขับเคลื่อน 2 เพลาคู่ พร้อมดิฟล็อค เบรกลมไฮดรอลิค พร้อมวงจรคู่นิรภัย  เพื่อประสิทธิภาพที่มั่นใจในการใช้งาน

รายละเอียดเพิ่มเติม: นิสสันดีเซล (ประเทศไทย)จำกัด

โทรศัพท์ 02-5672888

www.nissandiesel.co.th
#592
ISUZU FORWARD FTR 240 แรงม้า คล่องทุกงานขนส่ง

อีซูซุ  แบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งเรื่องการพัฒนา คราวนี้นำเสนอรถบรรทุก FORWARD FTR เข้าประลองวงการตลาดรถบรรทุก ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล 6 สูบ 4 จังหวะ 24 วาล์ว สูบเรียงโอเวอร์เฮดแคมชาฟฟ์  คอมมอนแรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น VGSเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ 240 แรงม้าที่ 2400 รอบ/นาที น้ำหนักบรรทุกรวมสูงสุด 15,000 ก.ก. ระบบเกียร์เหนือระดับ 6 เกียร์เดินหน้า พร้อมโอเวอร์ไดรฟ์, เกียร์ 2-6 เป็นเกียร์ซิงโครเมซ  ระบบเบรกแอร์โอเวอร์ไฮดรอลิควงจรคู่แยกหน้า-หลัง  เพลา หน้า รีเวอร์สเอลเลียต ไอ-บีม เพลาหลังแบบเบนโจเพลาลอย เฟืองไฮปอยด์ เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยพลังขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม

รายละเอียดเพิ่มเติม : บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทรศัพท์. 02-966-2111
#593
สิงห์รถบรรทุก / ISUZU DEGA FVM เพลาหน้า-หลังใหญ่
30 มกราคม 2009, 12:02:47 ก่อนเที่ยง
ISUZU DEGA FVM เพลาหน้า-หลังใหญ่

รถบรรทุกสิบล้อเครื่องยนต์รุ่น 6HE1-TC 230 แรงม้า 7,127 ซีซี. เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ แรงบิดสูงสุดถึง 68 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,500 รอบต่อนาที(EEC Net)ระบบ IVES ออก แบบให้มีช่องทางเข้าของอากาศ 2 ทาง ทำให้ไอดีเกิดการหมุนวนอย่างมีพลัง จึงผสมผสานกับละอองน้ำมัน อย่างสมบูรณ์แบบ จุดระเบิดได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงระบบ TICS ควบ คุมจังหวะและปริมาณการฉีดจ่ายน้ำมันให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานของเครื่อง ยนต์ เพลาหน้า-หลัง ขนาดใหญ่ขึ้น รับน้ำหนักมากขึ้น โดยเพลาหน้ารับน้ำหนักได้ถึง 6,500 กก. เพลาหลังรับน้ำหนักได้ถึง21,000 กก. เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก ได้มากกว่า แกร่งทนทานเหนือชั้นกว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม: บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทรศัพท์: 02-966-2111
#594
สิงห์รถบรรทุก / NISSAN CWM454M สองเพลาใหญ่
30 มกราคม 2009, 12:00:44 ก่อนเที่ยง
NISSAN CWM454M สองเพลาใหญ่

นิสสัน ยูดี CWM454M รถบรรทุกสิบล้อเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ แถวเรียง เทอร์โบ-อินเตอร์คูลเลอร์ ไดเร็คอินเจคชั่น ระบายความร้อนด้วยน้ำ 320 แรงม้า ที่ 2,100 รอบต่อนาที นุ่มนวลด้วย 6 ระบบเกียร์เดินหน้า 1 เกียร์ถอยหลัง เกียร์ 2-6 แบบซิงโครเมซ และที่น่าสนใจของรถคนนี้คือ เพลาหน้า แบบรีเวอร์ส เอเรียต  ไอ-บีม เพลาหลัง แบบเบนโจเพลาลอย แทนเดมขับเคลื่อน 2 เพลาคู่พร้อมดิฟล็อค ใช้เฟรมเหล็ก C แบบขั้นบันได  น้ำหนักบรรทุกรวมสูงสุด 26,000 กก. ระบบเบรก ลมดันไฮดรอลิค พร้อมวงจรคู่นิรภัย

รายละเอียดเพิ่มเติม: นิสสันดีเซล (ประเทศไทย)จำกัด
โทรศัพท์ 02-5672888

www.nissandiesel.co.th
#595
ISUZU DECA GXZ หัวลาก ขุมพลังใหม่ 360 แรงม้า

อีซูซุ แบรนด์ขึ้นชื่ออันดับต้นๆของเมืองไทย นำรถหัวลาก 10 ล้อ รุ่น DECA GXZ บุกตลาดไทย ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่น 6UZ1-TCC 360 แรงม้า VGS Turbo ให้แรงบิดสูงสุดถึง 1,422 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,400 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิมถึง7.2% ระบบเกียร์ ZF สำหรับ รถบรรทุกจากประเทศเยอรมนี พร้อมเฟืองท้ายขนาดใหญ่ ให้อัตราทดเกียร์สูงในทุกการเร่ง แซสซีส์ออกแบบใหม่ใหญ่กว่าเดิม รองรับการบรรทุกหนัก ระบบเบรกลมล้วน Full Air Brake พร้อมหม้อลมเบรกแบบ Taper Roller Type หัวเก๋งปรับโฉมใหม่ สามารถยกขึ้นลงด้วยระบบไฟฟ้า

รายละเอียดเพิ่มเติม : บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทรศัพท์. 02-966-2111
#596
สิงห์รถบรรทุก / ISUZU DECA FVZ รถบรรทุก 2 เพลาใหญ่
29 มกราคม 2009, 11:56:41 หลังเที่ยง
ISUZU DECA FVZ รถบรรทุก 2 เพลาใหญ่

อีซูซุ เดคก้า รุ่น FVZ รถบรรทุก 10 ล้อ เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่น 6HK1-TCS กำลังเครื่อง 300 แรงม้า VGS Turbo ให้แรงบิดสูงสุดถึง 980 นิวตัน-เมตรที่ 1,450 รอบ/นาที เหมาะสำหรับงานขนส่งที่ต้องการกำลังและความรวดเร็วสูง  ระบบเกียร์ ZF มี 2 เพลาขนาดใหญ่ อีกทั้งเฟืองท้ายพิเศษ 18.5 นิ้ว ที่ให้อัตราทดเกียร์สูงในทุกอัตราการเร่ง แชสซีส์ออกแบบใหม่ แข็งแกร่งกว่าเดิม ระบบเบรกแบบลมล้วน Full Air Brake พร้อมหม้อลมเบรกแบบ Taper Roller Type

รายละเอียดเพิ่มเติม : บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทรศัพท์. 02-966-2111
#597
สิงห์รถบรรทุก / ทาทา-แดวู รถบรรทุกพลัง LPG
29 มกราคม 2009, 11:56:00 หลังเที่ยง
ทาทา-แดวู รถบรรทุกพลัง LPG

ทาทา แดวู ในเครือทาทา มอเตอร์ส ร่วมมือ พันธมิตร ผลิตรถบรรทุกรุ่น 'โนวัส' (Novus) ที่มีขนาดบรรทุก 4.5 ตัน ติดเครื่องยนต์แอลพีจีขนาด 5.9 ลิตร 240 แรงม้า ใช้เทคโนโลยีหัวฉีด Liquid Phase Injection (LPLi) ทำให้มลพิษลดลงตามมาตรฐานยูโร-4 ลบข้อจำกัดของรถที่ใช้เครื่องยนต์แอลพีจีและดีเซลที่มักมีปัญหากำลังเครื่อง ยนต์ต่ำและปัญหาในการสตาร์ทเมื่ออากาศหนาว นอกจากนี้ รถรุ่นโนวัสยังปล่อยไอเสียน้อยกว่า เสียงเครื่องยนต์เบากว่า และเครื่องยนต์มีอายุยืนยาวกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปอีกด้วย
#598
NISSAN UD CWM454HTNA 350 แรงม้าสองเพลาใหญ่

นิ สสัน ยูดี ค่ายที่ติดอันดับความนิยม คราวนี้จับหัวลากคุณภาพ ที่มีหัวใจเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ 6 สูบ แถวเรียง เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ไดเร็คอินเจกชั่น ระบายความร้อนด้วยน้ำ 350 แรงม้า ที่ 2,100 รอบ/นาที นุ่มนวลกับ 7 เกียร์เดินหน้า โดยเกียร์ 2-7 เป็นแบบซิงโครเมช  น้ำหนักบรรทุกรวมลากจูง 50,500 กก.(GCM) ใช้เฟรมเหล็กรูปตัว C แบบชั้นบันไดทนทาน ที่ต้องจับตามอง คือ เพลาหน้า แบบรีเวอร์ส เอลเลียด ได-บีม สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 6,500 กก. เพลาหลัง แบบเบนโจเพลาลอย แบบแทนตั้มขับเคลื่อนล้อคู่ พร้อมดิฟล็อก รับน้ำหนักได้ 26,000 กก. ระบบเบรกแบบลมสมบูรณ์แบบ พร้อมวงจรคู่นิรภัย ชนิดลมควบคุมการทำงานสปริงเบรก ทำงานโดยวาล์ว อีกทั้งหัวเก๋งปรับโฉมพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสุดไฮเทค

รายละเอียดเพิ่มเติม: นิสสันดีเซล (ประเทศไทย)จำกัด

โทรศัพท์ 02-5672888 www.nissandiesel.co.th
#599
สิงห์รถบรรทุก / HINO GY2P Series S 12 ล้อมาตรฐานยูโร 3
29 มกราคม 2009, 11:53:58 หลังเที่ยง
HINO GY2P Series S 12 ล้อมาตรฐานยูโร 3

ฮีโน่ค่ายใหญ่เมืองไทย ส่ง Hino GY2P Series S 12 ล้อ มาตรฐานยูโร 3 เข้ากระทุ้งตลาดย้ำความสำเร็จ ที่มากับเครื่อง P11C-UV ดีเซล 4 จังหวะ 6 สูบ เรียงตั้งตรง โอเวอร์เฮดวาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ 380 แรงม้า ที่ 2,100 รอบ/นาที ระบบการจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น แบบคอมมอนเรล ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เบรกแบบ ลมดันไฮโดรลิค 2 วงจรอิสระ ประกอบด้วยก้ามเบรคแบบตัวนำและตัวตามกระทำทุกล้อ แชสซีขนาดใหญ่ยาว ขึ้นรูปชิ้นเดียว ราคาแบบไม่มี PTO ประมาณ 2,570,000 บาท และแบบมี PTO ประมาณ 2,610,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลล์(ประเทศไทย)จำกัด

โทรศัพท์ 02-900-5000  www.hinothailand.com
#600
Scania P 380 LA6x2MNA ระบบถุงลมสำหรับใช้งานหนัก

กับค่าย สแกนเนีย ที่มีการพัฒนานวตกรรมเข้ามาตอบโจทย์การขนส่งอย่างต่อเนื่อง คราวนี้ขุมพลังมากับรุ่น DC12 17 (ยูโร3) 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ ควบคุมการจ่ายน้ำมันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ "Unit injector" 380 แรงม้า ที่ 1,900 รอบ/นาที เกียร์ GRS890 แบบเกียร์สปิตเตอร์ 12 เดินหน้า 2 ถอยหลัง ระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ Opticruise ระบบเบรกลมล้วน 3 วงจรอิสระ สำหรับล้อหน้า ล้อหลัง และเบรกจอด ดิสก์เบรก ควบคุมด้วย "EBS"เหนือ ระดับ ที่สำคัญอยู่ที่ระบบช่วงล่าง เพลาหน้า แบบพาราโบลิคสปริง พร้อมกันโครงหน้า เพลาหลัง แบบถุงลม สำหรับใช้งานหนัก ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ "ELC"

รายละเอียดเพิ่มเติม: บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด โทรศัพท์.02-5159600