• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

นาฬิกาชีวิตตามหลักการแพทย์ตะวันออก

เริ่มโดย Trucker, 07 ตุลาคม 2009, 07:43:57 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 2 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Trucker

[b]นาฬิกาชีวิตตามหลักการแพทย์ตะวันออก[/b]



การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปว่า
ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์มีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกาย
ซึ่งประกอบด้วย    อวัยวะตันและอวัยวะกลวง

อวัยวะตัน      หมายถึง   หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง     หมายถึง   กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ

ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้น จะใช้เวลา 2 ชั่วโมง  ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “นาฬิกาชีวิต”

01.00-03.00 น.    
เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (Meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย และร่างกายยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (Endrophin) ออกมาด้วย ช่วงนี้จึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและ เสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับคือขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รองคือ ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย นอกจากนี้ตับยังช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลักเป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

03.00-05.00 น.
   
เป็น ช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอน ลุกขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับแสงแดดในยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำ ปอดจะดี ผิวดีขึ้น และจะเป็นคนทีมีอำนาจในตัว

05.00-07.00 น.
เป็น ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระให้เป็นนิสัยทุกเช้า

07.00-09.00 น.    
เป็น ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร ถ้ากินอาหารเช้าในช่วงนี้ทุกวัน ถ้าไม่มีอาหาร ร่างกายจะไปเอาในลำไส้มาบดอีกที ประมาณว่า ขยัน ถ้ากินอาหาร กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ  จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยแข็งแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย

09.00-11.00 น.   
เป็น ช่วงเวลาของม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน  คนที่ปวดศีรษะบ่อยมักจะมาจากความผิดปกติของม้าม อาการเจ็บชายโครงสาเหตุมาจากม้ามกับตับ  ผู้ที่นอนหลับในช่วง 09.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก ผู้ที่พูดบ่อย ๆ หรือพูดเก่ง ๆ  ม้ามจะชื้น จึงควรพูดน้อย กินน้อย ม้ามจึงแข็งแรง

11.00-13.00      
เป็น ช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด หรือสาเหตุที่ทำให้ใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้น หรืออาการ ตกใจให้ได้

13.00-15.00 น.   
เป็น ช่วงเวลาของลำไส้เล็ก ควรงดการกินอาหารทุกประเภท เพื่อให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด  เช่น วิตามินบี วิตามินซี โปรตีน เพื่อสร้างกรดอะมิโน สร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโนน้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน

15.00-17.00 น.   
เป็น ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด  ช่วงเวลานี้จึงควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกาย หรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง ข้อควรระวัง  ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามาก ไตจะวาย ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก การอั้นปัสสาวะบ่อย ๆ ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหงื่ออออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ

17.00-19.00 น.    
เป็น ช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงนี้ ผู้ใดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม  ถ้านอนหลับแล้วเพ้อแสดงว่าอาการหนักมาก ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้จึงเป็นภาระของไต เป็นผลทำให้ไตทำงานหนัก จึงกลายเป็นโรคไต ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต สมองจะเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลดในคอ  การ ดูแลคือตอนเช้าอาบน้ำเย็น ตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ให้ใช้วิธีแช่เท้า แต่น้ำควรใส่สมุนไพรที่ถูกกับโฉลกของผู้ป่วย  เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง

19.00-21.00 น.   
เป็น ช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือหัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ  ดัง นั้น ผู้ป่วยต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้าชุดสีดำ เทา เอาท้าวแช่ในน้ำอุ่น

21.00-23.00 น.
เป็น ช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ

23.00-01.00 น.
เป็น ช่วงเวลาของถุงน้ำดี (ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองเก็บน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ) อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม  (ถุงน้ำดีจะโยงไปถึงปอด) จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางแก้คือ อย่าใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน  ชุดนอนที่ทำจากใยสังเคราะห์จะไปดูดน้ำในร่างกาย ควรสวมชุดผ้าฝ้ายดีที่สุด และไม่ควรนอนบนที่นอนสูง ๆ เพราะจะทำให้เสียน้ำในร่างกาย  ดังนั้น ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น