• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก

เริ่มโดย Danny, 29 สิงหาคม 2008, 11:11:27 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Danny



       นิตยสาร ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังของอเมริกาที่วางจำหน่ายทั้งในอเมริกาและ ในหลายประเทศทั่วโลก ได้ประกาศจัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองยอดเยี่ยมที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของโลก ประจำปี 2551 ซึ่งขยับจากอันดับที่ 3 ในปีที่แล้วขึ้นมาโค่นแชมป์เก่าอย่างเมืองฟลอเรนซ์ ของประเทศอิตาลีได้สำเร็จ การจัดอันดับของนิตยสารดังกล่าวได้จากการโหวตของผู้อ่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนัก ท่องเที่ยวตัวยง นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน
       
       แต่ในความยินดีนั้นก็ยัง อุตส่าห์มีบางคนตั้งคำถามอย่างไม่เชื่อว่ากรุงเทพฯ อันสับสนวุ่นวายของเราน่ะหรือคือเมืองน่าเที่ยวมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นคำถามของหลายคนที่เกิด เติบโตขึ้นมากับกรุงเทพฯ และจำต้องใช้ชีวิตอยู่กับเมืองแห่งนี้ทุกเมื่อเชื่อวันต้องถามย้ำด้วยความ ไม่แน่ใจ ซึ่งก็คงไม่แปลกที่หลายคนจะตั้งคำถามเช่นนั้น เพราะคนกรุงเทพฯ มิได้มองกรุงเทพฯด้วยสายตาและความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะตื่นตา ตื่นใจไปกับสิ่งใหม่ๆที่พบเห็น แต่กลับจ่อมจมอยู่กับภาพของปัญหาอันน่าหงุดหงิดรำคาญใจ เช่นปัญหาการจราจรที่ติดขัด ความสันสนวุ่นวายไร้ระเบียบของผู้คน ของร้านค้าแผงลอย ป้ายโฆษณาที่รกรุงรังเต็มท้องถนนและบนยอดตึก มลภาวะทางอากาศ ฯลฯ บางทีเมืองน่าเที่ยวอาจจะไม่ใช่เมืองน่าอยู่ก็เป็นได้
       
       ที นี้เราลองมามองกรุงเทพฯในมุมใหม่ด้วยสายตาของนักท่องเที่ยวกันบ้าง ลองสมมุติว่าเราท่านเป็นฝรั่งจมูกโด่ง ทำงานรับเงินเดือนๆ ละ 100,000-200,000 บาทตามมาตรฐานการครองชีพของพนักงานระดับพื้นๆ แล้วลองเก็บเงินมาพักร้อนที่กรุงเทพฯ ดู เราอาจจะมองกรุงเทพฯแห่งนี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวมองว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่ามาเที่ยวก็เพราะ เป็นเมืองที่มีความคุ้มค่าเงินที่จะใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองใหญ่ทันสมัย มีบริการให้เลือกทุกระดับในอัตราค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ของโลกอื่นๆ
       
       เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ หากเราใช้บริการแท็กซี่จากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียว หรือจากสนามบินฮีตโทรว์เข้ากรุงลอนดอน เราต้องจ่ายค่าบริการราว 2,000-3,000 บาท ในขณะที่จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ ค่าแท็กซี่เที่ยวละไม่เกิน 500 บาท เมื่อเข้ามาถึงใจกลางเมืองแล้ว การจะเดินทางท่องเที่ยวภายในเมือง กรุงเทพฯก็มีตุ๊กๆที่เป็นเอกลักษณ์ให้นั่งเที่ยวชมเมืองกันในราคาแสนถูก เมื่อเทียบกับพาหนะท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆ
       
       สำหรับค่า ที่พักซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการเดินทางท่องเที่ยว กรุงเทพฯ ก็มีโรงแรมที่พักให้เลือกมากมายหลายระดับราคา ตั้งแต่เกสเฮาส์คืนละไม่ถึงพันบาทไปจนถึงโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาวที่ได้รับการโหวตให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุด 1 ใน 10 ของโลกเลยทีเดียว ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วๆไปนั้นสามารถจะเลือกหาที่พักที่สะอาด ปลอดภัย มีมาตรฐานได้ในราคาคืนละพันกว่าบาทขึ้นไป แต่ในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำอื่นๆ นักท่องเที่ยวอาจต้องจ่ายคืนละ 4,000-5,000 บาทขึ้นไปสำหรับที่พักระดับมาตรฐานที่พอพักได้เท่านั้น
       
       ใน เรื่องอาหารการกิน กรุงเทพฯก็มีร้านอาหารให้เลือกตั้งแต่ระดับแผงลอยข้างทางไปจนถึงภัตตาคาร ชั้นนำ มีอาหารให้เลือกทุกชาติทุกภาษา ไม่มีเวลาจำกัด เช่นอาจจะเลือกชิมอาหารไทยด้วยการล่องเรือกินอาหารค่ำในแม่น้ำเจ้าพระยาชม ความงามของมหานคร ชมวัดวาอารามยามราตรี นักท่องเที่ยวก็จะตื่นตากับพระปรางค์วัดอรุณอันยิ่งใหญ่ความสูงถึง 82 เมตร ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมสายน้ำประดับไฟสาดแสงสวยงามกว่าหอไอเฟลเสียอีก หรือถ้าชอบอาหารญี่ปุ่นก็มีย่านธนิยะ อาหารเกาหลีที่ถนนสุขุมวิท ชอบแนวตะวันออกกลางก็ไปย่านซอยนานา หรือตื่นตาตื่นใจกับความอร่อยของอาหารจีนย่านเยาวราช ไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งอาหารจีน อาหารทะเลสดๆ และผลไม้อันหลากหลายของไทยและจากทั่วทุกมุมโลก เรียกว่าเรื่องอาหารการกินนั้น กรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารการกิน ไม่แพ้เมืองใดแถมราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ของโลก
       
       ใน เรื่องแหล่งท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ของเราก็ไม่เป็นสองรองใคร หากเราเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มีโอกาสมาเห็นวัดพระแก้วและพระบรมหา ราชวังแล้วคงต้องถึงกับตื่นตะลึงในความงดงามของเจดีย์วิหารสีทอง ปราสาทราชวัง พระที่นั่งซึ่งมีศิลปะสถาปัตยกรรมอันงดงามอ่อนช้อยอร่ามเรืองรองสมกับเป็น แผ่นดินทองซึ่งยากจะหาปราสาทราชวังแห่งใดในแดนตะวันออกจะงดงามเทียบเทียมได้
       
       กรุงเทพฯ ยังมีวัดวาอารามที่สวยงามให้เที่ยวชมกันหลายสิบวัด โดยเฉพาะแค่วัดรอบๆเกาะรัตนโกสินทร์เช่นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเมืองไทย เพราะเป็นแหล่งรวบรวมสรรพศาสตร์ สรรพวิชา ตำราความรู้ที่มีทั้งจารึก และรูปสลักท่าฤาษีดัดตน ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกแห่งความทรงจำของโลก" และยังมีพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนองค์ใหญ่สีทองอร่ามเรือง สูง 15 เมตร ยาว 46 เมตร พุทธลักษณะงดงามยิ่งให้ชมให้สักการะ
       
       กรุงเทพฯ ยังมีพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำแห่งวัดไตรมิตรวิทยาราม พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง ๕.๕ ตัน ซึ่งหากจะประมาณค่าโดยราคาทองคำในปัจจุบันนั้นราคาน้ำหนักทองของพระพุทธรูป ทองคำก็มีมูลค่ามหาศาล แต่คุณค่าแห่งแรงศรัทธราและประวัติความเป็นมาขององค์หลวงพ่อทองคำที่มีอายุ กว่า 700 ปีนั้นย่อมมีค่าสูงกว่ายิ่ง ทำให้ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะไปเที่ยวชมสักการะถึง 2,500-3,000 คนเลยทีเดียว
       
       การท่องเที่ยวกับการช็อปปิงนั้นเป็นของ คู่กัน เมื่อมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อของแต่ละประเทศ สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักให้ความสนใจแวะเวียนไปเที่ยวชมก็คือตลาดพื้น เมือง เพราะจะเป็นแหล่งรวมของสินค้าพื้นบ้านและวิถีชีวิผู้คนในถิ่นนั้นๆ ซึ่งกรุงเทพฯก็มีตลาดชื่อดังระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องจัด โปรแกรมแวะเวียนไปเที่ยวชม นั่นคือตลาดนัดสวนจตุจักรที่มีทุกสิ่งให้เดินเลือกซื้อเลือกชมกันได้ทั้งวัน เพราะมีร้านค้ากว่า 8,000 ร้าน มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่เครื่องประดับจากอัญมณี เครื่องหนัง เครื่องจักรสาน ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า ซึ่งเสื้อยืดที่ระลึกตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ นักท่องเที่ยวอาจต้องจ่ายตัวละ 300-500 บาทเป็นอย่างต่ำ แต่เสื้อยืดสวยๆ คุณภาพดีพอจะซื้อไปเป็นของฝากจากตลาดนัดสวนจตุจักรสามารถจะหาซื้อได้ในราคา 2 ตัว 100 บาท กรุงเทพฯ ยังมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมากที่สุดในโลกก็ว่าได้มารวมไว้ให้ช็อปปิง กันอย่างจุใจ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่จาระไนกันไม่หมด แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เมืองอื่นๆ ไม่อาจจะมีเหมือนกรุงเทพฯได้ก็คือ รอยยิ้ม ความมีน้ำใจ และความมีอัธยาศัยไมตรีอันดีงามของคนกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีบ้านใด เมืองใดจะเทียบเท่าหรือเอาอย่างได้นั่นเอง
       
       ถึง ตอนนี้ผมชักเริ่มจะอิจฉานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียแล้ว นี่ถ้าในโลกยังมีเมืองท่องเที่ยวดีๆ อย่างกรุงเทพฯ ที่แสนจะประหยัดคุ้มค่าน่าเดินทางท่องเที่ยวอย่างนี้อีก ผมคงต้องขออนุญาตผู้บังคับบัญชา ลาพักร้อนไปเที่ยวสักเดือนเป็นแน่.

ที่มา http://www.offroaderthailand.com/story/aspboard_Question.asp?GID=7