• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Danny

#631
ห้องพูดคุย / ภาพรถบางส่วนจากงาน Motor Expo 2008
04 ธันวาคม 2008, 02:00:06 ก่อนเที่ยง








































#633
ถามช่าง / Re: เครื่องยนต์ 4BG1
21 พฤศจิกายน 2008, 05:10:58 หลังเที่ยง
4-Cycle, Water Cooled, Direct Injection, 4329CC (4.3L,264.2cu.in.)
แรงม้าก็มีตามนี้ครับ
55.2HP
64HP/1800RPM
78-89HP/2500RPM
125HP/3000RPM

ที่มา http://www.isuzu.co.jp/world/product/industrial/b_spe01.html
#635
พายเรือแคนู  กระบี่


บนยอดผาสูง ริมฝั่งโขง


น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น กาญจนบุรี


เกาะปอดะ กระบี่


สะพานพระราม8 กรุงเทพฯ


ยามเช้า  ภูกระดึง


เกาะอาดังราวี สตูล


ทะเลดอกไม้ พิษณุโลก


























#636
ตะลอนทัวร์ / วิว อ.ปาย จ. แม่ฮ่องสอน ^^
21 พฤศจิกายน 2008, 12:59:31 ก่อนเที่ยง

มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย จ. แม่ฮ่องสอน


ทิวทรรศ์ก่อนถึงตัวเมือง


เป็นวิวที่แถวจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นไปดูตอนบ่ายนะครับ


ทะเลหมอกครับ


ปายยามเช้า


อากาศตอนเช้า มีหมอกลงหนามาก อากาศหนา  ๆ ความรู้สึกดี ๆ ท่ามกลางภาวะแวดล้อมแบบปาย


วิวแม่น้ำปาย และภูเขาสูงๆ กั้นชายแดนไทย-พม่า


Ting Tong Bar บาร์เก๋ๆ ที่ปาย อยู่บนถนนหลัก ใกล้ปั้ม ไม่ไกลจากตัวเมือง


ถนนคนเดินปาย


ร้านกาแฟ coffee in love คุ้นๆใช่ไหม ร้านนี้ ^^


เมื่อคุณได้เห็นภาพพวกนี้แล้วคุณจะยังอยากไปเที่ยวเมืองนอกกันอีกไหม
#637
สิงห์รถบรรทุก / Truck อาร์ทตัวพ่อ
21 พฤศจิกายน 2008, 12:35:13 ก่อนเที่ยง






































































#638
ข่าวและสาระน่ารู้ในวงการ / THE TRUCK KING OF DIESEL THAILAND 2008
20 พฤศจิกายน 2008, 06:09:22 หลังเที่ยง
นอกจากจะมีรายการจัดอันดับรถกระบะดีเซลที่เร็วที่สุดในประเทศไทยแล้ว
ในปีนี้เรายังได้มีกิจกรรมดีๆ ให้เพื่อนๆ ได้มีส่วนร่วมกันในงานนี้
อย่าง THE TRUCK DAY ที่รวมไว้ซึ่งความเป็นที่สุด อาทิ

การร่วมสร้างสถิติการรวมกลุ่มคนรักกระบะที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีในประเทศไทย
การรวมตัวกันมามิตติ้งของทาง CAR CLUB แต่ละคลับในวันนี้ พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกกัน และรับของรางวัลติดมือกันไป
การร่วมออกบูธตลาดนัดมือ 2 ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน
การร่วมสนุกไปกับ PRETTY สาวสวยที่จะมาโชว์ลีลาเด็ดๆ ให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน


ฟรี..! จองพื้นที่ตลาดนัดมือ 2 ได้ที่ โทร. 08-7088-0080 คุณนุ
ฟรี..! ตัวแทน CLUB ต่างๆ ติดต่อเข้าร่วมกิจกรรม CAR CLUB ได้ที่ โทร. 08-1364-3407 คุณฉัน



ข้อมูลจาก RCWEB.NET
#639
ข่าวและสาระน่ารู้ในวงการ / The Best Of Truck Challenge 2008
20 พฤศจิกายน 2008, 05:42:36 หลังเที่ยง
The Best Of Truck Challenge 2008
ค้นหาสุดยอดของรถกระบะในรูปแบบทางตรง 402 เมตร
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา 8.00 – 21.00น.
ณ. สนามบินพาณิชย์ จ.ราชบุรี

รางวัลที่ 1 รับเงินรางวัล 40 % ของยอดสมัครในแต่ละรุ่น
รางวัลที่ 2 รับเงินรางวัล 20 % ของยอดสมัครในแต่ละรุ่น
รางวัลที่ 3 รับเงินรางวัล 10 % ของยอดสมัครในแต่ละรุ่น

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 13 รุ่น ดังนี้
1. The Best Of Time X.13 ค่าสมัคร 100
2. The Best Of Bracket 18 Sec. ค่าสมัคร 300
3. The Best Of Bracket 20 Sec. ค่าสมัคร 300
4. The Best Of Direct Junior ค่าสมัคร 800
5. The Best Of Direct Pro ค่าสมัคร 800
6. The Best Of Swirl Junior ค่าสมัคร 800
7. The Best Of Swirl Pro ค่าสมัคร 800
COMMONRAIL ONLY
8. The Best Of ISUZU & CHEVY ค่าสมัคร 800
9. The Best Of VIGO & MAZDA ค่าสมัคร 800
10. The Best Of TRITON & NAVARA ค่าสมัคร 800
11. The Best Of LPG ค่าสมัคร 800
12. The Best Of JZ Turbo Standard ค่าสมัคร 800
13. The Best Of Street Gassoline ค่าสมัคร 1,000

กติกาของทุกรุ่น
- รถในแต่ละรุ่นต้องไม่ตัดไม่ย่นบอดี้
- ห้ามฉีดไนตรัส
- ในรุ่น The best of Time และ Bracket รถเก๋งสามารถวิ่งได้
- ตำแหน่งของเครื่องยนต์ต้องอยู่ที่แท่นเดิม
- กระจกต้องครบ
- ฝากระบะท้ายมี – ไม่มีก็ได้
- ไม่จำกัดตำแหน่งหม้อน้ำ
- ห้ามหน้ายางกว้างเกิน 275 , ยาง Drag Slick (รุ่น Gassoline ใช้ยางอะไรก็ได้)
- ในรุ่น JZ ใช้กล่องอะไรก็ได้ขอเพียงเป็น Turbo ในรูปแบบเดิม
- ในรุ่น Junior บังคับใบหน้าของ Turbo ไม่เกิน 48 mm

กฎการแข่งขัน
- เปิดรับสมัครและตรวจสภาพ 8.00 น. – 12.00 น.
- ให้ Test Run ถึงเวลา 12.00 น. เริ่มการแข่งขันรุ่นแรกเวลา 12.30 น.
- ในแต่ละรุ่นให้วิ่งคันละ 2 เที่ยว เพื่อเอาที่ 1-4 มาหาอันดับที่ 1
- ในแต่ละรุ่นต้องมีรถสมัครอย่างน้อย 6 คัน
- ในรุ่น COMMONRAIL จะเอาที่ 1 ของแต่ละยี่ห้อมาหา SUPER COMMONRAIL เพื่อรับถ้วยใหญ่อีก 1 ครั้ง


ติดต่อสอบถามได้ที่ JO 081-9198782

ข้อมูลจาก RCWEB.NET
#640
หลังการแถลงข่าวเปิดตัวรถ "นาวารา คาริเบอร์" รถปิกอัพแบบขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงตามสไตล์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อเพิ่มรายการขายใหม่ให้กับ นาวารา นิสสันได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์พิเศษ โคจิ โอคูดะ รองผู้จัดการใหญ่ อาวุโส ฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งผู้จัดการมอเตอริ่ง รวบรวมบทสัมภาษณ์มานำเสนอ

       -ทำไมถึงส่งคาริเบอร์ในช่วงนี้?
       
       เนื่องจากตลาดรถปิกอัพ ขับ 2 ยกสูง มีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ในปี 2007และ 2008 จากเดิมในปี 2006 ที่มียอดสัดส่วนการขายเพียง 8% เท่านั้น ขณะที่ก่อนหน้านี้ นิสสันยังไม่มีรถในประเภทนี้อยู่ในไลน์การขาย ดังนั้นเราจึงเปิดตัว เพื่อจะช่วยดันยอดขายให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าการจำหน่ายเฉพาะรุ่น คาริเบอร์นี้ไว้จำนวน 3,000 คันต่อปี
       
       -ทำไมจึงเลือก ติ๊ก เป็นพรีเซ็นเตอร์?
       
       ติ๊ก (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เคยขับนาวารามาแล้ว ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา และเขามีความชื่นชอบ พร้อมกับหน้าที่การงานในรายการเนวิเกเตอร์ที่ตรงกับบุคลิกของรถรุ่น คาริเบอร์ ซึ่งเป็นลักษณะของการขับขี่ทั้งในเมือง และลุยเข้าป่าได้ไม่แตกต่างกัน เราจึงเลือกเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับนิสสัน นาวารา คาริเบอร์
       
       -เป้ายอดขายทั้งปี?
       
       ยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ไม่ดี เห็นได้จากสถานการณ์หลายๆ อย่างมีผลกระทบต่อยอดขาย สำหรับนินสันยังมีอีกหลายเดือนที่ต้องรอดูต่อไป เนื่องจากนิสสันไม่ได้นับตามปีปฏิทิน แต่จะนับสิ้นสุดปีในเดือนเมษายน ยังมีความคาดหวังว่า 5 เดือนที่เหลือจะสามารถดันยอดขายขึ้นไปอีกได้ ประกอบกับสถานการณ์น้ำมันราคาน้ำมันลดลงช่วยส่งผลดีต่อตลาดรถ ส่วนตัวเลขยังระบุไม่ได้ในเวลานี้



       -วิกฤตเศรษฐกิจกระทบบ้างไหม?
       
       เรามีสัดส่วนการผลิตประมาณ 50-50 ระหว่างการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ซึ่งวิกฤตเกิดขึ้นในอเมริกา และยุโรป แต่เราส่งไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จึงยังไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ ส่วนเรื่องสต็อกมีการจัดการตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้วไม่น่าเป็นห่วง
       เรามีการลดกำลังการผลิตลงตามสัดส่วนการลดลงของตลาด ส่วนการคาดยอดขายปีหน้า ตอบยากเพราะสถาณการณ์เปลี่ยนแปลงตลอด ในส่วนของนิสสันคงไม่มีอะไรกังวลมาก สำหรับรถแบบพีพีวี กำลังอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล
       
       -ความคืบหน้าโครงการอีโคคาร์
       
       อย่าง ที่ทราบกัน นิสสันเข้าโครงการนี้ และยังคงเดินหน้าทำอย่างต่อเนื่อง ส่วน อี85 กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นกับนโยบายของภาครัฐ ที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน กลัวความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน ผันแปรของราคาน้ำมัน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
#641
สองค่ายแดน น้ำหอม "เปอโยต์-ซีตรอง"เสริมไลน์โปรดักส์ โดยค่ายแรกเปิดตัว "206" เก๋งเล็กรุ่นเก่าที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มีให้เลือกทั้งรุ่นธรรมดาและตกแต่งแบบสปอร์ต RC Line เคาะราคาเริ่มต้น 7.59 แสนบาท ส่วนค่ายหลังแหวกแนวทำตลาดรถตู้ 11 ที่นั่ง "จัมเปอร์"ชูความหรูที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 และ 3.0 ลิตร ขณะที่ตัวถังมีทั้งฐานล้อยาว-หลังคาสูง ราคาตั้งแต่ 1.59-2.49 ล้านบาท
       


       แม้ในฝรั่งเศส เปอโยต์-ซีตรอง จะรวมกลุ่มภายใต้ชื่อ PSA แต่สำหรับประเทศไทย ทั้งสองค่ายแยกกันทำตลาดอย่างชัดเจน(ยิ่งขึ้น) เมื่อค่ายสิงห์ผยองฉีกพ้นร่มเงาออกมาจากกลุ่มยนตรกิจ
       
       เปอโยต์ ภายใต้การนำของ "พลกฤษณ์ ลีนุตพงษ์" ดูจะมีอิสระเต็มที่ในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโปรดักส์เข้ามาทำตลาด ส่วนงานขายและบริการหลังการขาย นอกจากจะทำโดย บริษัท ยูโรเปียน มอเตอร์ คาร์ส จำกัด (สุขาภิบาล3) ที่ตัวเองถือตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแล้ว ยังมีช่องทางผ่าน "เปอโยต์รามอินทรา" ที่บริหารงานโดยผู้น้อง "พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์"



       ล่าสุดตัดสินใจปลุกซาก "เปอโยต์ 206" ซับ-คอมแพกต์ที่จริงๆบริษัทแม่เลิกทำตลาดไปแล้ว เพราะรุ่นนี้ถูกอัพขึ้นเป็นโมเดลใหม่ 207 ดังนั้นจะเหลือเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังคงขาย 206 อยู่ รวมถึงมาเลเซียที่ ยูโรเปียน มอเตอร์ คาร์ส ติดต่อนำเข้ามา
       
       เปอ โยต์ 206 มากับรูปลักษณ์กะทัดรัด พร้อมไฟหน้าฮาโลเจนอยู่ในโคมทรงหยดน้ำ พร้อมไฟตัดหมอกรูปไข่ที่สเกิร์ตหน้า ขณะเดียวกันยังเสริมรุ่น RC Line ตกแต่งสไตล์สปอร์ต ทั้งสปอยเลอร์กันชนหน้า ช่องดักลมสเตนเลสบนฝากระโปรงหน้า รวมถึงช่องระบายความร้อนจากเครื่องยนต์แบบรังผึ้งสเตนเลส ขณะที่ล้อแม็คอัลลอยด์ 17 นิ้วมีให้เลือกทั้งแบบ Silver และ Titanium พร้อมป้ายโลโก้ RC Line
       
       ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยสูงสุด เบาะนั่งด้านหน้าสามารถปรับขึ้นลงสูงต่ำได้ เบาะนั่งด้านหลังพับและถอดได้ตามต้องการเพื่อการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ พวงมาลัยเพาเวอร์ พร้อมระบบ Immobiliser ควบคุมการสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบเซ็นทรัลล็อคควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบ One touch ด้านผู้ขับ



       เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,400 ซีซี รหัส TU 3 JP ให้กำลังสูงสุด 75 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ควบคุมด้วยสมองกลอัจฉริยะ ปรับจังหวะการทำงานตามพฤติกรรมผู้ขับ ทั้งยังเสริมด้วยระบบ Porsche Tiptronic System ที่ปรับเล่นเป็นเกียร์ธรรมดาได้
       
       ความปลอดภัยเพียบด้วย ตัวถังนิรภัย คานเหล็กนิรภัยพร้อมวัสดุซับแรงกระแทกที่ประตูคู่หน้า ถุงลมนิรภัยพร้อม เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ รวมถึงดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อนและดรัมเบรกหลัง เสริมด้วย ABS แบบ 4 เซ็นเซอร์ ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA พร้อมระบบไฟฉุกเฉินทำงานอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน
       
       เปอโยต์เตรียมนำ 206 ไปเปิดตัวกับสาธารณะชนในงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25" หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2008ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ปลายเดือนนี้ โดยสนนราคาเริ่มต้น 759,000 บาท



       ด้านซีตรอง ที่เรามักคุ้นกับความโดดเด่นด้านดีไซน์ พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ในรถตระกูล C ทั้งหลาย แต่วันนี้ค่ายจ่ามงกุฎ ฉีกแนวหันมาทำตลาดรถตู้"จัมเปอร์"
       
       ซีตรอง จัมเปอร์ เป็นรถเอนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ตอบสนองการใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งการเป็นรถสำหรับผู้บริหารและรถครอบครัว อันโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอก และการตกแต่งภายในที่หรูหรา ขณะเดียวกันถ้าลูกค้าอยากได้ออปชั่นใดเพิ่มเติมก็สั่งได้ไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
       
       ขุมพลัง HDI ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ มากับ 2 ทางเลือก ขนาด 2.2 ลิตร 120 แรงม้า มีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 12.05 กม./ลิตร และขนาด 3.0 ลิตร 160 แรงม้า มีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 11.63 กม./ลิตร โดยทั้งสองเครื่องยนต์ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด



       สำหรับจัมเปอร์ มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ตามเครื่องยนต์และขนาดตัวถัง โดยเครื่องยนต์ 2.2 HDi ในรุ่น L1H1 ราคา 1.59 ล้านบาท และ L2H1 มีสองรุ่นราคา1.99 กับ 2.19 ล้านบาท(รุ่นพิเศษ) ขณะที่เครื่องยนต์ 3.0 HDi รุ่น L2H2 (ยาวสุด-สูงสุด) ราคา 2.49 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะได้การรับประกัน 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
       
       ทั้ง นี้ บริษัท ยนตรกิจ ออโต เซ็นเตอร์ จำกัด ในเครือยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซีตรอง ตั้งเป้าขายปีแรกไว้ 100 คัน และจะนำ "จัมเปอร์" ไปอวดโฉมพร้อมขายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายเดือนนี้เช่นกัน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
#642


งาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25" หรือ "The 25th Thailand International Motor Expo 2008" ซึ่งจะมีขึ้น ณ อาคาร ชาลเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2551 นี้ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 41 ยี่ห้อ ยิ่งไปกว่านั้นภายในงานยังคงกิจกรรมต่างๆ ไว้เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา และพิเศษสุดเริ่มปีนี้เป็นปีแรก มอเตอร์ เอกซ์โป อินฟอร์เมชัน เซนเตอร์ จุดบริการข้อมูลด้านรถยนต์ สำหรับผู้เข้าชมงาน ไม่ว่าจะเปรียบเทียบราคา ขอทราบรุ่นรถ หรือแม้แต่มีงบประมาณเท่านี้มีรถอะไรอยู่บ้าง ก็สามารถทำได้
       


       นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า "นับเป็นความสำเร็จของการจัดงานอย่างต่อเนื่องตลอด 25 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกต่างๆ ของบ้านเราส่งผลให้เกิดผลกระทบในหลายๆ ด้าน แต่งานมหกรรมยานยนต์ยังคงได้รับความไว้วางใจจากรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ที่พร้อมใจเข้าร่วมแสดงนวัตกรรมอย่างพร้อมเพรียงถึง 41 ยี่ห้อ ยืนยันถึงความสำเร็จในการจัดงานได้เป็นอย่างดี"
       
       นอกจากนั้น ยังมีการนำรถต้นแบบที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานมาแสดงในงานอีกหลายคัน อาทิ เช่น FORD RANGER MAX รถแนวคิด สไตล์ กระบะ ออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร , COBRA INTERNATIONAL SCUDERIA BIZZARRINI P538 (คอบรา อินเตอร์เนชันแนล เผยโฉม สกูเดรีอา บิตซ์ซารีนี พี 538) ปลุกตำนานซูเพอร์คาร์โลก ที่โด่งดังในอดีต โดยได้รับการ "รีดีไซจ์น" ใหม่หมด ล้ำยุค วางโครงสร้างของรถรุ่นนี้ให้เป็นแบบ คาร์บอนไฟเบอร์ โมโนคอค เครื่องยนต์เบนซิน วี 8 สูบ 7.0 ลิตร กำลังสูงสุด 500 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ,



       CHEVROLET VOLT ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ พลัก-อิน (PLUG-IN) โพรดัคชันคาร์ คันแรก ที่มีพิสัยการใช้งานใกล้เคียงรถยนต์ทั่วไป ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า , HYUNDAI I 10 SUPER BLUE CNG เครื่องยนต์ขนาดเล็ก มลพิษต่ำ , MAZDA TAIKI รถสปอร์ทในอนาคตของค่ายมาซดา โดยนำทีมเกี่ยวกับ "ความเคลื่อนไหว" มาขยายผลเพื่อสร้างรูปลักษณ์ใหม่ที่ชวนตื่นตา สะท้อนให้เห็นภาพของชั้นบรรยากาศผู้แสนดีที่ห่อหุ้มโลกเอาไว้ , MITSUBISHI I-MIEV รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด แม้มีขนาดตัวรถเล็กจิ๋วแต่ห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอ , PEUGEOT SPIDER 207 รถต้นแบบ 3 ล้อ โครงสร้างแบบท่อ (TUBULAR CHASSIS) พร้อมแป้นควบคุมเกียร์บนพวงมาลัย , SUZUKI KIZASHI 2 ซีดานขนาดกลาง ต้นแบบของยนตรกรรมอนาคตภายใต้นิยาม "ไม่มีถนนสายใดที่ไกลเกินจะไปถึง" แนวคิดเพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และชะลอการเกิดภาวะโลกร้อน ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด



       นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น MOTOR EXPO SMART PRETTY 2008 • ฝึกทักษะ และลองนั่งรถ 4x4 • THE 9th MOTOR EXPO DESIGN AWARD 2008 • ซื้อรถ ชิงรถ / ซื้อบัตร ชิงรถ / SMS ชิงรถ / ซื้อสินค้า ชิงเรือ NAVIGATOR • สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย • MOTOR SPORT 2008 • ลานแสดงศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทย • ศิลปินน้อย MOTOR EXPO • มหกรรมรถมือสอง • CAR STEREO ALLEY & ACTIVITIES • วันละคลับ สำหรับคนรักรถ


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
#643
SAFETY TIP เมื่อรถใช้แก๊สเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อรถใช้แก๊สเกิดอุบัติเหตุ

1. อุบัติเหตุจากการชน

- จอดรถ ดึงเบรคมือ เปิดกระจกรถ

- ปิดสวิทช์กุญแจ และดึงกุญญแจออกจากสวิทช์กกุญแจ

- ลงจากรถนำของมีค่า และถังดับเพลิง (ถ้ามี) ออกมาด้วย

- เปิดฝากระโปรงหน้า และหลัง เพื่อสังเกตุดูอาการผิดปกติ

- ( กรณีเป็นถังรุ่นวาวล์เขียว แดง ธรรมดา แบบใช้มือหมุน ) ให้ปิดวาวล์มือหมุนที่ถังแก๊ส แล้วเปิดฝากระโปรงท้าย

(ถ้าปิดวาล์วไม่ได้ให้ปฎิบัติหัวข้อต่อไป)

* ในกรณีที่เป็นถังแก๊สที่ใช้มัลติวาวล์โทมาเซทโต้ อิตาลี ( TOMASETTO, ITALY) ไม่จำเป็นต้องปิด วาวล์ด้วยตนเอง เพราะมัลติวาวล์จะปิดวาวล์เองโดยอัตโนมัติทันทีที่ปิดสวิทช์กุญแจเครื่อง ยนต์ (หากเป็นกรณีต่อวงจรของสวิทช์แก๊สผ่านวงจรสวิทช์กุญแจรถยนต์ – IGN )

- ดึงฟิวส์ของระบบแก๊ส ข้างแบตเตอรี่ออก เพื่อตัดการทำงานของระบบแก๊ส

- หากมีกลิ่นแก๊สหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ให้รีบออกห่างพอสังเกตุเห็นได้

- หากมีเพลิงไหม้ให้รีบดับเพลิงที่ต้นเพลิงทันที หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน

- หลังเกิดอุบัติเหตุ ก่อนจะใช้รถ ยนต์ ด้วยระบบแก๊สอีก ควรนำรถของท่านเข้ารับการตรวจเช็คจากช่างผู้มีความ ชำนาญ
ในระบบแก๊สก่อน

2. อุบัติเหตุจากการกระแทกช่วงล่างหรือใต้ท้องรถยนต์

- จอดรถ ดึงเบรคมือ ดับเครื่องยนต์ แล้วดึงกุญแจอออก

- ลงจากรถพร้อมสังเกตุกลิ่นรั่วของเชื้อเพลิงทั้งสองชนิด (ทั้งแก๊ส และ น้ำมัน) แล้วรีบปิดวาล์วมือหมุนถังแก๊ส(กรณีใช้ถังวาวล์มือ
หมุนแบบธรรมดา)

* ในกรณีที่เป็นถังแก๊สที่ใช้มัลติวาวล์โทมาเซทโต้ อิตาลี ( TOMASETTO, ITALY) ไม่จำเป็นต้องปิด วาวล์ด้วยตนเอง เพราะมัลติวาวล์จะปิดวาวล์เองโดยอัตโนมัติทันทีที่ปิดสวิทช์กุญแจเครื่อง ยนต์ (หากเป็นกรณีต่อวงจรของสวิทช์แก๊สผ่านวงจรสวิทช์กุญแจรถยนต์ – IGN )

- ถ้าเชื้อเพลิงรั่วให้แจ้งเหตุฉุกเฉิน และไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์อีก เพราะอาจเกิดเพลิงลุกไหม้ได้

- ให้สังเกตกลิ่นเชื้อเพลิงรั่วประมาณ 5 นาที

- ถ้าไม่มีกลิ่นเชื้อเพลิงรั่วให้ทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์ (ปกติระบบจะสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมัน ด้วยตัวระบบ อยู่แล้วทุกครั้ง) สังเกตกลิ่นอีกครั้ง ประมาณ 3 นาที

- ทดลองเปิดวาวล์ที่ถังแก๊ส แล้วสวิทช์เข้าระบบแก๊ส สังเกตกลิ่นแก๊สอีกครั้ง ถ้าไม่มีกลิ่นผิดปกติ ก็ขับ ต่อไปได้ แต่ถ้ายังมีกลิ่นแก๊สอยู่ ให้ยกเลิกระบบแก๊ส แล้วขับด้วยระบบน้ำมันแทน (ควรนำรถของท่านเข้า ศูนย์บริการรถยนต์และศูนย์บริการแก๊สรถยนต์โดยเร็ว)

การดูแลรักษารถยนต์ใช้แก๊ส

1. ตรวจเช็ครถตามระยะกำหนดของรถรุ่นนั้นๆ

- น้ำหล่อเย็น - ควรใช้น้ำยาหล่อเย็นตามคู่มือกำหนด

2. น้ำมันเครื่อง - อาจเลือกใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบแก๊ส (LPG หรือ NGV) เป็นเชื้อเพลิง เช่น PTT PERFORMA สำหรับรถ Hybrid NGV/LPG

3. กรองอากาศ - ทำความสะอาดไส้กรองอากาศตามคู่มือกำหนด

4. ข้อต่อแก๊สทุกจุด - ตรวจการรั่วโดยใช้น้ำสบู่ หยอดที่ข้อต่อแก๊ส ทุกจุดที่สามารถทำได้เอง (ตรวจขณะเปิดใช้ระบบ แก๊ส)

5. ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงควรมีอยู่ในถังอย่างน้อย 1/4 ถัง เพื่อ

5.1. มีน้ำมันสำรองกรณีแก๊สหมด หรือระบบจ่ายแก๊สขัดข้อง

5.2. ช่วยลดการเกิดสนิมในถังน้ำมัน

5.3. ป้องกันปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหายในกรณีที่ระบบแก๊สนั้นไม่ได้ตัดการ ทำงานของปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

6. เข้ารับบริการตรวจเช็คระบบแก๊ส ตามระยะเวลาที่อู่ / ศูนย์ติดตั้งแก๊สนั้นๆกำหนด

7. ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมัน เพื่อให้สตาร์ทง่าย ลดอาการสั่นขณะสตาร์ทและหล่อเลี้ยงระบบเชื้อเพลิง (ระบบแก๊สส่วนใหญ่ จะสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้งด้วยน้ำมันอยู่แล้ว)

8. การดับเครื่องยนต์ ควรดับด้วยระบบน้ำมันบ้างในบางวัน เพื่อให้น้ำมันเข้าสู่ระบบต่างๆ เช่นหัวฉีดน้ำมัน, กระบอกสูบ,
ห้องเผาไหม้ ฯลฯ เพื่อไม่ให้ห้องเผาไหม้แห้งจนเกินไป ( แนะนำอย่างยิ่งให้ปฏิบัติดังกล่าวในกรณีที่ท่านจะต้องจอดรถ หรือไม่ ใช้
รถเป็นเวลานานหลายๆวัน)

9. ควรเติมแก๊สจากสถานีบริการที่มีมาตรฐาน (อาจมีสิ่งปลอมปนได้ในปั๊มแก๊สที่ไม่ได้มาตรฐาน)

10. หากไม่ใช้รถยนต์เป็นเวลานานหลายวัน ควรปิดวาล์วมือหมุนที่ถังแก๊ส เพื่อป้องกันแก๊สรั่วในกรณีที่ระบบวาล์วไฟฟ้าที่จุดอื่น
บกพร่อง

" ทั้งหมดนี้เป็นการดูแลรักษารถยนต์ใช้แก๊สด้วยวิธีง่ายๆ ทุกท่านสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อความปลอดภัยของท่าน และเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ และระบบ Gas ในรถของท่านได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ. "
#644
ทาทา แดวู ในเครือทาทา มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถบรรทุกที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จในการพัฒนารถบรรทุกต้นแบบขนาดกลางที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซหุง ต้ม (แอลพีจี) เป็นรุ่นแรกของประเทศ การพัฒนารถรุ่นดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงานของเกาหลีใต้ รวมถึง บริษัท โคเรีย เอเนอร์จี แมเนจเมนท์ และองค์กรอื่นๆ อีก 12 องค์กร



       สำหรับ รถบรรทุกรุ่น 'โนวัส' (Novus) ขนาดบรรทุก 4.5 ตัน ใช้เครื่องยนต์แอลพีจีขนาด 5.9 ลิตร 240 แรงม้า เทคโนโลยีหัวฉีด Liquid Phase Injection (LPLi) ทำให้มลพิษลดลงตามมาตรฐานยูโร-4 ลบข้อจำกัดของรถที่ใช้เครื่องยนต์แอลพีจีและดีเซลที่มักมีปัญหากำลังเครื่อง ยนต์ต่ำและปัญหาในการสตาร์ทเมื่ออากาศหนาว นอกจากนี้ รถรุ่นโนวัสยังปล่อยไอเสียน้อยกว่า เสียงเครื่องยนต์เบากว่า และเครื่องยนต์มีอายุยืนยาวกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปอีกด้วย
       
       รถต้นแบบรุ่นดังกล่าวถูกนำออกแสดงในงานเวิลด์ แอลพีจี ฟอรัม ครั้งที่ 21 ที่กรุงโซล และงานกุนซาน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ เอ็กซ์โป ทั้งนี้ งานเวิลด์ แอลพีจี ฟอรัม มุ่งส่งเสริมการใช้ก๊าซแอลพีจีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนและช่วย บรรเทาปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนจากภาวะโลกร้อน
       
       การพัฒนารถบรรทุกขนาดกลางที่ใช้ก๊าซแอลพีจี เป็นตัวอย่างหนึ่งของความมุ่งมั่นของทาทา แดวู ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานสะอาด ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้พัฒนารถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซีเอ็นจี และแอลเอ็นจี ซึ่งมีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำ โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา และการผลิต
#645
'อีซูซุ' เจ้าตลาดรถบรรทุกเมืองไทย จัดการเสริมไลน์รถบรรทุก 6 ล้อ ฟอร์เวิร์ด รุ่น FRR 210 แรงม้า และหัวลากรุ่น GVR 300 แรงม้า พร้อมปรับสมรรถนะครบทุกรุ่น ด้วยเครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล เพิ่มแรงม้า แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม



      โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าต้นปีที่ผ่านมาจะมีปัจจัยลบเกิดขึ้นหลายประการ จนทำให้ยอดขายรวมของตลาดรถบรรทุกขนาด 2 ตันขึ้นไปของประเทศไทย ลดลงจากปีที่แล้วถึง 15 % เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจด้านการขนส่งชะลอการซื้อรถใหม่เพื่อรอประเมิน สถานการณ์ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย อีซูซุในฐานะผู้นำรถบรรทุกระดับโลก และผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ของไทยจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความคุ้ม ค่าทางด้านธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม
       
       โดยอีซูซุเดคก้ารถบรรทุกและหัวลาก10 ล้อ รวมถึงฟอร์เวิร์ดรถบรรทุก6 ล้อ มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในทุกรายละเอียด ครบทุกรุ่นครบทุกไลน์ ทั้งขุมพลังคอมมอนเรลใหม่ เพิ่มแรงม้า แต่ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ทั้งยังผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 3 อีกด้วย
       
       - เดคก้าแทรกเตอร์ รุ่น GXZ รถหัวลาก 10 ล้อ 360 แรงม้า
       
       - เดคก้า รุ่น FXZ รถบรรทุก 10 ล้อ 2 เพลา ขนาดใหญ่พิเศษ 360 แรงม้า
       
       - เดคก้า รุ่น FVZ รถบรรทุก 10 ล้อ 2 เพลา ขนาดใหญ่ 300 แรงม้า และ 240 แรงม้า
       
       - เดคก้า รุ่น FVM รถบรรทุก 10 ล้อ เพลาเดียวขนาดใหญ่ 300 แรงม้า และ 240 แรงม้า
       
       - ฟอร์เวิร์ด รุ่น FTR รถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดใหญ่ 240 แรงม้า
       
       นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถมากขึ้นด้วย 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในเมืองไทยคือ อีซูซุ ฟอร์เวิร์ด รุ่น FRR รถบรรทุก 6 ล้อ 210 แรงม้า และฟอร์เวิร์ด แทรกเตอร์ รุ่น GVR รถหัวลาก 6 ล้อ 300 แรงม้า ซึ่งเป็นรถหัวลาก 6 ล้อแท้จากโรงงาน ไม่ดัดแปลง ให้ความมั่นสามารถตอบสนองการใช้งานลากพ่วงที่ต้องการความคล่องตัวสูง เช่น การลากพ่วงตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต
       
       "อีซูซุ ซูเปอร์ทรัค ซูเปอร์คอมมอนเรล ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการขนส่งยุคอนาคต ที่นอกจากสมรรถนะเป็นเยี้ยมแล้ว ยังออกแบบใหม่หมด ด้วยหัวเก๋งใหญ่ขึ้น ดีไซน์แบบ Advanced Cubical Form ที่ผสานความแข็งแกร่ง บึกบึน และให้อรรถประโยชน์ใช้สอยสูงสุด"
       
       นายชกกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีซูซุยังสานต่อโครงการ "อีซูซุ...คู่คิดมืออาชีพ" ไปอีกขั้นด้วยการจัดตั้งศูนย์อีซูซุเพื่อสนับสนุนโลจิสติกส์ หรือ Isuzu Logistics Support Center ด้วยความร่วมมือของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในการเพิ่มประสิทธิภาพการขน ส่งสินค้า เพื่อให้พร้อมสำหรับการสร้างมาตรฐานใหม่ของการประหยัดน้ำมันให้กับระบบการขน ส่งเมืองไทย เพิ่มความคุ้มค่าของการลงทุนในแบบ "ยิ่งใหญ่ ยิ่งกำไร"

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
#646
สิงห์รถบรรทุก / 2007 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 02:17:35 ก่อนเที่ยง
2005 Freightliner Coronado


2005 Freightliner Coronado


2005 Freightliner Coronado


2005 Freightliner Coronado


2005 Freightliner Coronado


2007 International 9900 IX


2007 International 9900 IX


2007 International 9900 IX


2007 International 9900 IX


2007 International 9900 IX


2008 Kenworth W900L


2008 Kenworth W900L


2008 Kenworth W900L


2008 Kenworth W900L


2008 Kenworth W900L


2008 Kenworth W900L


2007 Peterbilt 389


2007 Peterbilt 389


2007 Peterbilt 389


2007 Peterbilt 389


2007 Peterbilt 389


2007 Volvo VT880


2007 Volvo VT880


2007 Volvo VT880


2007 Volvo VT880


2007 Volvo VT880


2007 Volvo VT880


2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#647
สิงห์รถบรรทุก / 2006 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 02:01:51 ก่อนเที่ยง
2006 Freightliner


2006 Freightliner


2006 Freightliner


2006 Freightliner


2006 Freightliner


2006 Freightliner


2006 International


2006 International


2006 International


2006 International


2006 Kenworth


2006 Kenworth


2006 Kenworth


2006 Kenworth


2006 Kenworth


2006 Kenworth


2006 Peterbilt


2006 Peterbilt


2006 Peterbilt


2006 Volvo


2006 Volvo


2006 Volvo


2006 Volvo


2006 Volvo


2007 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#648
สิงห์รถบรรทุก / 2005 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:57:34 ก่อนเที่ยง
2005 Kenworth


2005 Freightliner


2005 Freightliner


2005 International


2005 International


2005 Peterbilt


2005 Peterbilt


2005 Volvo


2005 Volvo


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#649
สิงห์รถบรรทุก / 2004 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:50:15 ก่อนเที่ยง
2004 International


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Kenworth


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Peterbilt


2004 Volvo


2004 Volvo


2004 Volvo


2004 Volvo


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#650
สิงห์รถบรรทุก / 2003 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:45:13 ก่อนเที่ยง
2003 International


2003 International


2003 International


2003 Peterbilt


2003 Peterbilt


2003 Peterbilt


2003 Peterbilt


2003 Peterbilt


2003 Peterbilt


2003 Volvo


2003 Volvo


2003 Volvo


2003 Volvo


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#651
สิงห์รถบรรทุก / 2002 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:40:42 ก่อนเที่ยง
2002 International


2002 International


2002 Kenworth


2002 Kenworth


2002 Kenworth


2002 Kenworth


2002 Peterbilt


2002 Peterbilt


2002 Peterbilt


2002 Volvo


2002 Volvo


2002 Volvo


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#652
สิงห์รถบรรทุก / 2001 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:33:22 ก่อนเที่ยง
Freightliner


International


2001 Kenworth


2001 Kenworth


1993 Kenworth


2001 Mack


2001 Peterbilt


2001 Peterbilt


2001 Showgroup


2001 Showgroup


2001 Showgroup


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2000 Panelite Show Trucks
#653
สิงห์รถบรรทุก / 2000 Panelite Show Trucks
20 พฤศจิกายน 2008, 01:13:28 ก่อนเที่ยง
2000 Freightliner


2000 Freightliner


2000 Freightliner and Western Star


2000 International


2000 International


2000 Kenworth


2000 Kenworth


2000 Mack


2000 Mack


2000 Mack and Volvo


2000 Peterbilt


2000 Peterbilt


2000 Peterbilt and Kenworth


2000 Showgroup


2000 Showgroup


2000 Showgroup


2000 Volvo


2000 Volvo


2000 Western Star


2000 Western Star


2007 Panelite Show Trucks
2006 Panelite Show Trucks
2005 Panelite Show Trucks
2004 Panelite Show Trucks
2003 Panelite Show Trucks
2002 Panelite Show Trucks
2001 Panelite Show Trucks
#654
เหอๆ รู้สึกจะมีแต่รถของขสมก.และรถร่วมน่ะครับที่ประกาศลด ส่วนรถสองแถว รถซูบารุพวกนี้ ยังราคาเดิมอยู่เลย แถวบ้านก็ยังไม่ลดเหมือนกัน T_T
#655
แม้ไม่ใช่ร้านอาหารริมทาง แต่ผมเคยแวะไปแล้ว ก็นับว่า ราคาเหมาะสมกับเศรษฐกิจ ไม่แพงจนเกินไปสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนี้ ถ้าใครชอบแวะๆ มาเที่ยวแถวถนนข้าวสาร อยากให้ลองแวะมาชิมดู แต่ต้องมาไวๆ หน่อยนะครับ ร้านนี้ คนรอคิวเยอะมากกกก ร้านนี้มีชื่อว่า ร้าน Sakura House ครับ







มาแล้วค่ะ  Recommend เอาใจคนกระเป๋าแบน ในช่วงวีคสุดท้ายใกล้จะสิ้นเดือน เราจะไปอร่อยพุงกางกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นแล้วจะมีราคา ประหยัดด้วยหรือนี่ ไม่ต้องนึกให้เสียเวลาค่ะ

รีบตามเรามาที่ร้าน Sakura House ไม่ไกลจากถนนข้าวสาร (ใครเป็นเด็ก มธ. น่าจะคุ้นหูกันบ้างนะ)
บอกไว้ก่อนว่าใครที่ไม่ค่อยคุ้นเส้นทางแถวนี้ อาจจะเดินหายากซักหน่อย ร้านอยู่บนตึกแถวในซอยรามบุตรี ตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ ทางเข้าอยู่ข้างร้าน Indian Curry เดินเข้ามาเจอลิฟท์ (เก่าแก่) กดขึ้นไปบนชั้น 4 เลยค่ะ ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะแบบนั่งพื้นกับเก้าอี้ ในร้านบรรยากาศออกจะเงียบสงบ แต่ถ้ามาตอนเย็นๆ จะคึกคักหน่อยค่ะ

ทันทีที่เดินเข้ามานั่งด้านใน พนักงานก็เสิร์ฟน้ำชาเย็นๆ จิบชื่นใจ (แถมเติมได้ตลอด) พร้อมกับรายการอาหารมาให้เลือก สำหรับ Recommend Dishes ขอยกหน้าที่ให้กับ...จานแรกเป็น

Tako - Yaki (50 บาท) ลูกโต๊โตกรอบนอกนุ่มใน กัดไปเจอปลาหมึกทาโกะชิ้นใหญ่ วางมากับกะหล่ำปลีซอยและปลาโอแห้ง ทานกับน้ำจิ้มครีมมายองเนสปรุงรสเปรี้ยวเค็มมัน
แล้วจานที่ 2 ก็ตามมา Katsu - Don (80 บาท) เนื้อไก่หมักซอสคลุกแป้งบางๆ ทอดมาแบบกรอบเกรียม รสเค็มๆ กลิ่นหอมๆ ในจานมีผักสลัดและมายองเนสจิ้มทานกับทงคัตสึซอสก็อร่อยค่ะ

หรือถ้าชอบแบบชุดใหญ่ เพียงเพิ่มเงิน 25 บาท จะได้ข้าวสวยชามโต กับซุปมิโสะซดร้อนๆ ด้วย
Hiyashi Ramen (70 บาท) บะหมี่เย็นทรงเครื่อง อัดแน่นด้วยเส้นราเมงเหนียวนุ่ม แต่งหน้าด้วยเครื่องสารพัดชนิด ทั้งปูอัด หมูชาชู แตงกวาญี่ปุ่นซอย หน่อไม้ แครอทซอย ถั่วหวานซอย สาหร่ายวากาเมะ และขิงดอง โรยหน้ามาด้วยงาขาวคั่วหอมๆ ราดน้ำยำรสเปรี้ยวเค็มหวาน หอมกลิ่นน้ำส้มสายชูหมัก และน้ำมันงา
เมนูสุดท้ายเป็น Misonikomi Udon (150 บาท) บะหมี่อุด้งชามใหญ่ไซส์จัมโบ้ ที่ไม่ต้องปรุงเพิ่ม น้ำซุปรสกลมกล่อม เส้นเหนียวนิ่ม เนื้อหมูก็นุ่มมากๆ แถมไข่ลวกโปะหน้ามาเยิ้มๆ เลยค่ะ

  Sakura House ร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติอร่อยจัด ราคาเข้ากับยุคเศรษฐกิจพอเพียง ที่ให้คุณอิ่มสุดคุ้มในงบประมาณไม่เกิน 200 บาท (นี่ไม่ได้โฆษณาเกินจริงนะคะ) เราขอท้าให้คุณมาลอง ...แต่ตอนนี้ขอตัวไปหาร้านใหม่ก่อนจะเป็นที่ไหนนั้นรอลุ้นกันได้สัปดาห์หน้าค่ะ


ที่ตั้ง : 98/1 ชั้น 4 อาคารตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ ซอยรามบุตรี ถนนจักรพงษ์ บางลำพู แขวงตลาดยอด เขตพระนคร 10200
แผนที่
โทร : 0-2282-0303
เปิดบริการ : 09.30 - 23.00 น. ทุกวัน (เวลาบางทีก็เป็น 10.00-15.00 และ 17.00-22.00 น. นะครับ เช็คเวลาดีๆ)
ราคาต่อท่าน : (โดยประมาณ) : 150 บาท

ข้อมูลจาก http://www.bkkmenu.com/recommend/sakura.html
#656
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (ขน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการปรับลดค่าโดยสารเนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 23.94 บาท จึงเห็นชอบให้ปรับลดค่าโดยสารประจำทาง (รถเมล์) สำหรับรถเมล์ธรรมดาปรับลดลง 1.50 บาท โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ ดังนั้นอัตราค่ารถเมล์จะเป็นใหม่จะเป็ดังนี้

รถธรรมดาขาว-น้ำเงิน จาก 10 บาท เหลือ 8.50 บาท

รถธรรมดาครีม-แดง จาก 9 บาท เหลือ 7.50 บาท

ส่วนรถปรับอากาศปรับลดราคาลงช่วงละ 1 บาท

- โดยรถปรับอากาศธรรมดาขาวน้ำเงิน ลดลงช่วงละ 1 บาท จาก 12-24 บาท เหลือ 11-23 บาท

- รถปรับอากาศยูโรทู (เหลืองส้ม) ปรับลดลงช่วงละ 1 บาท จาก 13-25 บาท เหลือ 12-24 บาท

รถมินิบัสปรับลดลง 1 บาท จาก 8 บาท เหลือ 7 บาท

รถสองแถวปรับลดลง 1.50 บาท จาก 7.50 บาท เหลือ 6 บาท

ขณะที่รถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์) ปรับลดลงกิโลเมตรละ 3 สตางค์

ส่วนการพิจารณาอัตราค่าโดยสารเรือจะลดลงเท่าไร ต้องรอประชุมคณะกรรมการพิจารณา อัตราค่าโดยสารเรือประจำทางประชุมเพื่ออนุมัติ คาดว่าจะประชุมภายใน 1-2 วันนี้

ด้านนายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ได้เห็นชอบให้จัดทำตารางการกำหนดโครงสร้างราคาค่าโดยสารที่อิงตามราคาน้ำมัน โดยมอบหมายให้ นายทะเบียนกลางรับไปพิจารณา ซึ่งในรายละเอียดจะต้องรอผลการศึกษาที่ทางกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่าง ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำการศึกษาเพื่อประเมินหาต้นทุนด้านการขนส่งที่แท้จริงก่อนที่จัดทำโครง สร้างราคา เพื่ออำนวยความสะดวกปรับเพิ่มหรือลดค่าโดยสารให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่ เปลี่ยนแปลงได้ทันที

ทั้งนี้ ตามที่ผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. ได้เสนอให้จัดทำโครงสร้างราคาค่าโดยสารที่ยืดหยุ่น เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อช่วยให้การปรับเปลี่ยนราคาดำเนินการได้ทันที ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในขณะนี้ ต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูลและกำหนดอัตราที่เหมาะสมต่อไป ยังไม่ได้นำเข้าหารือในที่ประชุมครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับแนวทางที่ผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก.เสนอให้จัดทำโครงสร้างการปรับราคาเช่นเดียวกับรถโดยสารประจำทางของ บขส.แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะพิจารณาปรับค่าโดยสารทุกๆการเปลี่ยนแปลง ของราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง 2.50 บาทต่อลิตรยังมีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาประกอบ คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างราคา รวมทั้งต้องพิจารณาจากปัจจัยและต้นทุนอื่นๆประกอบเข้าด้วย ซึ่งการปรับราคาในครั้งนี้ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่ปรับลดเท่ากับที่เคยปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้

ด้าน น.ท.ปริญญา รักวาทิน อุปนายกสมาคมเรือไทย กล่าวภายหลังหารือผู้ประกอบการเรือไทย เพื่อพิจารณาราคาค่าโดยสาร หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงต่ำกว่าลิตรละ 25 บาทว่า ที่ประชุมมีมติเห็นร่วมกันว่า ยินดีที่จะปรับลดราคาค่าโดยสารเรือ แต่มีเงื่อนไขว่า หากราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นมาลิตรละ 25 บาท ผู้ประกอบการเรือโดยสาร สามารถปรับขึ้นราคาได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาอัตรา ค่าโดยสารเรือประจำทางอีกครั้ง เนื่องจากต้นทุนการเดินเรืออื่นไม่ได้มีการปรับลด เช่น ค่าแรงงาน และที่ผ่านมาผู้ประกอบการเพิ่งปรับลดราคา ได้ไม่ถึง 2 เดือนโดยเรือข้ามฟากปรับราคาวันที่ 12 กันยายน ลดลง 0.50 บาท ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยาปรับราคาวันที่ 22 กันยายน ระยะละ 1-2 บาท

สำหรับอัตราค่าเรือใหม่ ที่คาดว่าจะปรับลดลง คือ

เรือข้ามฟากทุกท่าจะปรับลดราคา 0.50 บาท จาก 3.50 บาท เป็น 3 บาท

ส่วนท่าเรือสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จะปรับลดจาก 4 บาท เป็น 3.50 บาท ยกเว้นท่าเรือสาทร ที่ปรับลดไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมจาก 3.50 บาท เป็น 3 บาท

เรือประจำทางจะลดลง ระยะละ 1 บาท จาก 10-14 บาท เป็น 9-13 บาท

เรือธงส้ม ลดลง 2 บาท จาก 15 บาท ต่อคนต่อเที่ยว เหลือ 13 บาท โดยราคาค่าโดยสารใหม่จะมีผลบังคับใช้ภายหลังคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่า โดยสารเรือประจำทางอนุมัติ ซึ่งจะมีการประชุมภายใน 1-2 วันนี้

ส่วนเรือธงเหลือง จะยืนราคาเดิมคือ 20 บาทต่อคนต่อเที่ยว เนื่องจากเป็นเรือขนาดใหญ่ใช้ 2 เครื่องยนต์ ทำให้ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก หากราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงเหลือลิตรละ 20 บาทถึงจะปรับลดราคาลง 2 บาท จาก 20 บาท เป็น 18 บาท

ส่วนเรือคลองแสนแสบปรับลดราคาลดลงระยะละ 2 บาท มีผลตั้งแต่ 20 ตุลาคม เป็นต้นไป

ขอบคุณเนื้อข่าวจาก www.kapook.com
#657
อ้างจาก: Trucker เมื่อ 06 ตุลาคม 2008, 10:54:02 ก่อนเที่ยง
แถมให้คร๊าบ  ;D

แบบนี้ กี่ CC ครับเนี่ย
#658
ห้องพูดคุย / Re: Nissan Maxima 2009
06 ตุลาคม 2008, 09:21:16 ก่อนเที่ยง










































#659
ห้องพูดคุย / Nissan Maxima 2009
06 ตุลาคม 2008, 09:21:02 ก่อนเที่ยง