• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Danny

#751
ห้องพูดคุย / รถบรรทุกแห่งอนาคต
17 มิถุนายน 2008, 10:17:48 ก่อนเที่ยง



















#754
     หลายท่าน เคยถามเข้ามาว่าทำไม ?  เวลาเราเปลี่ยน ยางใหม่ไปแล้ว  ถึงกินน้ำมันมากขึ้น  ส่วนใหญ่ สาเหตุ ก็น่าจะมาจากหลายองค์ประกอบ เช่น ...


1. เปลี่ยนยาง แล้ว เลือกขนาด ซีรี่ย์ยาง มากขึ้นกว่าเดิม   เช่น เดิม 185/60/R15  แต่เรามาเปลี่ยนเป็น 185/65/R15  ผลที่ได้ก็คือ ตัวยางก็สูงขึ้น  ทำให้ความนุ่มนวลก็ดี  แต่ก็จะมีผลทำให้เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น หรือ พูดง่ายๆ ก็คือ วงของยาง มีขนาดความสูงขึ้นกว่าเดิมด้วย อีกทั้งยังส่งผลให้อาจวิ่งอืดไปบ้าง


2. เปลี่ยนโดยเลือก ขนาดความกว้างของหน้ายาง มากขึ้น เช่น เดิม 185/60/R15 เปลี่ยนเป็น 195/60/R15 ผลที่เกิดขึ้น ก็คือ หน้ากว้างของหน้ายาง ก็มากขึ้น ทำให้การเกาะถนนอาจดีขึ้น แต่เช่นเดียวกัน พื้นที่หน้าสัมผัสก็มากขึ้น ทำให้มีความผืดมาก ( Friction )     การใช้แรงของรถก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย


3. ขนาดลมยาง ก็จำเป็นต้องถูกต้องเหมาะสม เช่น ไม่น้อยเกินไป

      ดังนั้น ผู้ใช้ จึงจำเป็นต้องทราบว่า สิ่งที่เราจะแลก คืออะไร ? เช่น เราต้องการความนุ่มนวล หรือ การยึดเกาะถนน ที่ดี บางครั้ง เราก็จำเป็นต้องแลกกับการกินน้ำมัน มากขึ้นไปด้วย  แต่หากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาดังกล่าว ก็ควรยึดมาตรฐานเดิมไว้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.automagwheel.com
#755
ถามช่าง / ล้อแม็ก แตก เพราะ อะไร ?
17 มิถุนายน 2008, 01:38:50 ก่อนเที่ยง
   พอดีได้รับล้อของลูกค้าอยู่รายหนึ่ง  ให้มาทำการซ่อม  เนื่องจาก ปัญหาล้อเกิดแตก ร้าว ระหว่างช่องก้าน  สำหรับล้อวงนี้ มีปัญหาน่าสนใจ ก็เลยหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

    คำถามในใจ เมื่อเห็นล้อแบบผิวเผิน

    *      ลูกค้าใช้งาน หรือบรรทุก หนักเกินไปหรือเปล่า ?
    *      รถวิ่งไปกระแทก กับอะไร มาหรือไม่ ?
    *      หรือจากสาเหตุ ในการใช้งาน ผิดประเภท ?



แต่เมื่อดูสภาพและการออกแบบ ของล้อแม็ก วงนี้ อย่างละเอียด มีข้อสังเกตุ ที่น่าศึกษา ดังนี้

    *      ล้อวงนี้เป็นล้อที่มี จำนวนรู 4 รู และ พีซีดี PCD เท่ากับ 114.3 ที่น่าสังเกตุ ล้อวงนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางของ รู PCD เล็กกว่าปกติ  วัดได้ประมาณ 20 มม. เท่านั้น แต่โดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 32 มม. 
    *      การร้าวน่าจะเกิดที่ (จุดที่ 2) ก่อน  แล้วจึงลามไปยัง(จุดที่ 1)  เพราะเนื้อที่รับแรงที่( จุดที่ 2)  มีพื้นที่รับแรงน้อย  และเมื่อ (จุดที่ 2) ร้าวแล้ว   จึงเหลือเนื้อที่ใน(จุดที่ 1) ทำหน้าที่รับแรงต่อไป

ดังนั้นจึงพอวิเคราะออกมาได้ ดังนี้

   ล้อวงนี้น่าจะออกแบบมาเพื่อ PCD ที่น้อยกว่า เช่น PCD 100   แต่เมื่อต้องการให้ใช้ได้กับ PCD ที่กว้างกว่า เช่น 114.3    แต่หากเจาะรู PCD 32 มม.ตามปกติ  เนื้อที่ขอบบริเวณช่องระหว่างก้านก็จะไม่พอ  เลยทำการหนีมาเจาะให้รูเล็กลงเป็น 20 มม.แทน  แต่อย่างไรก็ดี เนื้อหรือพื้นที่ ณ (จุดที่ 2)  ก็ยังคงเหลือน้อยอยู่ดี  จึงส่งผลให้การรับแรงน้อยลง และเกิดการร้าวหรือแตกได้ง่ายกว่า ดังนั้นปัญหานี้น่าจะเกิดจากการออกแบบล้อที่ไม่สมดุลย์ มากกว่า การใช้งานที่ผิด ของเจ้าของรถ



จึงอยากเรียนให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ทราบว่า ในการเลือกใช้ล้อ เราควรคำนึงเรื่องของความปลอดภัย มากกว่าเพียงรูปทรง ที่สวยงาม เท่านั้น  แนวทางการเลือกล้อ ...

    *      ควรเลือก ล้อแม็ก ที่ดูแล้วรูปทรงน่าจะแข็งแรง  ก้านไม่เรียวเล็กหรือบาง จนเกินไป  หากชอบก้านที่เล็ก ก็ได้   แต่ควรเลือก ล้อแม็ก ที่มีจำนวนก้านที่มากไว้  ( ก็จะดีกว่า จำนวนก้านที่น้อย )
    *      รู PCD ควรอยู่ในพื้นที่  ที่กว้าง  ซึ่งจะดีกว่าอยู่ในพื้นที่ ที่แคบ  ดูตัวอย่าง ( รูปที่ 3 )
    *      ควรเลือกล้อ ที่ได้สเปค ตรงตามรถของเรา ไม่ควรดัดแปลง ในส่วนที่เกียวข้องกับโครงสร้างล้อ เช่น เพิ่ม หรือ ลด ออฟเซ็ท  เปลี่ยน หรือ เจาะรู PCD ใหม่ , ตัดต่อล้อ เพื่อให้ได้ความกว้างของล้อ ที่มากหรือน้อยลง
    *      เลือกหา ล้อแม็ก ที่ผลิตจากโรงงานที่น่าเชื่อถือได้ มีการรับรองจากองค์กรของรัฐ หรือ สถาบันที่ เกี่ยวกับรถยนต์ โดยตรง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.automagwheel.com
#756
 รถบรรทุก เลื่อนบุกกรุง พรุ่งนี้ ระบุ รอผลหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 19 มิถุนายน

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากกำหนดการที่จะนำรถบรรทุกมาบุกกรุงเทพในวันที่ 11 มิ.ย. นั้นทางสหพันธ์จะเลื่อนไปก่อน เนื่องจากในวันที่ 19 มิ.ย.ทางกระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะหารือร่วมกันถึงข้อเรียกร้องของรถบรรทุกทั้ง 8 ข้อ รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือเนื่องจากรถบรรทุกและรถโดยสารประจำทางนั้นเป็นรถคนละประเภทซึ่งหากได้ข้อสรุปอย่างไรทางสมาคมก็จะตกลงกันอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของน้ำมันที่ต้องการนั้นขณะนี้ยังไม่ระบุขึ้นอยู่กับการหารือและการพิจารณาจากหน่วยงานของรัฐ

ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่ายืนยันว่าหากได้น้ำมันดีเซลลดปรับราคาหน้าปั๊ม 3 บาท จะไม่มีการขึ้นค่าขนส่งและยืนยันว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการขึ้นค่าขนส่งแต่อย่างใด

http://www.innnews.co.th/biz.php?nid=116441
#757
      พล.ท.(หญิง)พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นรายวันว่า เป็นไปตามภาวะตลาดโลก ขณะนี้มีหลายฝ่ายคาดว่าราคาน้ำมันอาจจะขึ้นถึงระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในส่วนของไทยได้เข้ามาช่วยเหลือเป็นรายกลุ่ม ซึ่งกรณีรถบรรทุกเรียกร้องขอใช้น้ำมันราคาถูก ที่ได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มโรงกลั่นที่ต่ำกว่าราคาตลาด 3 บาทต่อลิตร คงต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ที่คาดจะประชุมสัปดาห์นี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมาคัดค้าน แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม กบง. โดยปริมาณน้ำมันความช่วยเหลือจากโรงกลั่น ขณะนี้ยังมีเหลือประมาณ 90 ล้านลิตรต่อเดือน จากที่มีปริมาณรวม 122 ล้านลิตร เป็นเวลา 6 เดือน

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000070438
#758
13:31 น.

    ตัวแทนผู้ประกอบการรถบรรทุก จะเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน และ คมนาคมช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งจากภาวะน้ำมันราคาสูงขึ้น โดยประกาศว่า หากไม่ได้ข้อยุติเป็นที่พอใจ ก็จะนำรถบรรทุกวิ่งเข้ามาประท้วงในกรุงเทพฯวันที่ 18 มิ.ย.นี้
    "จุดยืนเรายังไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเราไม่ได้ในสิ่งที่เรียกร้องจากรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมเราจะนำรถบรรทุกทั่วประเทศ เข้ากรุงเทพฯในวันที่ 18 มิถุนายน นี้แน่นอน" นายทองอยู่ คงขันธ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าว
    เขากล่าวอีกว่า หากผลการหารือเป็นไปตามข้อตกลง ก็จะไม่เดินทางเข้ามา
    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่ง ได้นำรถพ่วง 18 ล้อ เกือบ 50 คันเข้ามาจอดเรียงรายอยู่บริเวณ บนถนนบางนา-ตราด ฝั่งมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ โดยให้จัดจำหน่ายน้ำมันให้ผู้ประกอบการในราคาถูกกว่าตลาด 3 บาทต่อลิตร, ขอความสนับ สนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาใช้ในการติดตั้งถังก๊าซเอ็นจีวีรวมทั้งขอให้มีสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีอย่างเพียงพอ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือก็พร้อมจะนำรถบรรทุกทั้งหมดเข้าสู่กรุงเทพฯ
    อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ขอให้กระทรวงคมนาคมทำหนังสือเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เพื่อขอจัดสรรน้ำมันราคาถูกให้กับผู้ประกอบการรถบรรทุก
    ก่อนหน้านี้ โรงกลั่นน้ำมัน 4 แห่งในกลุ่ม ปตท. ตกลงจะจัดน้ำมันดีเซล 122 ล้านลิตร/เดือนเพื่อให้รัฐบาลนำมาช่วยเหลือประชาชน โดยเบื้องต้น รัฐบาลจะจัดสรรน้ำมันดังกล่าวในราคาถูกกว่าตลาด 3 บาท/ลิตร ให้ผู้ประกอบการรายสาขา เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่มิ.ย.-พ.ย.นี้
    โดยที่ผ่านมา กบง.เพิ่งอนุมัติให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มรถ ขสมก. และรถร่วมขสมก.เพียงกลุ่มเดียวราว 30 ล้านลิตร/เดือน

ที่มา : http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=325115
#759


อีตัน เทคโนโลยีส์ เจ้าตลาดระบบพลังงานไฮบริดสำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ สบโอกาสน้ำมันแพง ส่งรถไฮบริด เทคโนโลยีล่าสุดบุกตลาดทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร จับมือ ผู้ผลิต โฟตัน จากจีนส่งรถโดยสารนำร่อง ชูจุดขายประหยัดน้ำมัน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายอรรถสิทธิ์ สาธิตพิฐกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อีตัน เทคโนโลยีส์ จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ในภาวการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยังไม่แน่นอนว่าจะแพงขึ้นอีกหรือไม่ ทำให้ผู้บริโภคพยายามหาทางลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นบริษัทจึงเห็นช่องว่างทางการตลาด และตัดสินใจที่จะทำตลาดรถบัสโดยสาร ไฮบริด จากจีน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในปีนี้

สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์และรถโดยสารไฮบริด ที่บริษัททำตลาดครั้งนี้จะเป็นการนำเข้าเป็นรถสำเร็จรูป (CBU) จากจีน ภายใต้ยี่ห้อ FOTON

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ความพิเศษของ FOTON ก็คือเป็นไฮบริด เอ็นจีวี คือใช้เครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (CNG) เป็นเชื้อเพลิงทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นเจ้าแรกของจีน ซึ่งช่วยเพิ่มการประหยัดขึ้นไปอีก เมื่อเทียบกับไฮบริดเครื่องยนต์น้ำมัน

สำหรับ อีตัน เทคโนโลยีส์ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจทางด้านยานยนต์มากว่า 18 ปี โดยเน้นการทำตลาดชุดถ่ายทอดกำลังสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก แต่ภายหลังจากที่ภาวะราคาน้ำมันแพงขึ้น กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง มีความต้องการที่จะลดต้นทุนการขนส่ง บริษัทจึงได้ตัดสินใจนำเสนอเทคโนโลยีใหม่แก่ผู้ประกอบการ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม

"รถที่จะนำเข้ามาจำหน่าย ในช่วงแรกจะเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ใช้เครื่องยนต์ เอ็นจีวี-ไฮบริด และใช้เกียร์ ไฮบริด ที่ผลิตโดยบริษัทแม่ของอีตันที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้สูงสุด 30-50% โดยในขณะนี้รถโดยสารประจำทางในประเทศจีนถือเป็นประเทศแรกในโลก ที่ใช้ระบบเกียร์แบบไฮบริดของอีตัน ในเชิงพาณิชย์ โดยมีวิ่งอยู่ในจีน 237 คัน และมีการสั่งจองอีกมากกว่า 1,000 คัน"

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของรถโดยสาร โฟตัน ไฮบริด ในไทย คือ รถร่วม ขสมก. รถ ขสมก. และรถ บขส. ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่เหมาะจะใช้งานรถไฮบริด เนื่องจากสภาพจราจรแบบกรุงเทพฯ ชั้นใน ระบบกลไกของไฮบริดแทบจะทำให้ไม่มีการใช้น้ำมัน เนื่องจากกลไกของมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเป็นหลัก

ทั้งนี้ สำหรับขนาดของเครื่องยนต์ที่เสนอขายในตลาด จะมีกำลังตั้งแต่ 230 แรงม้าขึ้นไป ซึ่งเป็นรถที่ใช้อยู่ในตลาดการขนส่งขนาดกลางและขนาดใหญ่

สำหรับ โฟตัน เริ่มต้นทดลองการทำตลาดเครื่องยนต์ไฮบริด ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีน เนื่องจากทางการจีนต้องการรถโดยสารที่มีมลพิษน้อยที่สุดสำหรับการใช้งานขนส่งในกีฬาโอลิมปิก

"ความต้องการของรถไฮบริดในประเทศไทย เริ่มมีความต้องการมากขึ้น ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูง แม้ว่าราคาของรถจะมีราคาแพงกว่ารถทั่วไป แต่ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง สำหรับรถบรรทุกจะลดลง ผู้ประกอบการสามารถประหยัดได้ถึง 50% ซึ่งการลงทุนในรถ 1 คัน จะคุ้มทุนได้ใน 5 ปี ในขณะที่รถประจำทางและรถสาธารณะจะสามารถประหยัดเชื้อเพลิง ลดมลภาวะ ลดเสียง และมีผลตอบแทนการลงทุนที่ดี ซึ่งการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสามารถลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 20-37%"

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการในระยะยาวของ อีตัน คือ การนำเครื่องยนต์และแชสซีส์ เข้ามาประกอบในไทย (CKD) แทนการนำเข้ารถสำเร็จรูป หลังจากนั้นจะขยายตลาดสู่รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมกับการเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

สำหรับวงการรถบรรทุกและรถโดยสารในปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ทำให้หลายคนมองหาการใช้พลังงาน ทดแทนน้ำมัน โดยการหันไปใช้ก๊าซ ซีเอ็นจี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นคือต้นทุนในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ไปใช้ซีเอ็นจี มีค่าใช้จ่ายที่สูง ในขณะอู่ที่ดำเนินการติดตั้งมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอ

แหล่งข่าวจากวงการรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์กล่าวกับ "กรุงเทพธุกิจ" ว่า ปัจจุบันมีรถบรรทุกเข้าคิวเพื่อรอเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลมาเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้เอ็นจีวี อย่างเดียวเป็นจำนวนมาก จนทำให้อู่ที่ให้บริการติดตั้งไม่สามารถให้บริการได้ทัน เนื่องจากการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงอีกก็คือ ภายหลังจากที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นได้รับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ไปแล้ว โดยพื้นฐานของระบบจะต้องมีการปรับแต่ง (tune up) เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างสมบูรณ์ภายหลังการใช้ไปสักระยะหนึ่ง แต่ปรากฏว่ารถเหล่านี้ต้องหยุดขนส่ง เนื่องจากอู่ต่างๆ ไม่สามารถให้บริการรถที่ต้องการซ่อมบำรุงได้พอ จนรถต้องจอดรอเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ขาดรายได้

ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่าจากการที่ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นทำให้บริษัทขนส่งขนาดเล็ก ได้หยุดกิจการไปจำนวนมาก ส่วนบริษัทขนส่งขนาดกลางที่มีระบบการจัดการที่ไม่ดีก็กำลังจะได้รับผลกระทบ ยกเว้นผู้ประกอบขนาดใหญ่ ส่วนบริษัทขนส่งข้ามชาติซึ่งสามารถบริหารต้นทุนด้วยเทคโนโลยีการจัดการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/16/news_266976.php
#760
       ศูนย์ข่าวศรีราชา -ผู้ประกอบการรถบรรทุกหลายรายหยุดวิ่ง เนื่องจากทนแบกภาระค่าน้ำมันแพงไม่ไหว บางรายต้องปรับราคาเพิ่ม 10-20%
       
       นายสงบ กิ่งทอง ประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการรถบรรทุก-รถคอนเทรนเนอร์ ผู้ประกอบการบางรายต้องหยุดกิจการไปเนื่องจากไม่สามารถต่อสู้กับสภาวะน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บางรายพออยู่ได้ ก็ยังวิ่งอยู่
       
       ขณะนี้มีบริษัทบางราย ได้ปรับราคาค่าขนส่งให้ เนื่องจากทราบสภาวะที่เกิดขึ้น จึงปรับราคา เพิ่มขึ้น 10-20% แต่บางรายไม่สามารถปรับราคาได้ จึงส่งผลต่อผู้ประกอบการ
       
       นายสงบ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ชมรมประกอบการรถบรรทุก และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยังรอแนวทางที่ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้มีการช่วยเหลือในปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยหากไม่มีอะไรดีขึ้นก็คงต้องรวมตัวเรียกร้อง โดยเฉพาะในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ที่จะรวมตัวที่ทำเนียม

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000069450
#761
       ผู้ประกอบการรถบรรทุกสิบล้อใน จ.สตูล หยุดวิ่งเพื่อเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครสมทบกับผู้ประกอบการรถบรรทุกสิบล้อทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันยื่น 6 ข้อเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ช่วยเหลือในเรื่องของราคาน้ำมัน ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ จะส่งผลให้ราคาสินค้าและสินค้าต่างๆ รวมถึงสินค้าประเภทการก่อสร้างขาดแคลนในพื้นที่จังหวัดสตูลและการก่อสร้างก็หยุดชะงัก
        นางอนงค์ อังสุพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตูลขนส่ง จำกัด จังหวัดสตูล กล่าวว่า บริษัทได้มีการบริการรถเมล์รถตู้และรถสองแถวเล็ก หลังจากที่ราคาน้ำมันแพงบริษัทแบกรับค่าใช้จ่ายมาตลอดแต่ยังขาดทุน โดยปรับลดค่าเที่ยววิ่งรถ จากเที่ยวละ 50 เที่ยววิ่ง เหลือเพียง 30 เที่ยววิ่ง และปรับขึ้นราคาได้โดยสารบ้างบางประเภทแต่ยังขาดทุนหากหยุดวิ่งประชาชนก็เดือดร้อน โดยตนเองได้นำเงินสะสมของเก่ามาใช้จ่ายในขณะนี้อยากให้รัฐบาลได้นำราคาน้ำมันถูกมาใช้กับรถขนส่งผู้โดยสารเช่นเดียวกับเรือประมง

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000069324
#762
 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. พร้อมช่วยเหลือรถบรรทุกสินค้า โดยออกเงินกู้อัตราพิเศษในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้ก๊าซ NGV ตามที่รัฐบาลมอบหมาย

นายธีระพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายให้ ธ.ก.ส.ปล่อยเงินกู้ให้กับรถบรรทุกสินค้าเพื่อนำไปใช้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาติดตั้งก๊าซ NGV ว่าทาง ธ.ก.ส.พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ประสบปัญหาต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถบรรทุกที่มีต้นทุนค่าขนส่งสูงกว่าต้นทุนสินค้า ซึ่งทาง ธ.ก.ส.ยืนยันว่ามีความพร้อมในส่วนของวงเงินที่จะนำมาปล่อยกู้ดังกล่าวในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5

อย่างไรก็ตามทาง ธ.ก.ส.ต้องการให้ทุกธนาคารเข้ามาช่วยปล่อยกู้ด้วย เนื่องจากเห็นว่ามีหลายภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันแพง ซึ่งหากปล่อยให้ทาง ธ.ก.ส.ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่สามารถแบ่งเบาผลกระทบให้กับประชาชนทุกภาคส่วนได้อย่างทั่วถึง

ที่มา : http://www.innnews.co.th/biz.php?nid=115736
#763
รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ 48 คัน จอดชุมนุมประท้วงรัฐที่บริเวณถนนบางนา-ตราด แถววัดศรีเอี่ยม พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 6 เรื่อง เน้นให้รัฐจัดหาน้ำมันราคาถูก-ลดภาษีรถบรรทุกใหม่-สร้างสถานีเติม NGV เพิ่ม เสนอให้ รมว.คมนาคม พิจารณา ขีดเส้น ถ้าในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ไม่ได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจรถบรรทุก 7 แสน 4 หมื่นคัน จะเคลื่อนเข้ากรุง เพื่อกดดันรัฐบาล
       
       วันนี้ (11 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.พ.ต.อ.สาโรจน์ ซุ่นทรัพย์ ผกก.สน.บางนา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจดูความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกทางด้านการจราจร ให้กับกลุ่มม็อบผู้ขับรถบรรทุกที่นำรถมาจอดรวมตัวกันยื่นข้อเสนอเรียกร้องต่อรัฐบาล บริเวณริมถนนบางนา-ตราด กม.4 จุดใต้สะพานข้ามแยกวัดศรีเอี่ยม แขวงและเขตบางนา กทม.ในช่องทางด่วนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ จำนวน 48 คัน จอดอยู่ในช่องทางด้านซ้าย ช่วงใต้สะพานข้ามแยกวัดศรีเอี่ยม ท้ายขบวนเลยอาคารเนชั่น สุดเขต กทม.เข้าเขต จ.สมุทรปราการ เป็นแถวรวมระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยมี นายทองอยู่ คงขัน อายุ 51 ปี เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เป็นแกนนำ
       
       จากนั้นแกนนำพร้อมตัวแทนประมาณ 10 คน ได้เดินทางโดยรถยนต์ไปยื่นข้อเรียกร้องกับ รมว.คมนาคม และผู้มีอำนาจในรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ทำการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถบรรทุกใน 6 ข้อ ดังนี้ 1.ให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันดีเซลในราคาพิเศษ 2.ให้รัฐบาลจัดสร้างสถานีก๊าซ NGV เพิ่ม 3.ให้รัฐบาลดำเนินการแปลงทรัพย์สินเป็นทุน 4.ให้รัฐบาลสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 5.ให้รัฐบาลลดภาษีรถบรรทุกใหม่ และ 6.ให้ดำเนินการปรับปรุงคุณภาพของก๊าซ NGV ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานและค่าความร้อนคงที่
       
       นายทองอยู่ กล่าวว่า หลังยื่นข้อเสนอเป็นที่เรียบร้อยในวันนี้ (11 มิ.ย.) ตนจะนำกลุ่มรถบรรทุกทั้ง 48 คัน เดินทางกลับไปก่อน แต่หากภายในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ยังไม่ได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจ หรือไม่มีมาตรการใดๆ ที่จะให้การช่วยเหลือพวกตน ก็จะเรียกร้องให้กลุ่มรถบรรทุกทั่วประเทศทำการชุมชุนประท้วงใหญ่ โดยจะนำรถบรรทุกประมาณ 7 แสน 4 หมื่นคันเดินทางเข้า กทม.เพื่อกดดันให้ฝ่ายรัฐบาลเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องต่อไป


ช่วยพวกเราด้วยเดือดร้อนจริง ๆๆ


กลุ่มรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ร่วมแรงกระตุ้นรัฐช่วย 6 ข้อเรียกร้อง ในสภาวะราคาน้ำมันแพง

ที่มา : http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000068565
#764
ผู้ประกอบการรถบรรทุกยอมสลายการชุมนุมแล้ว หลัง ยื่นข้อเรียกร้องให้นายกฯ -รมว.พลังงาน พร้อมขีดเส้นให้แก้ปัญหาภายในวันที่ 17 มิ.ย.

นายทองอยู่ คงขันธ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยื่นข้อเสนอให้กับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม และพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงถึง 68% ของต้นทุนค่าขนส่งทั้งหมด ซึ่งปกติต้นทุนราคาน้ำมันอยู่ที่ 50% ก็ขาดทุนแล้ว

ทั้งนี้ จากการยื่นหนังสือให้รมว.พลังงานและหารือร่วมกับเลขานุการรัฐมนตรี มีแนวโน้มที่ดีที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ตามข้อเสนอที่จำเป็นเร่งด่วน 3 ข้อ คือ การจัดหาน้ำมันดีเซลราคาต่ำกว่าท้องตลาดอย่างน้อยลิตรละ 3 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ในจำนวนประมาณ 4 แสนลิตรต่อวัน , ขอให้จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 0.50% เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใช้เอ็นจีวี และ ให้กระทรวงพลังงานและบมจ. ปตท. (PTT) จัดเตรียมก๊าซเอ็นจีวี และสถานีบริการเอ็นจีวีให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

"เราเป็นผู้เดือดร้อนที่ออกมาขอให้รัฐบาลช่วยเหลือหลังสุด เพราะไม่ต้องการสร้างภาระให้กับรัฐบาล และหวังว่าเมื่อเราเป็นเด็กดีที่ได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลก็จะให้ความช่วยเหลือ โดยจะรอดูทีท่าของรัฐบาลว่าจะช่วยเหลืออย่างไรจนถึงวันที่ 17 มิ.ย.นี้ หากยังไม่มีความชัดเจน ผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ กว่า 4 แสนคัน จะเคลื่อนขบวนรถบรรทุกเข้ามาจอดในพื้นที่กทม.แน่นอน"นายทองอยู่ กล่าว

ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ของสหพันธ์ฯ ได้แก่ ขอลดภาษีรถบรรทุกใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวีเหลือ 10%, ขอเงินสนับสนุนจากกองทุนสิ่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้นำเงินมาให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ , ขอให้ปรับปรุงคุณภาพเอ็นจีวีให้สะอาดและค่ามาตรฐานความร้อนคงที่, ให้รัฐบาลแก้ปัญหาส่วยทางหลวง และให้มีการวางแผนนโยบายการใช้เอ็นจีวีอย่างต่อเนื่องทั้งระยะปานกลางและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม โดยทำเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และร่วมมือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายทองอยู่ ยังกล่าวอีกว่า การลดราคาน้ำมันดีเซลต่ำกว่าท้องตลาดลิตรละ 3 บาท จะช่วยแบ่งเบาภาระการขาดทุนให้กับผู้ประกอบการได้เพียงบางส่วนเท่านั้น คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการเดินรถได้ประมาณ 2-3% แต่ที่สำคัญ คือ เมื่อรัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วจะไม่ปรับขึ้นค่าขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้ส่วนหนึ่ง

เมื่อเวลา 05.00 น. ของวันนี้ ผู้ประกอบการรถบรรทุกทั่วประเทศกว่า 1 แสนคัน ได้นำรถบรรทุก และรถพ่วง มาจอดตามถนนสายหลักทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นถนนสายเอเชีย ถนนสายมิตรภาพ ถนนพระราม 3 และถนนบางนา-ตราด ในพื้นที่ภาคอีสาน นครสวรรค์ และกทม. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง และได้ยุติการชุมนุมในเวลา 12.00 น.

ที่มา : http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=243489
#765
รถบรรทุกสุดทนน้ำมันแพง รวมตัวเฉียด 2 พันคัน ปิดถนนสุขุมวิท หน้านิคมฯ แหลมฉบัง เรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือ ขู่บุกกรุงพร้อมกันทั่วประเทศ 17 มิ.ย.
       
       เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันนี้(11มิ.ย.) กลุ่มผู้ขับรถบรรทุกจำนวนประมาณเกือบ 2,000 คัน ในภาคตะวันออกและภาคอีสาน นำโดยนายสงบ แสงเงิน ได้ทยอยกันมาปิดถนนสุขุมวิท ตั้งแต่บริเวณด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นระยะทางยาวประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องราคาน้ำมัน โดยเรียกร้องให้นายอำเภอศรีราชาออกไปพบเพื่อรับหนังสือข้อเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นจะนำรถบรรทุกเข้ามาประท้วงที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
       
       ด้าน นายวิโรจน์ รมเยศ ประธานชมรมรถบรรทุกตะวันออก กล่าวว่า การมารวมกันครั้งนี้เพื่อเป็นการรวมพลังพร้อมกับจังหวัดอื่นๆ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันราคาพิเศษให้กับภาคขนส่งทางบก และการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน โดยขอสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 0.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพื่อการใช้พลังงานทดแทน การลดภาษีรถบรรทุกใหม่ เครื่องยนต์ NGV เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ ขอสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อใช้พลังงานทดแทน ขอให้สร้างสถานี NGV ครอบคลุมแต่ละภูมิภาคและมีความเพียงพอสำหรับรถบรรทุก โดยจะรอคำตอบจากภาครัฐไม่เกินเที่ยงวันนี้ หากไม่เป็นผลจะหารือกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งการประท้วงอาจจะยืดเยื้อ และอาจมีการรวมตัวรถบรรทุกทั่วประเทศบุกเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 10,000 คัน
       
       ขณะเดียวกันมีรายงานว่า วานนี้ คณะกรรมการสมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าภาคอีสาน ได้ร่วมกันประชุมเพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากภาวะน้ำมันแพง จนทำให้รถบรรทุกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนกว่า 4,000 คัน ต้องหยุดวิ่งแล้ว ขณะที่บางรายต้องเลิกกิจการ และหลายรายต้องปล่อยให้ไฟแนนท์ยึดรถคืน
       
       เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สมาชิกของสมาคมฯ จึงเริ่มนำรถบรรทุกหลายสิบคันมาจอดตามไหล่ทางด้านซ้ายถนนสายราชสีมา-จักราช ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จำนวน 200 คัน โดยจะจอดอยู่ที่นี่กว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาลว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามจะไม่มีการปิดถนนอย่างเด็ดขาด แต่หากถึงวันที่ 17 มิถุนายนแล้ว รัฐบาลยังเพิกเฉย ทางสมาคมฯ จะระดมรถบรรทุกอีกนับหมื่นคัน มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร พื่อไปทวงถามคำตอบจากรัฐบาลที่หน้าทำเนียบรัฐบาลทันที
       
       (โปรดติดตามรายละเอียด)

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000068255
#766
ถามช่าง / การคำนวนเรื่องขนาดยาง
09 มิถุนายน 2008, 05:05:40 ก่อนเที่ยง
การคำนวนเรื่องขนาดยาง

มีคำถาม บ่อยครั้ง ที่ท่านเจ้าของ รถยนต์ อยากที่จะเปลี่ยนล้อให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งในการเปลี่ยนล้อ สิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ ขนาดของยาง จะใช้ขนาดไหนดี ?   อันนี้เราขอแนะนำให้พยายามเลือก ขนาดยางใหม่  ให้มีความสูง หรือ จะเรียกแบบเป็นทางการว่า เส้นผ่าศูนย์กลาง   ให้มีขนาดหลังเปลี่ยนแล้ว ใกล้เคียงของเดิม ( Standard ) มากที่สุด  เพราะจะได้ไม่เกิดผลข้างเคียง เช่น วิ่งไม่ออก , กินน้ำมัน , ติดซุ้ม , ติดโช๊ค  เป็นต้น   

ดังนั้น เราลองมาหาขนาด ยางใหม่  โดยใช้วิธีการคำนวนง่ายๆ  แต่ทั้งนี้ เราต้องหาตัวเลขที่ยาง  เพื่อนำมาเป็นข้อมูลด้วยนะครับ    ลองดูตามนี้ได้เลยครับ...



สูตรคำนวน  D = ( W x S% x 2 ) + d

D  = ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของยาง (หน่วยเป็น มม. )
W = ความกว้างของยาง
S =  ซีรี่ย์ยาง คิดเป็น % แต่ต้อง คูณ  2 เพราะต้องคิดทั้ง 2 ข้าง บนและล่าง
d = เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ

ตัวอย่างที่ 1    ขนาดยาง 195 / 55 / R15
W = 195
S = 55% ของ 195 ( 195 x 55% ) x 2 ได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 214.5 มม.
d = 15 นิ้ว ( ทำเป็น มม. จะได้ 15 x 25.4 ได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 381 มม. )
ดังนั้น ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง ได้เท่ากับ   214.5 + 381 = 595.5 มม.

ตัวอย่างที่ 2    ขนาดยาง 205 / 45 / R16
W = 205
S = 45% ของ 205 ( 205 x 45% ) x 2 ได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 184.5 มม.
d = 16 นิ้ว ( ทำเป็น มม. จะได้ 16 x 25.4 ได้ผลลัพธ์ เท่ากับ 406.4 มม. )
ดังนั้น ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลาง ได้เท่ากับ   184.5 + 406.4 = 590.9 มม.

    ดังนั้น  หากท่านใดที่จะเปลี่ยนขนาดล้อและยาง  ก็ต้องคำนวน ขนาดความสูงออกมาให้ใกล้เคียงกับขนาดยางเดิม มากที่สุด ถึงจะไม่มีผลข้างเคียงต่อการขับขี่

ข้อมูลจาก www.automagwheel.com
#767
ถามช่าง / รู้เรื่อง ยางรถยนต์
09 มิถุนายน 2008, 05:04:14 ก่อนเที่ยง
ลักษณะดอก ยางรถยนต์

โดยทั่วไปในบ้านเรา แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ



1.) ดอกยาง แบบ 2 ทิศทาง
      ดอกยาง ประเภทนี้ จะสามารถ ทำการ สลับยาง ได้ทุกตำแหน่ง ลักษณะมี ดอกยาง สวนทางกัน  จึงไม่เน้นในเรื่องของ ความเร็วสูงมากนัก แต่ก็ใช้ได้อย่าง สะดวกสบาย





2.) ดอกยาง แบบทิศทางเดียว
       ดอกยางจะมีลักษณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งยังมีสัญญาลักษณ์ลูกศรแสดงไว้ที่บริเวณแก้มยาง เพื่อบ่งบอกถึงตำแหน่งของการหมุนของล้อให้เราสามารถใส่ได้อย่างถูกต้อง ดอกยางประเภทนี้ ถูกออกแบบมาให้สามารถรีดน้ำได้ดีกว่าประเภทแรก เพื่อประโยขน์ในการควบคุมการทรงตัวในขณะใช้ความเร็วได้ดี

การสลับยาง

     ควรมี การสลับยาง กับรถที่เราใช้อย่างน้อย ทุกๆ10,000 กิโลเมตร สำหรับ รถขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป และ ทุกๆ 4,000 กิโลเมตร สำหรับ รถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ และนี่คือ รูปแบบของการ สลับยาง ในแต่ละประเภทของ รถยนต์ โดยแบบเป็น 2 ประเภท หลักๆ ดังนี้ ...

การสลับแบบ 4 ล้อ

    * สำหรับ รถขับเคลื่อนล้อหน้า การสลับยาง จะทะแยง จากหลังไปหน้า ตามรูป ที่ (1) หรือ อาจจะเลือกการ สลับยาง แบบกากบาท แบบรูปที่ (2) ก็ได้
    * สำหรับ รถที่ขับหลัง หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ให้ สลับยาง จากหน้าไปหลัง ดังรูปที่ (3)
    * และหาก ล้อรถ ของท่าน ใส่ยางเป็นแบบชนิด มีทิศทางการหมุนทางเดียว ก็ต้องใช้การ สลับยาง แบบในรูปที่ (4)
    * และสำหรับรถที่ใส่ล้อ และ ยาง ที่มีขนาด หน้า-หลัง ไม่เท่ากัน และดอกยางไม่เป็นชนิดแบบมีทิศทาง การสลับยาง ก็ควรใช้แบบที่ (5)

 

การสลับยาง แบบ 5 วง ( รวมยางอะไหล่ )

     การ สลับยาง แบบใช้ ยางอะไหล่ ด้วยนี้  ก็เพื่อต้องการปรับดอกยาง ให้มีขนาด ที่เท่าๆ กัน ทั้ง 5 เส้น  แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละค่ายรถด้วย ที่จะมีล้อและ ยางอะไหล่ ใส่ติดมา เป็นแบบเดียวกัน กับที่เราใส่อยู่หรือไม่ ? แต่ที่จะพูดถึงนี้ เป็นยางแบบไม่มีทิศทาง  ก็ให้ทำการ สลับยาง ตามรูปแบบที่ (6) และ (7) ได้

การถ่วงล้อ



      เมื่อไรที่ต้องถ่วงล้อ ?  แนะนำให้ทำการถ่วงล้อทุกครั้งที่เราถอดยางออกจากกะทะล้อ หรือตอนที่เปลี่ยนยางใหม่  เพราะไม่เช่นนั้น อาจเกิดการสั่น หรือ เกิดเสียงดัง สร้างความรำคาญ ในขนาดวิ่ง ซึ่งควรทำการถ่วงล้อ อย่างน้อย ปีละครั้ง เพราะอาจเกิดมีปัญหาเรื่องของ ตะกั่วถ่วงล้อ อาจหลุดได้ในระหว่างใช้งานไปนานๆ

การปลี่ยนขนาด ยางรถยนต์

      สิ่งที่ควรทราบเบื้องต้น ก็คือขนาดของยางเดิม ที่ติดมากับรถของเราตั้งแต่ที่แรกก่อน  เนื่องจากยางที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ได้ทดสอบมาเป็นที่เรียบร้อย  แต่ด้วยความต้องการที่แตกต่างกัน จึงมีเจ้าของรถหลายท่านประสงค์ที่จะเปลี่ยน ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงขนาดที่เปลี่ยนไปแล้ว ต้องยังคงมีความสูงที่ไม่ผิดไปมาก มิเช่นนั้นผลกระทบในเรื่องความนุ่มนวล , การทรงตัว และการแบกรับน้ำหนักก็อาจสร้างปัญหาได้

ดูการเปลี่ยน และคำนวน ขนาด ยางรถยนต์

ข้อมูลจาก www.automagwheel.com
#768
      วันที่ 7 มิย. เวลา 13.12 น. คุณมานพ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิเพียวเยี่ยงไท้ จ.ชลบุรี รหัส กู้ภัย 300 แจ้งมีอุบัติเหตุ รถบรรทุก 18 ล้อ อีซูซุ ทะเบียนส่วนหัว 70-6655 สมุทรปราการ ส่วนพ่วงไม่ทราบรายละเอียด ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 70-6100 ชลบุรี เหตุเกิดบริเวณ ถ.สายอินโดจีน ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ใกล้กับนิคมปิ่นทอง ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่นำตัวแยกส่ง รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และ รพ.สมิติเวช ศรีราชา ที่เกิดเหตุมี พ.ท.ต.ทวี กุลแสวง สารวัตรเวร สภ.หนองขาม ตรวจสอบ

      ต่อมาภายหลังทราบชื่อผู้บาดเจ็บ คือ นายกุศล บุตรโสรี อายุ 36 ปี พักรักษาตัวที่ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ส่วนอีกรายชื่อ นายณรงค์ จันทร์อับ อายุ 38 ปี พักรักษาตัวที่ รพ.สมิติเวชศรีราชา

ที่มา : http://www.rd1677.com/branch.php?id=35751
#769
นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางตรวจงานที่ท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนว่าสภาพการจราจรแออัดมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเข้า-ออก เนื่องจากมีทั้งรถคอนเท เนอร์และรถบรรทุกเป็นจำนวนมากมาใช้บริการ จนส่งผลให้เกิดการจราจร แออัดไปยังเมืองพัทยา จนกระทบกับการท่องเที่ยวและจะรับฟังปัญหาการให้บริการของท่าเรือต่าง ๆ โดยเฉพาะท่าเรือเอกชนที่ได้สัมปทานภายในท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีบางท่าเรือได้ขอลดค่าธรรม เนียมที่จะต้องจ่ายให้แก่ท่าเรือแหลมฉบังลง จนทำให้ท่าเรือมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นจนเกิดความแออัด ขณะที่ท่าเรืออื่น ๆ กลับแทบไม่มีผู้มาใช้บริการ

"ต้องพิจารณาความเหมาะสม เพราะการขอลดค่าธรรมเนียมเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ขอได้ แต่ควรที่จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการมาก กว่า เพราะอัตราที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คิดนั้น ถือว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมอยู่แล้ว เรื่องนี้คงจะต้องคุยกับทางเอกชน เพื่อให้ได้ข้อยุติ"

สำหรับการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณท่าเรือคลองเตยนั้น ขณะนี้บอร์ด กทท.กำลังพิจารณา เนื่องจากโครงการดังกล่าว ได้มีการศึกษามาตั้งนานแล้ว และที่ผ่านมา ก็ได้มีผลการศึกษาออกมาแล้วบางส่วน แต่บอร์ดชุดนี้จะมีการพิจารณาในรายละเอียด เนื่องจากโครงการอาจจะต้องเข้าสู่พ.ร.บ.ร่วมทุนกับภาคเอกชน เนื่องจากโครงการต่าง ๆ อาจจะเกิน 1,000 ล้านบาท

ส่วนการตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างโครงการท่าเรือเชียงแสน 2 อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เร็ว ๆ นี้ จะเสนอ ครม. พิจารณาชี้ขาดว่า ภายหลังก่อสร้างท่าเชียงแสน 2 แล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้าหน้าหน่วยงานใดจะเป็นผู้บริหารพื้นที่หลังมีข้อเสนอว่า ควรเป็นหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งระหว่างกกท. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหรือว่าจ้างเอกชนเข้ามาบริหาร.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=166345&NewsType=1&Template=1
#770
มีประโยชน์ เอาไป +1
#771
 รถยนต์มาเลย์ต่อคิวเติมน้ำมันยาว เพื่อเติมน้ำมันก่อนเที่ยงคืนซึ่งราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้ จนเกิดเหตุวิวาทเพราะมีคนพยายามแซงคิว



                       

มาเลเซียก้าวสู่ยุคน้ำมันแพงในวันนี้ หลังรัฐบาลขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินถึง 41 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงต่อสถานภาพทางการเมืองที่กำลังสั่นคลอนอยู่แล้ว รายงานระบุว่า รถยนต์จำนวนมากเข้าคิวยาวที่ปั๊มน้ำมันเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเติมน้ำมันก่อนเที่ยงคืนซึ่งราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้ และเกิดการทะเลาะวิวาทกันเมื่อผู้ใช้รถยนต์บางคนพยายามแซงคิว

วันนี้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งอยู่ในสภาพเกือบร้าง เมื่อมีคนงานกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม พากันไปปะท้วงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และที่เมืองอิโพห์ที่อยู่ทางเหนือ แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะพอรับได้ เพราะเข้าใจในวิกฤติราคาน้ำมันดิบโลกที่ทะยานสูงขึ้น พวกเขาไม่อาจได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล ที่ช่วยให้ราคาน้ำมันในมาเลเซียต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อีกต่อไป ซึ่งบางคนให้ความเห็นว่า ถ้าไม่ขึ้นราคาน้ำมันตาม เศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวแน่

ผู้ประกอบกิจการรถบรรทุกและรถประจำทาง ต่างร้องเรียนว่าพวกเขาไม่อาจรับภาระราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขนาดนี้ได้ และอาจทำให้หลายบริษัทต้องปิดตัวลง ปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นไปถึง 2.70 ริงกิตต่อลิตร หรือราว 26 บาท จากเดิม 1.92 ริงกิต หรือ 18 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล แพงขึ้น 67 เปอร์เซ็นต์ เป็น 2.58 ริงกิต หรือราวลิตรละ 24 บาท

แม้จะปรับราคาเพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ำมันเบนซินของมาเลเซียก็ยังต่ำกว่าของเพื่อนบ้านอย่างไทย สิงคโปร์ และอินเดีย แต่มาเลเซียกำลังมีแผนจัดเก็บภาษีไฟฟ้าเพิ่มอีก 26 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้บริโภคส่วนหนึ่ง พรรคฝ่ายค้านประนามว่าการตัดสินใจปรับราคาน้ำมัน ทำให้ประชาชนที่ยากจนต้องแบกภาระมากขึ้น นายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันเป็นแกนนำฝายค้าน ได้วิจารณ์รัฐบาลที่ลดการอุดหนุนประชาชน ทั้งที่บริษัทน้ำมันเปโตรนาสทำกำไรมหาศาล

ที่มา : http://www.innnews.co.th/around.php?nid=114770
#772
    พล.ท.(หญิง)พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว. พลังงาน กล่าวว่า กรณีที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือให้กระทรวงคมนาคมช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุกโดยให้รัฐช่วยเหลือด้านเอ็นจีวีให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะสถานีบริการเอ็นจีวี แต่ในระยะสั้นขอให้กระทรวงพลังงานเข้ามาช่วยเหลือด้วยการนำน้ำมันดีเซลราคาถูกมาจำหน่ายให้กลุ่มรถบรรทุก เพื่อบรรเทาปัญหาและให้สามารถปรับตัวได้ โดยให้รัฐพิจารณาภายใน 7 วัน หากยังไม่มีความชัดเจนจะหยุดเดินรถบรรทุก 740,000 คัน และจะนำคาราวานรถบรรทุกเข้ามาเรียกร้องในกทม.ต่อไปนั้น ทางกระทรวงพลังงาน ยังไม่เห็นข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่พร้อมให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก โดยขอให้ยื่นข้อร้องเรียนในการขอให้รัฐสนับสนุนน้ำมันราคาถูกมาที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) หรือ ผ่านกระทรวงคมนาคม พร้อมเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นัดพิเศษ รอบ 2 เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ
    รมว. พลังงาน กล่าวอีกว่า ส่วนที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกขอให้นำเงินกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาช่วยในการติดตั้งและปรับเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีนั้น ขณะนี้เงินกองทุนดังกล่าวได้นำไปช่วยเหลือรถแท็กซี่และ รถ ขสมก. แล้ว 2,000 ล้านบาท ส่วนภาคอื่นๆ คงต้องมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อน

ที่มา : http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=323589
#773
ข่าวและสาระน่ารู้ในวงการ / งาน Bus&Truck '08
04 มิถุนายน 2008, 08:02:46 หลังเที่ยง





      Bus&Truck '08 เปิดเวทีต้อนรับรถใหญ่ ผลิตภัณฑ์บริการรุ่นใหม่ร่วมประชันภายใต้แนวคิด Benefit Technology หวังเป็นโอกาสช่วยผู้ประกอบการขนส่งทุกระดับ

     ทีทีเอฟ ผู้จัดงาน Bus&Truck '08 เปิดเผยว่า งาน Bus&Truck ปีนี้ ได้กำหนดแนวคิดของงานให้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการ หรือ Benefit Technology เพื่อให้รถบรรทุก รถโดยสาร อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมแสดงในงานนี้ ได้นำจุดเด่นเทคโนโลยีของตนตามแนวคิดดังกล่าวมานำเสนอให้กับผู้เข้าชมงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนส่งให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และเลือกสรร รถ อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ บริการไปใช้ในธุรกิจของตนได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ในสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีอยู่สูงในปัจจุบัน และด้วยแนวคิดเทคโนโลยีดังกล่าวในปีนี้ คาดว่า Bus&Truck '08 ครั้งนี้ จะดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย รวมถึงผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับรถมากที่สุดอย่างคนขับรถให้เข้ามาชมมากขึ้น ทั้งนี้ นอกจากจะได้พบกับเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แล้ว ในงานนี้ยังได้มีกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ เพื่อเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้ชมทั้ง 2 กลุ่ม ดังกล่าวอีกด้วย

     Bus&Truck '08 ปีนี้ จะจัดขึ้นในระหว่าง วันพฤหัสฯ ที่ 9 ถึงวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม ศกนี้ ณ Hall 6 ไบเทค บางนา โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น.


www.busandtrucks.com
#774
ในวันนี้ (4 มิ.ย. 51) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการขนส่ง โดยจัดสรรน้ำมันดีเซลราคาถูกให้เช่นเดียวกับรถโดยสารสาธารณะ และขอเงินสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเอ็นจีวี

ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาภายใน 7 วัน โดยหากยังไม่ได้คำตอบ รถบรรทุก 740,000  คันทั่วประเทศ จะหยุดวิ่งขนส่งสินค้าและในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ จะรวมตัวกันเคลื่อนขบวนเป็นคาราวานรถบรรทุกเข้ามาในกรุงเทพมหานคร

(เสียง..... ยู เจียรยืนยงพงษ์)

นอกจากนี้ ปัญหาส่วยทางหลวงได้กลับมาอีกในหลายพื้นที่ โดยมีการเรียกเก็บเงินจากรถบรรทุกคันละ 4,000 - 5,000 บาทต่อเดือน เพื่อทำสติ๊กเกอร์ผ่านทางให้รถบรรทุกที่บรรทุกสินค้าเกินพิกัด

ที่มา : http://www.ch7.com/news/sbnews.aspx?NwType=02&SbType=02&SeqNo=20327
#775
วันนี้ (4 มิ.ย. 51) ทางสหพันการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จะแถลงจุดยืน ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือภาระต้นทุนที่สูงขึ้นมาก นายยู เจียรยืนยงพงษ์ ประธานสหพันธ์ฯ บอกกับทีมรายการเด็ดเศรษฐกิจ ว่า ตอนนี้ผู้ขับรถบรรทุกเดือดร้อนมาก ต้องหยุดวิ่ง จอดรถทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะค่าน้ำมันขึ้นมากว่า70 เปอร์เซ็นต์ ค่าขนส่งก็ปรับขึ้นไม่ได้เพราะการแข่งขันสูง

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้รัฐบาลผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้เงินที่รัฐเตรียมไว้แล้วถึง 9 พันล้านบาท โดยให้ใช้รถบรรทุกค้ำประกันเงินกู้ เพราะที่ผ่านมาจะไปกู้เอาเงินมาติดตั้งก๊าซคันละ 4 ถึง 5 แสนบาทกลับกู้ไม่ได้เพราะหลักทรัพย์ไม่มี ซึ่งเรื่องนี้นายยูย้ำค่ะว่า สำคัญมาก ขอเงินกู้ไปติดก๊าซต้นทุนก็ลดลง ผู้ประกอบการอยู่ได้ สินค้าก็ไม่ขึ้นราคา ทุกวันนี้ต้องปรับขึ้นทุก 3 เปอร์เซ็นต์หากน้ำมันขึ้น 1 บาท

ท่าทีของผู้ประกอบการขนส่งเน้นไปในเรื่องนโยบายแก้ปัญหาระยะยาวมากกว่าการช่วยเหลือระยะสั้น ซึ่งหากรัฐบาลทำได้จริง

ที่มา : http://www.ch7.com/news/sbnews.aspx?NwType=02&SbType=02&SeqNo=20327
#776
สหพันธ์ฯ ร้องรัฐแก้ปัญหาภาคขนส่งหลังวิกฤตน้ำมันแพง

       นายทองอยู่ คงขันธ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุก แถลงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งช่วงวิกฤติน้ำมันแพง โดยนายทองอยู่ กล่าวถึงข้อเรียกร้องหลัก ๆ คือต้องการให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันราคาพิเศษให้ภาคขนส่งทางบกที่มีราคาขายต่ำกว่าหน้าสถานีบริการ 3 บาทต่อลิตร พร้อมขอสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 0.5 ต่อปี เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้พลังงานทดแทน และขอให้ขยายสถานีก๊าซเอ็นจีวีให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคและเพียงพอสำหรับรถบรรทุก
        นอกจากนี้ ยังให้แก้ไขปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ หรือปัญหาส่วย ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาที่มากขึ้น ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065349
#777
       พล.ท.(หญิง)พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีที่ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ยื่น 8 ข้อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมขอให้ภาครัฐช่วยเหลือติดตั้งก๊าซเอ็นจีวี และกระจายสถานีบริการให้ทั่วถึง รวมทั้งขอใช้น้ำมันราคาถูกกว่าหน้าสถานีบริการ 3 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้น และหากไม่ดำเนินการช่วยเหลือจะหยุดเดินรถบรรทุกภายใน 7 วันว่า กระทรวงพลังงานยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นกระทรวงฯ ยินดีให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว โดยให้ยื่นเรื่องขอใช้น้ำมันในส่วนนี้มายังสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. โดยกระทรวงพลังงานจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ซึ่งพร้อมจะเร่งรัดการพิจารณาให้เร็วที่สุด
        นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังกล่าวถึงกรณีที่ สหพันธ์รถบรรทุกขอให้ภาครัฐนำเงินจากกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาช่วยปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นก๊าซเอ็นจีวีว่า กระทรวงพลังงานยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว และเงินจากกองทุนฯ มีจำนวนจำกัด ที่ผ่านมาได้นำไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรถ ขสมก. รวมถึงรถแท็กซี่ ซึ่งต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000065294
#778
ถ้าใครเคยไปเที่ยวปายหรือสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน (แม่ล่องสอน) คงต้องผ่านอำเภอแห่งความคลาสสิก อ.แม่สะเรียงแน่นอน (ที่มาของชื่อแม่สะเรียง มาจากเคยเป็นเมืองคล้องช้างมาก่อน) ด้วยความเป็นเมืองเก่าแก่ วิถีชีวิตที่อนุรักษ์มาอย่างยาวนาน ทำให้แม่สะเรียง เป็นอำเภอที่ยังมีผู้คนที่มีอัธยาศัยและน้ำใจดีอยู่มากมาย ไปแอ่วทีไร ไม่เคยอด หรือไม่มีที่พักอาศัย พอพูดถึงเรื่องกิน ก็เลยขอแนะนำร้านอาหารในอำเภอนี้ให้แวะไปชิมกัน เมนูที่ผมชอบๆ ก็ได้แก่กระเพาะปลาแห้ง อาหารจำพวกปลา (จากน้ำสาละวิน) เป็นต้น




ร้านอินทิรา  อยู่ในตัวอำเภอแม่สะเรียง ใกล้ๆสี่แยกไฟแดง ตรงข้ามกับธนาคารทหารไทย อาหารที่ไปลองกินแล้วอร่อย คือ ประเภทปลาที่ได้จากแม่น้ำสาละวิน เช่นต้มยำ,ปลาผัดคึ่นช่าย, กระเพาะปลาแห้ง หรือจะเป็นประเภทผัดๆ พ่อครัวก็ทำได้สุดๆเหมือนกัน เพราะทั้งผักและปลาล้วนสดน่ากินทั้งนั้น

สถานที่ตั้ง : 170/1 ถ.เวียงใหม่ ต.แม่สะเรียง (ใกล้สี่แยกไฟแดงกลางเมือง ตรงข้ามร้านอาหารเรณู) โทรศัพท์ : 0 5368 1529, 0 5368 1441

ร้านเพียงใจ   ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนสายแม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน เยื้องปั๊มน้ำมัน ปตท. แกงส้มแป๊ะซะ หมูคำหวาน ที่รสชาติเด็ดขาดจริงๆ ได้ไปลองกินมาทั้งสองครั้งในทริปเดียว

ร้านริมยวม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยวม ถนนแหล่งพาณิชย์ บรรยากาศยามเย็นพระอาทิตย์ตก กลางคืนมีเพลงโฟล์ซอง

ร้านเพ็ญแม่สะเรียง เนื้อทุบ หมูทุบ ใส้อั่ว แคบหมู ห่อหมกปลาดุก ไก่ย่าง อร่อยทุกอย่าง เหมาะสำหรับเป็นอาหารเวลาเข้าไปเที่ยวในป่าสาละวิน อยู่ซ้ายมือตรงทางแยกที่จะเข้าตัวอำเภอแม่สะเรียง


ปลาคม ปลาแม่น้ำสาละวินร้านเรณู
ห้องอาหารเรณู อยู่ตรงข้ามกับร้านอินทิรา  อาหารขึ้นชื้อก็มี ปลากรายผัดขี้เมา ยำกระเพาะปลา ต้มยำปลาคม
สถานที่ตั้ง : 174/2 ต.แม่สะเรียง โทรศัพท์ : 0 5368 1171

ร้านข้าวมันไก่ไม่มีชื่อ อยู่ด้านหลังร้านเพียงใจ ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ ไก่เนื้อนุ่ม น้ำจิ้มรสชาติเด็ดขาด


แดงยาดอง อยู่ถัดจากร้านข้าวมันไก่ไปเล็กน้อย อาหารที่ขึ้นชื่อก็เป็นไก่อบหม้อดิน แถมด้วยยาดองสูตรพิเศษ


เขียดแลว หรือ กบภูเขาสัตว์คุ้มครอง ที่ใกล้สูญพันธุ์


แค่นี้ก่อน ไว้คราวหน้า จะเอาของกินที่อื่นมาบ้าง
#779
Testimonial / ยินดีต้อนรับสู่เว็บบอร์ดใหม่ Truck.in.th
02 มิถุนายน 2008, 10:39:51 หลังเที่ยง
หลังจากพยายามมานานนับเดือน ในการจะทำให้ระบบ classified และเว็บบอร์ด เป็นระบบเดียวกัน คือ ให้สมัครสมาชิกครั้งเดียว แล้วสามารถใช้งานได้ทั้งเว็บเลย แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเว็บบอร์ดที่ใช้ เป็น cms ที่แจกฟรี นั่งทั้งแกะโค๊ดแล้วก็หาข้อมูลเกี่ยวกับ API ก็ยังทำไม่ได้ แต่บอร์ดมันก็น่าใช้กว่าเว็บบอร์ดระบบเก่าและจะทำให้เว็บ Truck.in.th เป็น Communities มากขึ้น ก็เลย ขอสละละทิ้งเว็บบอร์ดเก่าเป็นการถาวร แล้วมาใช้บอร์ดใหม่นี้ แต่ต้องขออภัยท่านสมาชิกถ้าจะใช้งาน ที่ต้องสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดใหม่อีกทีนึง แต่สมัครไม่ยุ่งยากครับ แค่กรอก username, password และอีเมล์เท่านั้นก็ใช้ได้เลย คลิ๊กที่นี่