• Welcome to เว็บบอร์ด ประกาศ ขายรถบรรทุก ซื้อรถบรรทุก แลกเปลี่ยนรถบรรทุก ที่นี่ฟรี!.
 

ข่าว:



    ยินดีต้อนรับสู่เว็บรถบรรทุก แหล่งรวมประกาศเช่า-ซื้อ-ขายรถบรรทุก เครื่องจักรกลหนัก เครื่องกลการเกษตร อุปกรณ์และอะไหล่ บริการขนส่ง ฯลฯ
    ถ้าพี่น้องติดต่อเข้ามาทาง contact form กรุณากรอกอีเมล์ที่สามารถติดต่อได้ด้วยนะครับ

Main Menu

ลดราคาค่า"รถเมล์-บขส."ของขวัญปีใหม่

เริ่มโดย Danny, 17 ธันวาคม 2008, 12:24:19 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Danny


คณะกรรมการขนส่งให้ของขวัญปีใหม่ประชาชน ลดค่าโดยสารลง 3 สตางค์ถึง 1 บาท เริ่ม 22 ธ.ค. เผยปรับลดได้มากกว่านี้แต่ต้องคิดเผื่อไว้ก่อน กรณีรัฐบาลไม่ต่ออายุลดภาษีสรรพสามิต 2.70 บาทต่อลิตร ผู้โดยสาร บ.ข.ส.ที่จองตั๋วล่วงหน้า หากมารับตั๋วจะได้รับส่วนลดทันทีก.ม.ละ 3 สตางค์ ขณะที่สมาคมรถร่วมไม่พอใจมติแต่ต้องยอมตาม ระบุหากจะลดอีกคงไม่ทำตามแล้ว เพราะตอนนี้เปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีแล้ว ทำให้มีต้นทุนค่าถ่ายน้ำมันเครื่อง ค่าสึกหรอ อยากให้รัฐพิจารณาส่วนอื่นนอกจากราคาน้ำมันด้วย

เมื่อวัน ที่ 16 ธ.ค. นายชัยศักดิ์ องค์สุวรรณ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรม การขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ที่ประชุมมีมติให้ปรับลดค่าโดยสารรถเมล์บริการสาธารณะลงอีก 3 สตางค์ ถึง 1 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งการปรับลดครั้งนี้ถือเป็นการให้ของขวัญกับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2552

สำหรับรายละเอียดของการปรับลด ประกอบด้วยรถหมวด 1 หรือรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมบริการ ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร สำหรับรถโดยสารธรรมดา ขาว-น้ำเงิน ลดลง 0.50 บาท จากเดิม 8.50 บาท เหลือ 8 บาท รถโดยสารธรรมดา ครีมแดง ลดลง 50 สตางค์ เหลือ 7 บาท จากเดิม 7.50 บาท รถมินิบัสจาก 6.50 บาท เหลือ 6 บาท รถโดยสารปรับอากาศครีมน้ำเงิน ราคาเดิม 12-20 บาทเหลือ 11-19 บาท ส่วนรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ราคาเดิม 13-25 บาท เหลือ 12-24 บาท

ส่วน รถหมวด 4 ประกอบด้วย รถโดยสารธรรมดาและหรือรถสองแถวราคาเดิม 6 บาท เหลือ 5.50 บาท รถโดยสารธรรมดา ขาว-น้ำเงิน ราคาเดิม 8.50 บาท เหลือ 8 บาท รถโดยสารปรับอากาศราคาเดิม 10-18 บาท เหลือ 9-17 บาท และรถโดยสารปรับอากาศยูโรและยูโรทูราคาเดิม 13-25 บาท เหลือ 12-24 บาท ส่วนรถโดยสารระหว่างจังหวัดนั้น มีมติให้ปรับลดราคาลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร

รายงาน ข่าวจากที่ประชุมเปิดเผยว่า ราคาค่าโดยสารที่ปรับลดลงนั้น เป็นการปรับลดโดยคิดอัตราการขนส่งที่ขั้น 12 ซึ่งมีการคิดราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 21-22 บาทต่อลิตร และราคาที่ปรับลดดังกล่าวเป็นการคิดเผื่อ กรณีรัฐบาลจะไม่ต่ออายุการลดภาษีสรรพสามิตลง 2.70 บาทต่อลิตร ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 ม.ค.2552 เพราะหากไม่คิดภาษีเข้าไปจะทำให้ค่าโดยสารปรับลดลงมากกว่านี้

นาย วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บ.ข.ส. กล่าวว่า บ.ข.ส.จะปรับลดราคาค่าโดยสารลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังคณะกรรมการฯ มีมติ เพื่อให้ค่าโดยสารสอดคล้องกับต้นทุน และผ่อนคลายภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถโดยสาร หลังจากราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนค่าน้ำมันของบ.ข.ส.ลดลง ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารที่จะเดินทางในเทศกาลปีใหม่ ที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 60 วัน จนเต็มแล้วนั้น ในทางปฏิบัติหลังคณะกรรมการฯ ได้อนุมัติปรับลดค่าโดยสาร ผู้โดยสารที่จองตั๋วเมื่อมาออกตั๋วโดยสารก่อนเดินทาง ก็จะได้รับส่วนลดตามสัดส่วน 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรด้วย

ด้านนายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า การที่ภาครัฐมีมติลดค่าโดยสารลงตามราคาน้ำมันนั้น แม้ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องยอมรับ แต่การที่จะลดราคาลงอีกหากราคาน้ำมันลดลงอีกในอนาคตนั้น กลุ่มผู้ประกอบการไม่เห็นด้วย เพราะแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลง แต่ผู้ประกอบการที่มีรถร่วมกว่า 3,493 คันกว่า 90% เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวีซึ่งต้องสั่งนำเข้ารถมาจากต่างประเทศและ ต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินรวมแล้ว 2,000 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ประมาณ 2-3 ปีต่อราย และรายจ่ายที่เป็นต้นทุนก็ไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมันแต่ยังมีค่าสึกหรอ ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องเปลี่ยนทุก 45 วัน แต่เมื่อใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวีก็ต้องเปลี่ยนทุก 30 วัน เนื่องจากเครื่องยนต์เอ็นจีวีจะต้องเสียค่าบำรุงรักษามากกว่าเครื่องยนต์ ดีเซล จึงต้องการให้ภาครัฐเห็นใจผู้ประกอบการและนำเรื่องต้นทุนที่นอกเหนือจากราคา น้ำมันมาพิจารณาด้วย

"ตอนที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเราก็ต้องการ ประหยัดต้นทุน และรัฐบาลก็สนับสนุนให้เราเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีเราก็ใช้ เพราะต้องการประหยัดต้นทุน และขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนรถเพื่อให้ผู้โดยสารได้ใช้รถใหม่ มีความปลอดภัย แต่เมื่อราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการก็พอจะลืมตาอ้าปากได้ และยังมีหนี้ที่ต้องชำระกับสถาบันการเงินเนื่องจากกู้เงินมาซื้อรถใหม่ แต่หากภาครัฐจะให้เอกชนลดราคาค่าโดยสารลงอีก ก็จะเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการมากขึ้น" นายฉัตรชัยกล่าว

นายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารสาธารณะ กล่าวว่า เตรียมเข้าหารือรมว.คมนาคมคนใหม่ เกี่ยวกับการปรับลดค่าโดยสาร เนื่องจากเห็นว่าคณะกรรมการฯ ปรับลดค่าโดยสารต่ำน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยค่ารถเมล์ขาว-น้ำเงิน ต้องปรับเหลือ 6 บาท จากปัจจุบัน 8 บาท ส่วนรถเมล์ครีม-แดง ต้องปรับลดลงเหลือ 5 บาท จากปัจจุบัน 7.50 บาท และรถโดยสารประจำทาง ควรปรับลด 6-9 สตางค์ ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯ ควรเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าโดยสารจากใช้ราคาน้ำมันดีเซล มาเป็นราคาก๊าซเอ็นจีวี เนื่องจากขณะนี้รถโดยสารต่างๆ ได้เปลี่ยนการใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง มาใช้ก๊าซเอ็นจีวีแล้วเป็นจำนวนมาก